ปฐมบทในซีซั่นที่ 2 ของชีวิต เต้ย จรินทร์พร ในวันที่มีความสุขกับอะไรง่ายๆ และความรักครั้งใหม่ที่แตกต่างแต่ลงตัว

เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ กลับมาขึ้นปกนิตยสารแอล ประเทศไทยอีกครั้ง ในเดือนพฤษภาคมนี้กับ Prada พร้อมมานั่งพูดคุยถึงชีวิตในปี 2026 ที่เธอนิยามว่าเป็น Episode แรกของซีซั่นที่ 2 ในชีวิตของเธอ รวมไปถึงแชร์มุมมองความรักครั้งใหม่ที่เธอเล่าว่าเหมือนจับกาซาปองได้ตัวซีเครต! แอลจะพาทุกคนไปล้วงลึกเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงที่ชื่อเต้ย จรินทร์พร ในเวอร์ชั่นล่าสุดกันในหลากหลายมิติผ่านบทสัมภาษณ์นี้กัน

ELLE : ช่วงนี้ถือเป็น episode ไหนของชีวิตผู้หญิงที่ชื่อเต้ย จรินทร์พร?

Toey : คิดว่าเป็น episode 1 ของซีซั่น 2 ค่ะ เพราะรู้สึกว่าชีวิตตอนนี้มันเปลี่ยนไปมากในหลายๆ เรื่องเลย ทั้งความสนใจบางอย่างในชีวิตด้วย ความสุขบางอย่างที่เราไปพบเจอ ความสุขจากอะไรง่ายๆ สบายๆ ค่อนข้างจะมีอะไรที่เปลี่ยนมากๆ ในตัวเอง ค่อนข้างจะแอ็บสแทรกต์นิดหนึ่งนะคะ ไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไรบ้างค่ะ

ELLE : ในวัยที่โตขึ้นสามารถแชร์มุมมองเรื่องความรักครั้งใหม่ได้แค่ไหนกันนะ?

Toey : ก็ได้นะคะ แล้วแต่ว่าจะถามว่าอะไรบ้าง (อมยิ้ม) จริงๆ เต้ยเป็นคนเปิดเรื่องนี้มาตลอด แต่ว่าครั้งนี้ไม่ค่อยเปิด จะเก็บไว้เงียบๆ ของเต้ยจนถึงตอนนี้ก็ 2 ปีแล้ว มันถึงจุดที่คิดว่าบอกได้แล้วแหละ ไม่ได้ซีเรียสอะไร เต้ยอยากโฟกัสกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ก่อน หมายถึงว่าไม่ได้อยากให้อะไรมารบกวนจิตใจ ลำพังแค่ความต่างของกันและกัน ทั้งภาษาหรือวัฒนธรรมมันก็ยากแล้ว เลยอยากจะไปโฟกัสก่อนว่าคนคนนี้คือคนที่เราอยากจะเรียนรู้จริงไหม จนถึงจุดหนึ่งที่คิดว่า เออ โอเคแล้วแหละ สบายใจแล้วที่จะบอก ก็ค่อยบอก ประมาณนี้ค่ะ

เรื่องที่เป็นคัลเจอร์ช็อกมากที่สุดเลยคือฝรั่งเขาจะมีความอินดิเพนเดนต์มากๆ ค่ะ คนไทยติดเฟซไทม์ใช่ไหมคะ เวลาคุยเราก็จะวิดีโอคอลคุยกัน แต่เขาไม่เป็น จะไม่จอยกับเฟซไทม์ แต่เต้ยกลับมาค้นพบแล้วว่ามันไม่ได้เป็นที่ตัวฝรั่งหรอก มันเป็นที่ตัวบุคคล (หัวเราะ) เพราะเขาจะเป็นคนที่วิตกกังวลเวลาถือโทรศัพท์แล้วก็คุยอยู่ตลอด ทำให้เขาไม่ได้ไปโฟกัสอย่างอื่นในชีวิตเขา บอกเลยว่าเต้ยจับกาชาปองได้ตัวซีเครต (หัวเราะ) แล้วมีคนถามว่าถ้าไม่เฟซไทม์กันแล้วเต้ยโอเคเหรอ ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำเลยนะคะ แต่ว่าแค่ครั้งละไม่นาน ไม่ใช่แบบเฟซไทม์ค้างทิ้งไว้แล้วหลับไป นอกนั้นก็ใช้วิธีพิมพ์เท็กซ์เอา เขาเป็นคนที่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติมากๆ ไม่อยากใช้โทรศัพท์เยอะ อยู่กับหน้าจอเยอะๆ

ELLE : จากตอนตื่นถึงตอนหลับเวอร์ชั่นปี 2026 ของเต้ยมีกิจกรรมอะไรบ้าง

Toey : ช่วง ม.ค.-มี.ค. ที่ผ่านมาเต้ยอยู่ญี่ปุ่นยาวเลย ทำบ้านที่นั่นเสร็จแล้วก็ไปอยู่ บ้านที่นั่นข้างล่างจะเป็นห้องนอน ข้างบนจะเป็นห้องนั่งเล่น ตื่นเช้ามาปุ๊บก็จะขึ้นไปทำอาหารเช้ากินเอง เสร็จแล้วก็ออกไปเล่นสโนว์บอร์ด ไปออกกำลังกาย จากนั้นก็กลับมานั่งทำงาน ทำอาหาร เล่นเกม ดูหนัง แล้วก็นอน คือชีวิตเป็นแบบนี้วนไปเรื่อยๆ นอน 3 ทุ่ม ตื่นเช้า ชีวิตเฮลตี้มากเลย อันนี้คือ 2026 เวอร์ชั่นแรก แต่ถ้าเกิดกลับมาอยู่ไทย ตื่นมาก็ออกมาเจอพ่อ แม่ น้อง ถ้ามีเวลาก็จะกินข้าวกับพวกเขา ดื่มกาแฟที่น้องทำ เต้ยจะทำมัทฉะใส่ขวดมากินเอง จากนั้นก็ออกมาทำงาน เท่านี้ก็หมดวันแล้ว กลับบ้าน นอน

ELLE : ในฐานะแบรนด์แอมแบสซาเดอร์หญิงไทยคนแรกของ Prada มาสักพัก คิดว่าอะไรคือจุดเปลี่ยนทางด้านแฟชั่นของตัวเองบ้าง? เต้ยมีมุมมองต่อ Prada อย่างไรบ้าง?

Toey : พอได้มาทำงานกับ Prada แล้วก็ยิ่งอินค่ะ เต้ยว่าเขาเน้นความเป็นอาร์ตและคัลเจอร์มากๆ และยังเป็นแฟชั่นด้วย เวลาไปดูโชว์มันเหมือนได้ไปเสพงานอาร์ตที่มาในเวอร์ชั่นของการเดินแบบ รวมถึงเพลง สี แสง และเซตอัพในโชว์ต่างๆ แล้วจริงๆ เป็นคนชอบไปมิวเซียมอยู่แล้ว พอมาร่วมงานกับ Prada เลยอินกับการไปดูผลงานในมิวเซียม อินไปกับการดูงานอาร์ตมากขึ้น และชอบมากๆ ที่ Prada มีโปรเจ็กต์ Sea Beyond ขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์ทะเล เพราะล่าสุดเต้ยไปดำน้ำมา แล้วเห็นปะการังฟอกขาวเต็มไปหมด ก็รู้สึกใจหายมากๆ และอยากช่วยให้คนตระหนักรู้เรื่องนี้ไปด้วยเหมือนกัน

ส่วนเรื่องแต่งตัว เต้ยมักจะชอบเลือกชิ้นที่ timeless แล้วก็ใส่ได้นานๆ ซึ่งทุกชิ้นของ Prada ก็มักจะเป็นชิ้นแบบนั้น อย่างบางทีแค่มีคีย์พีซของ Prada สักชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อหรือกระเป๋า ก็สามารถช่วยให้ลุคของเราดูดีได้เลยค่ะ

ELLE : หากเปรียบชีวิตเต้ยเป็นสีสันในปี 2026 ใน 100% จะประกอบไปด้วยสีอะไรบ้าง เพราะอะไร?

Toey : สีขาวประมาณ 50% ค่ะ เพราะอยู่กับหิมะเยอะมาก ที่เหลืออีก 50% จะเป็นสีชมพู เพราะว่าแฮปปี้มีความสุขมากๆ (อมยิ้ม)

ELLE : เพยล์ลิสต์ที่ชื่นชอบในตอนนี้ของเต้ย (เพลง 1, หนังสือ 1, ภาพยนตร์หรือซีรี่ส์ 1)

Toey : เพลง Love Is The Way ของ Thee Sacred Souls เพราะชอบวงนี้มากๆ ชอบทุกเพลงเลย แต่เพลงนี้มันพูดถึงเรื่องความรักได้น่ารักดี ส่วนหนังสือที่อ่านอยู่ตอนนี้คือ ความทุกข์ครั้งสุดท้าย ของพี่นิ้วกลมค่ะ เป็นเล่มที่รู้สึกว่าดีมากๆ พูดถึงความทุกข์และอะไรหลายๆ อย่างที่มันทำให้เราหลุดออกจากความทุกข์แบบเดิมๆ เขาพูดถึงโซเชียลมีเดียด้วยที่ทำให้เราคิดเปรียบเทียบและไม่มีความสุขได้ง่าย ส่วนหนังคือ Perfect Days (2023) ค่ะ รู้สึกว่ามันมีความธรรมดาๆ ดี และในความธรรมดานั้นมีความเป็นมนุษย์อยู่ แม้ว่านักแสดงนำเขาจะชอบอยู่คนเดียว แต่เขาก็มีความเหงาของเขาอยู่

ELLE : ความรู้สึกที่ได้กลับมาเป็นคัฟเวอร์เกิร์ลของ ELLE คราวนี้? วันนี้ที่มาถ่ายชอบลุคไหนเป็นพิเศษ?

Toey : ดีใจมากๆ ค่ะ ขอบคุณทางแอลมากๆ ที่ทำให้เต้ยได้กลับมาเป็นคัฟเวอร์เกิร์ลอีกครั้ง แม้ว่าเมื่อคืนก่อนถ่ายจะไข้ขึ้น 38°C แต่วันนี้ที่มาก็ตั้งใจทำเต็มที่มากๆ ค่ะ วันนี้ชอบลุคเสื้อกล้ามลายดอกไม้ มีความเป็นตัวเองมาก จริงๆ ชอบหลายชุดเลย ตอบยากมากค่ะ ชุดสีดำที่เป็น Re-Nylon ก็ชอบ เต้ยชอบคอลเล็กชั่นนี้นะคะ

ELLE : ฝากผลงานให้ติดตามของเต้ยในปีนี้กันหน่อย

Toey : ตอนนี้กำลังถ่ายทำซีรี่ส์เรื่อง Hug Me Gently กอดฉันเบาๆ แสดงกับเจมส์ มาร์ น่าจะได้ดูกันช่วงปลายปีนี้ และมีรอเปิดกล้องอีกหนึ่งเรื่อง แล้วก็อาจจะมีถ่ายหนังช่วงปลายปี อย่างไรก็ฝากติดตามด้วยนะคะ

Photographer : Manosit Boonnon
Stylist : Fu Matin
Makeup: Hirun boonkarnwanit
Hair: Promya Bangpong

Latest Posts

Don't Miss