เปิดลิสต์ 5 พีเรียดไทยที่จับตามอง สะท้อนสเน่ห์และปลุกกระแสซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้ดังไกลระดับโลก

จังหวะนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนเราก็จะเห็นกระแสซีรี่ส์จีนที่มาแรงอย่างล่าหยก หรือภาพยนตร์เกาหลี The King’s Warden ที่กำลังมาแรงในโรงภาพยนตร์ แต่รู้หรือไม่ว่าอีกกระแสที่มาแรงและกำลังถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ คงหนีไม่พ้น ‘พีเรียดไทย’ ที่กลับมาสร้างสีสันและตอกย้ำซอฟต์พาวเวอร์ไทยในแบบที่ไม่มีใครเหมือน ทั้งเส้นเรื่องที่เล่าเรื่องราวความรัก การเมือง อำนาจ โชคชะตา ที่ไม่เพียงแต่สร้างความน่าลุ้นน่าตื่นเต้นให้แฟนๆ ได้ติดตามแต่ยังคงซ่อนสเน่ห์ของประวัติศาสตร์ไทย และความหมายบางอย่างไว้อย่างมีมิติ ขณะเดียวกัน พีเรียดไทยนี้ยังได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งหมวดหมู่ของ Non-English ที่ติดอยู่ในอันดับการรับชมสูงสุดตามแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งปีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปีที่มีละครและซีรี่ส์พีเรียดฟอร์มยักษ์ให้แฟนๆ ได้ติตดามตลอดทั้งปี แต่จะมีเรื่องไหนที่โดดเด่นและน่าจับตามองบ้าง? วันนี้แอลไทยแลนด์ได้รวบรวมมาไว้ให้ทุกคนที่นี่แล้ว 

#1 The Last Duel 

ทันทีที่พีเรียดฟอร์มยักษ์อย่าง ‘หงสาวดี’ เปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนๆ คอละคร รวมถึงเด็กรุ่นใหม่ที่กลับมาให้ความสำคัญกับการตีความตัวละครในประวัติศาสตร์อีกครั้ง โดยใช้แนวทาง The Last Duel หรือ ‘การดวลครั้งสุดท้าย’ มาตีความใหม่อย่างแยบยลซึ่งนอกจากจะสะท้อนเกมการเมืองและศึกสงครามระหว่าง มังจีชวา และ พระนเรศวรแล้ว ละครพีเรียดเรื่องนี้ยังได้เจาะทะลุไปถึงหัวใจของตัวละครในอีกมุมมองหนึ่งให้ผู้ชมได้รู้สึกและเกิดการตั้งคำถาม พร้อมด้วยการถ่ายทอดผ่านฉากที่สมจริงจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ตามรอยสถานที่ถ่ายทำต่างๆ ทั้งฉากสำคัญของเรื่องอย่างท้องพระโรง รวมถึงวัดตามจังหวัดต่างๆ อย่างวัดในอยุธยา เชียงใหม่ และอีกมากมาย จนเกิดเป็นปรากฎการณ์การท่องเที่ยวตามรอยพระนเรศวร และทริปมูตามสถานที่ต่างๆ อีกทั้งกระแสความนิยมของตัวละครหลักอย่างพระนเรศที่รับบทโดย ตรี ภรภัทร ก็ได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดดพร้อมเปิดการมองเห็นให้กับเขาอย่างกว้างขวางอีกครั้งหลังจากโลกแล่นในวงการบันเทิงมากว่า 10 ปี พร้อมด้วยนาย ณภัทรที่ร้องไห้ด้วยความภูมิใจอีกทั้งยังยอมรับว่าบท กษัตริย์หงสาวดี คือที่สุดในชีวิตนักแสดงของเขา

#2 Love Upon a Time Series

จะน่าสนใจแค่ไหน หากสององค์ประกอบอย่างพีเรียดไทย มาผสมกับซีรี่ส์อีกหนึ่งแขนงที่ได้รับความนิยมในไทยแบบสุดๆ อย่างซีรี่ส์วาย โดยอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองในปีนี้คือ ‘ภพเธอ’ ซีรีส์วายแนวพีเรียดโรแมนติก-แฟนตาซี ที่พาตัวละครย้อนไปใช้ชีวิตในสมัยอยุธยา จนกลายเกิดเป็นความรักแบบข้ามภพ ท่ามกลางสนามผู้เล่นในวงการซีรี่ส์วายที่มีหลากหลายพล็อตให้ผู้ชมได้เลือกสรร เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความแปลกใหม่และน่าท้าทายด้วยพล็อตย้อนเวลา และตัวละครนักแสดงใหม่ที่น่าจับตา แต่หลังจากที่เรื่องนี้ถูกปล่อยออกมาในอีพีแรก ก็สร้างปรากฏการณ์แฮชแท็กติดเทรนด์ประเทศไทยและติดอันดับ 1 โลกแบบข้ามคืน พร้อมด้วยการขึ้นเทรนด์กว่า 20 ประเทศในเวลาเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์จุดแข็งของวงการไทย และการเชื่อมโยงความเป็นไทยให้เป็นหนึ่งเดียวกับเด็กรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

#3 The Bangkok Red Opera

สิ่งที่ทำให้ละครพีเรียดไทยอย่าง ‘สอดสร้อยมาลา’ โดดเด่นไม่แพ้เรื่องอื่นๆ คือการหยิบยกเรื่องของนางรำหลวงในช่วงรัชกาลที่ 6 มาถ่ายทอดกลิ่นอายของยุคนั้นๆ ไปพร้อมกับการเล่าเรื่องมิตรภาพความสัมพันธ์ของเพื่อน รวมถึงการวางบทบาทต่างๆ ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของการเมืองไทยออกมาได้อย่างแยบยล ซึ่งความพิเศษของสอดสร้อยมาลาคือการร่วมงานกันครั้งแรกของดาราระดับตำนานอย่างหมิว ลลิตา และแหม่ม คัทลียา รวมถึงเรื่องนี้ยังเป็นบทพิสูจน์สำคัญของมาเบล หนึ่งในสมาชิกวง PiXXiE ที่ได้พลิกบทบาทจากศิลปิน T-Pop สู่บทบาทนางรำในแบบที่แฟนๆ ไม่เคยเห็นจึงสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับคนดูจำนวนมาก ร่วมด้วยเอินเอิน ฟาติมา ที่ได้ท้าทายตัวเองด้วยการเรียนรำพร้อมใส่หัวเงาะ ในบทตัวพระที่ทำเอาทุกคนเซอร์ไพรส์กันถ้วนหน้า อีกทั้งการกลับมาของพระเอกอย่างเข้ม หัสวีร์ และกระทิง ขุนณรงค์ ที่มาสวมบทเป็นเพื่อนรักแต่ยังต้องฟาดฟันกันเพื่อแย่งชิงหัวใจของคนที่พวกเขาชอบ

#4 Scarlet Heart Thailand

อีกหนึ่งโปรเจ็กต์ยักษ์ที่น่าจับตามองคงหนีไม่พ้นการมารวมกันของ 8 นักแสดงนำดาวรุ่งของไทย ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ นำทีมโดย วิน เมธวิน, ตู ต้นตะวัน,นนน กรภัทร์, เพิร์ธ ธนพนธ์, ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน,โฟร์ท ณัฐวรรธน์ และฟอส จิรัชพงศ์ ที่ได้มาร่วมกันสร้างผลงานในชื่อ Scarlet Heart Thailand เล่าเรื่องยุคสมัยล้านนา โดยซีรี่ส์พีเรียดนี้ได้ถูกนำมาทำใหม่สานต่อต่อนวนิยายต้นฉบับ และซีรีส์จีน Bu Bu Jing Xin ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ในปี 2011 อีกทั้งยังถูกสานต่อเป็นเวอร์ชั่นซีรีส์เกาหลี Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo ในปี 2016 ที่ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องรู้จัก ทำให้ซีรีส์พีเรียดไทยเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ถูกคาดหวังอย่างสูง แม้ล่าสุดจะเปิดมาเพียงแค่ชื่อของตัวละครในเรื่องเท่านั้น ขณะเดียวกันการเลือกใช้ล้านนาเป็นฉากหลังของเรื่อง ยังช่วยเพิ่มเสน่ห์ทางวัฒนธรรมให้ซีรีส์มากขึ้น ทั้งภาษา เครื่องแต่งกาย สถาปัตยกรรม และบรรยากาศของยุคสมัย ที่อาจกลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกอีกครั้ง มารอติดตามในปี 2026 นี้กันได้เลยว่าจะเกิดปรากฏการณ์ไวรัลอะไรจากเรื่องนี้บ้าง

#5 เพลิงพระนาง

“ไสเสลี่ยงไป!” วลีฮิตที่เกิดจากการห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดของเพลิงพระนางในปี 2017 กับการรับบทนำโดย อั้ม พัชราภา กำลังกลับมาคืนชีพอีกครั้ง กับทีมนักแสดงใหม่ที่เปิดเผยรายชื่ออกมาแล้วอย่าง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก พร้อมด้วยแพนเค้ก เขมนิจ และญดา นริลญา ที่กำลังกลับมาสร้างตำนานใหม่อีกครั้ง แต่หากจะให้ย้อนไปใน 9 ปีที่แล้วละครพีเรียดเรื่องนี้นับเป็นปรากฏการณ์ที่สุดแห่งยุคก็ว่าได้เพราะในปีที่เปิดตัวเปิดด้วยเรตติ้ง 4.9 และปิดจบด้วยเรตติ้ง 9.0 ซึ่งนับเป็นสถิติที่สูงที่สุดในวงการโทรทัศน์ไทยตอนนั้น และการกลับมาในรอบ 9 ปีนี้ ก็ได้ถูกนำมาสร้างใหม่ด้วยผลงานผู้สร้างสืบสันดาน และนอกจากนี้กระแสของเพลิงพระนาง 2026 ที่แม้จะปล่อยมาแค่เทรลเลอร์กแต่ก็ยังได้รับความนิยมและโด่งดังไปถึงต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน กับพลังแฟนคลับของใบเฟิร์น พิมพ์ชนกบน Weibo และ Xiaohongshu ทำให้หลังเปิดตัวโปรเจ็กต์ มีคอมเมนต์และโพสต์พูดถึงจำนวนมาก หลายสื่อมองว่าเพลิงพระนาง อาจกลายเป็นอีกหนึ่งที่ช่วยผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยในตลาดเอเชียก็เป็นได้

Latest Posts

Don't Miss