ยิ่งซิลูเอ็ตสนิทชิดกับสรีระยิ่งรักษ์โลกจริงไหม? แล้วดีไซเนอร์จะออกแบบอย่างไรได้บ้างในยุคโลกเดือด

Phoebe English ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษผู้ปักหลักในเส้นทางแฟชั่นยั่งยืนมากว่าทศวรรษ ภายในสตูดิโอออกแบบของเธอจึงแทบไม่มีเศษผ้าให้เห็น ซึ่งเป็นเรื่องแปลกสำหรับแฟชั่นดีไซเนอร์ แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือกระดาษวาดแบบเต็มไปด้วยแพตเทิร์นหน้าตาเหมือนเกมเตตริสหรือเลโก้ เมื่อแพตเทิร์นแต่ละชิ้นเป็นรูปเรขาคณิตที่ลงล็อกกันพอดิบพอดี จนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างบนกระดาษวาดแบบเลย และนั่นหมายถึงเสื้อผ้าที่จะกลายร่างจาก 2 มิติบนกระดาษไปเป็นชิ้นงาน 3 มิติที่สวมใส่ได้จริง ก็แทบไม่มีเศษผ้าเหลือทิ้งจากการตัดเย็บด้วยเช่นกัน

เทคนิคการวาดแพตเทิร์นแบบเศษผ้าเป็นศูนย์ที่ฟีบี้ใช้ ยิ่งตอกย้ำความเป็นแฟชั่นยั่งยืนด้วยการตัดผ้าแบบเลเซอร์คัตที่มีความแม่นยำสูง จึงช่วยลดเศษผ้าลงได้อีกส่วนหนึ่ง และการย้อมสีหลังจากประกอบแพตเทิร์นทุกชิ้นด้วยกันแล้ว ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำในกระบวนการย้อมผ้าลงได้มาก ต่างจากวิธีเดิมที่ดีไซเนอร์มักใช้ผ้าที่ย้อมมาแล้วทั้งม้วนก่อนแล้วจึงนำไปวางแพตเทิร์นและตัดเย็บ ฟีบี้ทำงานย้อนกระบวนการจาก 10 ไป 1 เพื่อให้ได้ขยะเป็น 0 

วิธีคิดและวิธีทำแฟชั่นของฟีบี้ อิงลิช เป็นไปในทางเดียวกันกับ Timo Rissanen ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่ง University of Technology Sydney ซึ่งบุกเบิกเรื่องแฟชั่นที่สร้างขยะเป็นศูนย์มายาวนาน งานวิจัยของทีโมตั้งสมมติฐานว่า “ซิลูเอตที่ยิ่งแนบชิดกับรูปร่างมากเท่าไร ยิ่งเป็นแฟชั่นยั่งยืนมากขึ้นเท่านั้น…หรือไม่” คำตอบคือใช่ เมื่อเขาทำการทดลองแล้วพบว่า กางเกงที่ออกแบบด้วยแนวทางขยะแฟชั่นเป็นศูนย์ สร้างเศษผ้าเหลือทิ้งเพียง 5-10% แต่ถ้ายังใช้วิธีการแบบเดิมจะก่อเกิดเศษผ้ามากถึง 40% และยิ่งดีไซน์เขยิบห่างจากร่างกายมากขึ้น หรืออยากให้ลวดลายต่อกันเพื่อความสวยงาม ก็ยิ่งสิ้นเปลืองผ้ามากขึ้นไปอีก  

ฉะนั้นหากอยากให้แฟชั่นยั่งยืนยิ่งขึ้น ดีไซเนอร์อาจต้องเริ่มกลัดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกเสียก่อน นั่นคือ ‘ซิลูเอ็ต’ โดยเฉพาะซิลูเอตที่ฟิตกับร่างกายมากจะช่วยประหยัดผ้าได้มากเกือบ 50% ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนได้มากโข หากนั่นหมายความว่าเราต้องใส่กันแต่เสื้อพอดีตัว เสื้อกล้าม เดรสทรงสอบ กระโปรงทรงดินสอ มินิสเกิร์ต กางเกงขาสั้น หรือบิกินี่เท่านั้นละหรือ แล้วเสื้อแขนยาว สูทโอเวอร์ไซซ์ โค้ตทรงรังไหม กางเกงทรงโคร่ง กระโปรงสุ่ม แม็กซี่เดรสก็ไม่ควรมีอยู่อีกต่อไปแล้วใช่หรือไม่ แต่หนึ่งในดีไซน์ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Phoebe English คือเสื้อทรงบ็อกซี่นี่นา

หัวใจของซิลูเอ็ตรักษ์โลกหาใช่การออกแบบแต่เสื้อผ้าฟิตพอดีตัวเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการออกแบบที่คำนึงถึงการตัดแพตเทิร์น การเดรป การจัดวางรูปทรงเรขาคณิต และการหาทางใช้พื้นที่บนกระดาษวาดแบบหรือผ้า เพื่อสร้างสรรค์ดีไซน์และรายละเอียดต่างๆ ต่างหาก หรือกล่าวให้ง่ายกว่านั้นคือ ไม่ใช่สักแต่ออกแบบ แต่ด้วยการนำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาก่อนลงกรรไกร นอกจากช่วยประหยัดผ้าและลดเศษผ้าแล้ว ยังทลายข้อจำกัดที่ว่าในยุคโลกเดือด ดีไซเนอร์ต้องออกแบบแต่เสื้อผ้าพอดีตัวเท่านั้นให้สิ้นซากไป 

อันที่จริงมนุษย์โอบรับซิลูเอ็ตรักษ์โลกมาเนิ่นนาน ดังตัวอย่างที่สืบค้นกลับไปได้นับพันปี นับจากชุดตอกาในยุคกรีกโรมัน กิโมโน ส่าหรี โสร่ง ผ้าถุง หรือ wrap dress ที่ล้วนใช้หลักการเดียวกัน กล่าวคือเป็นแพตเทิร์นที่คำนึงถึงเกรนผ้าหรือทิศทางของเส้นด้าย โดยไม่ขืนผ้า จึงได้ซิลูเอต ลวดลาย และลูกเล่นที่หลากหลาย ดีไซน์ขยะเป็นศูนย์จึงอยู่ที่การปรับจูนเจตนารมณ์และการคิดค้นแพตเทิร์นใหม่ ไม่ใช่แค่ซิลูเอตฟิตพอดีตัว 

เพราะเสื้อผ้าแนบชิดรูปร่างก็ใช่ว่าจะเหมาะสมกับคนใส่ทุกคนเสมอไป แต่เสื้อผ้าที่คนอยากซื้อไปใส่กันจริงๆ คือชิ้นที่ขับจุดเด่นทางสรีระให้ฉายแสงอย่างเหมาะสม ขณะที่ต้องทำงานเข้าขากันกับชนิดผ้าที่ใช้ด้วย คนใส่จึงจะรู้สึกดีและดูดีนี่ต่างหากคือคีย์สำคัญ มิเช่นนั้นแล้วต่อให้ซิลูเอ็ตคิดมาดีเลิศรักษ์โลกเพียงไร แต่ไม่เข้าตาใครย่อมกลายเป็นขยะแฟชั่นอีกชิ้นเท่านั้น   

และอีกปัจจัยที่ช่วยให้แฟชั่นสร้างขยะเป็นศูนย์ได้คือ ‘เสื้อผ้าที่ผ่านการคิดอย่างถี่ถ้วน’ เช่น ควรใช้ซิลูเอ็ตแบบใด ควรวาดแพตเทิร์นแบบไหน ควรใช้ผ้าเดดสต๊อกดีหรือไม่ หรือถ้าใช้เดนิมรีไซเคิลก็จะใช้ได้นานหลายสิบปี และไม่ใช่แค่หน้าที่ของดีไซเนอร์ที่ต้องคิด แต่คนใส่ควรต้องคิดก่อนเอฟของด้วยว่าจะซื้อเสื้อผ้าชิ้นนี้ไปทำไม เพื่ออะไร จำเป็นไหม และจะใส่ตัวนี้อย่างน้อย 30 ครั้งหรือเปล่า เสื้อผ้าจะซิลูเอ็ตแบบไหนก็ได้ ตราบใดที่ไม่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีจุดจบที่บ่อขยะเช่นเดียวกับเสื้อผ้าอีก 92 ล้านตันต่อปี  

Latest Posts

Don't Miss