จาก Nike ถึง FIFA เมื่อ ‘ลิซ่า’ เป็นขวัญใจคนล่าสุดของวงการกีฬาโลก

เป็นแขกพิเศษในไลน์แฟชั่นของทีมรถแข่ง Ferrari เป็นสมาชิก Nike Family และเป็นศิลปินที่โชว์ในพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ที่แอลเอ เหตุใดวงการกีฬาจึงดูมะรุมมะตุ้มรุมรัก ‘ลิซ่า’ ขนาดนี้ เป็นผู้บ่าวและผู้สาวใส่เสื้อบอล แล้วไปหาคำตอบถึงขอบสนามกัน!

ฟุตบอลโลก: อีเวนต์ใหญ่ที่สุดในโลก

แม้โอลิมปิกจะเป็นเพชรยอดมงกุฎของวงการกีฬา หากก็เป็นเช่นนั้นในมุมของนักกีฬาที่ฝึกซ้อมหลายปีเพื่อคว้าเหรียญทองโอลิมปิกสักครั้งในชีวิต แต่ในแง่ผู้ชม ‘ฟุตบอลโลก’ ครองสถานะมหกรรมกีฬาที่มีจำนวนผู้ชมมากที่สุด และกลายเป็นอีเวนต์ใหญ่ที่สุดในโลกไปโดยปริยาย โดยเฉพาะฟุตบอลโลก 2026 คาดการณ์ว่าจะมีผู้ชมทั่วโลกมากถึง 6 พันล้านคน (จากประชากรโลกในปี 2026 ราวๆ 8.3 พันล้านคน)

พิธีเปิดฟุตบอลโลกจึงเปรียบเสมือนบริษัทที่มีจำนวนหน้าจอมากที่สุดในโลก โดย ‘ลิซ่า’ คือหนึ่งในจุดโฟกัสหลักของสายตากว่า 3 พันล้านคู่เมื่อกล้องแพนจากลูกฟุตบอลโลกสีทองที่พื้น ไล่ไปหารองเท้าบู๊ตคลุมน่องสีขาวจาก Ssimeez แบรนด์รองเท้าสัญชาติเกาหลีใต้ และชุดหนังสีขาวงานคัสตอมเมดจาก Zana Bayne แบรนด์เครื่องหนังในแอลเอ ก่อนจะไปจบที่ใบหน้าของลิซ่าที่ทั้งร้องทั้งเต้นในเพลง Goals ลิซ่าจึงเขียนบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในฐานะศิลปินชาวไทยและศิลปินเคป๊อปหญิงคนแรกที่แสดงสดในฟุตบอลโลก

Fash-sport Protagonist

ลุคชุดหนังในพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ของลิซ่าถูกเติมเข้าไปในไดอารี ‘ผู้นำสายแฟชั่นสปอร์ต’ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ลิซ่าเคยเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับหน้าที่โยนเหรียญเสี่ยงทายในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เคยโบกธงหมากรุกในสนามแข่งไมอามีกรังด์ปรีซ์ของวงการ F1 เป็นเฟซในคอลแลบ NikeSKIMS และเป็นสมาชิกครอบครัว Nike Family เคียงบ่าเคียงไหล่กับบิ๊กเนมในแวดวงกีฬาและดนตรี อาทิ Cristiano Ronaldo, Mbappé, Haaland ไปจนถึง Drake และ Travis Scott

เช่นเดียวกับ Guinness สปอนเซอร์ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, Ferrari แบรนด์รถสปอร์ตที่หันมาทำแฟชั่น และ Nike ยักษ์ใหญ่ในวงการชุดและอุปกรณ์กีฬา (ที่หุ้นตก 30% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่นับว่ารายได้ลดลงต่อเนื่อง 2 ปีงบประมาณ) จนถึงฟีฟ่าที่จีบลิซ่าให้มาแสดงสดในพิธีเปิดฟุตบอลโลกปีนี้ การมาถึงวงการกีฬาของลิซ่าจึงมีทั้งความพยายามจะต่อติดกับผู้บริโภคยุคใหม่ของบางแบรนด์ การขยายตลาดให้มากไปกว่ากีฬาโดยการปรับตัวเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ กลยุทธ์คัมแบ็กของแชมป์เก่าผู้โดนโค่นบัลลังก์ รวมทั้งการทำให้ฟุตบอลเป็นแพลตฟอร์มวัฒนธรรมครบวงจร ทั้งกีฬา แฟชั่น จนถึงดนตรี ท่ามกลางการขยับเขยื้อนทางธุรกิจและวัฒนธรรมเหล่านี้ มีลิซ่าถือธงนำอย่างเป็นธรรมชาติ

Attention Economy

อาจพูดได้ว่าวงการกีฬาจำเป็นต้องมีลิซ่ามากกว่าที่เธอปรารถนาจะร่วมงานกับพวกเขา เพราะลิซ่ามีสิ่งที่แบรนด์สร้างไม่ได้ นั่นคือ ‘แฟนดอม’ เหล่าคนรักลิซ่ายิ่งกว่ายินดีจะคลิก ไลก์ เมนต์ แชร์ ตัดคลิป ดันแฮชแท็กในทุกกิจกรรมที่ขวัญใจของพวกเขาทำ (รวมทั้งยอดวิวและยอดแชร์นับล้านหลังพิธีเปิดฟุตบอลโลกของลิซ่า) ซึ่งการที่ผู้บริโภคผลิตคอนเทนต์สนับสนุนแบรนด์ด้วยตนเองนั้นถือเป็นเหรียญทองโอลิมปิกของนักการตลาดก็ว่าได้

แฟนดอมของลิซ่าคือเอนเกจเมนต์แสนแพงชนิดที่ไม่มีงบโฆษณาใดซื้อได้ และยังพากีฬา (กับสปอนเซอร์ของพวกเขา) เข้าไปสู่การรับรู้ของผู้หญิง เพศหลากหลาย และเจนซี ซึ่งเป็นผู้บริโภคกลุ่มเหมืองทองที่แบรนด์ต้องการมากที่สุดในยุคที่ความสนใจแปรเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินมหาศาลได้  

Why Lisa?

ไม่ว่าค่ายไซซ์ใด เล็ก กลาง ใหญ่ในวงการเคป๊อป ล้วนตามหาทาเลนต์ชาวไทยไปเป็นศิลปินฝึกหัด เพราะทุกค่ายรู้ดีว่า คนไทยคือฐานแฟนเพลงเคป๊อปท็อป 10 ของโลก ยิ่งเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดียก็ได้พลังนิ้วของแฟนๆ ชาวไทยนี่แลที่ช่วยกันดันเอนเกจเมนต์ของศิลปินเคป๊อปให้ดังและปัง (แม้แต่วงอินดีร็อก wave to earth ที่หลับสนิทในเกาหลีใต้ แต่ด้วยพลังไวรัลของแฟนเพลงชาวไทย ทำให้วงเดินสายเล่นคอนเสิร์ตทั่วโลกได้เฉยเลย)

ทว่า แฟนเพลงเคป๊อปไม่ได้มีแค่คนไทย แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากร 630 ล้านคนคือฐานแฟนอันทรงพลัง โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ลามไปถึงญี่ปุ่น เปรู สเปน โคลอมเบีย บราซิล ในขณะที่อเมริกาและเม็กซิโกได้ชื่อว่าเป็นเมกกะแห่งการสตรีมเพลง ลิซ่าซึ่งพูดได้หลายภาษา เป็นนักเต้นที่แข็งแรงทว่าพลิ้วไหว เป็นแรปเปอร์ที่มีโทนเสียงสุดยูนีก และมีมายด์เซตแบบ Just Do It ดังเช่นสโลแกนของแบรนด์กีฬาที่เธอเป็นสมาชิกครอบครัว

วงการกีฬากีฬา แฟชั่น และดนตรีต่างมองหาตัวกลางที่สื่อสารได้กับผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งจะมีสักกี่คนที่ทำให้แบรนด์และองค์กรนั้นๆ ดูอินเตอร์ อินคลูซีฟ และเซ็กซี่ (ในแง่ที่กลายเป็นแบรนด์ฮอตและอยู่ในกระแส)

ตัวกลางนั้นคือเธอ

LISA.

Text: Suphakdipa Poolsap

Latest Posts

Don't Miss