หากใครกำลังมองหานาฬิกาที่ใส่ได้ในหลากหลายโอกาสแถมใส่ได้ในระยะยาว OMEGA รุ่น Constellation ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอยู่ในการตัดสินใจอันดับต้นๆ ของใครหลายคนด้วย แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากดีไซน์ที่แสนจะเป็นเอกลักษณ์จนทำให้เรือนเวลารุ่นนี้กลายมาเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ OMEGA แล้ว ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้ Constellation เข้าไปครองใจใครหลายๆ คนได้อีกแบบไร้ซึ่งข้อกังขา! วันนี้แอลเลยรวบรวม 5 เหตุผลที่ทำให้ Omega Constellation กลายมาเป็นนาฬิกาที่ใครหลายคนอยากจับจอง!
#1 Design That Defines
ความโดดเด่นของ OMEGA Constellation ไม่ได้มีเพียงแต่ประวัติความเก่าแก่ที่มีมาอย่างช้านานจนทำให้คอลเล็กชั่นนี้ขึ้นแท่นคอลเล็กชั่นที่สุดแสนจะไอคอนิกประจำ OMEGA แต่เพราะดีไซน์ของตัวเรือนที่สวมใส่ได้ง่ายและมีหลากหลายสีสันเลยทำให้ Constellation กลายมาเป็นนาฬิการุ่นแรกๆ ที่ใครหลายคนเลือกสวมใส่ ซึ่งไอคอนิกของ Constellation นี้คือ Griffes หรือกรงเล็บซึ่งเป็นจุดเด่นที่อยู่สองข้างของตัวเรือน โดยมีทำหน้าที่ยึดคริสตัลให้อยู่กับตัวเรือน


นอกจากนี้ยังมีหลากหลายวัสดุให้ทุกคนได้เลือกทั้ง สเตนเลสสตีล, เซรามิก, ทองคำ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการสวมใส่ด้วยการมีหลากหลายขนาดให้เลือกทั้ง 25, 28, 29, 34 และ 41 mm และนอกจากจะให้ความสวยงามสามารถใช้ได้หลากหลายโอกาสแล้ว แบรนด์ยังคงและรังสรรค์ให้ทนทานต่อการกัดกร่อน ไม่เป็นรอยง่าย แต่มองกี่ครั้งก็ยังคงน่าค้นหาเพราะตัวเรือนแฝงไปด้วยความหรูหราแต่เรียบง่าย
#2 Innovation in Every Curve
นอกจากความโดดเด่นในเรื่องของวัสดุและการใช้งานจน Constellation จะได้ขึ้นแท่นมาเป็นนาฬิกาเรือนโปรดแล้ว อีกเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนต้องปักหมุดเรือนเวลานี้ไว้ในใจเลยคือนวัตกรรมภายในตัวเรือนที่แสนจะโดดเด่น ถึงแม้ประวัติของรุ่นนี้จะมีมาตั้งแต่ 1952 แต่ยังคงไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ของคอลเล็กชั่น เพราะมีความ ‘แม่นยำ’ ในเรื่องของเวลาเป็นที่สุด! และได้รับการการรันตีว่า OMEGA Constellation มีความแม่นยำในระดับโครโนมิเตอร์ ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับหอดูดาวเลยทีเดียว

โดยในปัจจุบัน OMEGA ก็ได้พัฒนาเทคโนโลยีด้วย Co-Axial Escapement ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะของ Omega ที่นอกจากช่วยลดแรงเสียดทานในกลไก แถมเพิ่มความแม่นยำแล้ว ยังทำให้นาฬิกาเรือนโปรดของคุณเรือนนี้ไม่ต้องได้รับการซ่อมบำรุงบ่อยๆ สามารถใช้งานได้นาน และถ้าคิดว่านวัตกรรมความทันสมัยเหล่านี้จะหยุดเพียงแค่นี้ล่ะก็.. OMEGA ก็ยังคงพัฒนากลไกและนวัตกรรมต่อด้วยการเพิ่มวัสดุที่ต้านทานสนามแม่เหล็กทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องความแม่นยำอีกเลย
#3 Unisex
เพราะการออกแบบของหน้าปัด OMEGA Constellation ที่มีหลากหลายโดยมีให้เลือกถึง 5 ไซซ์ ตั้งแต่หน้าปัดเล็กๆ อย่าง 25 mm ไปจนถึง 41 mm ทำให้คอลเล็กชั่นนี้หมดความกังขาไปได้เลยว่าผู้หญิงหรือผู้ชายจะใส่ได้ไหมนะ? เพราะภายในคอลเล็กชั่นนี้สามารถใส่ได้ทั้งคนที่มีข้อมือเล็กไปจนถึงข้อมือใหญ่ ด้วยการออกแบบที่รังสรรค์มาอย่างสมดุลจนอาจพูดได้ว่า ‘ไม่เล็กไปแต่ก็ไม่ใหญ่ไป’ แถมยังสามารถสวมใส่ได้ในหลากหลายกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการออกไปทำกิจกรรมสไตล์สายลุย หรือถ้าใครอยากคอมพลีตลุคให้หวานพร้อมออกงานก็สามารถใส่หน้าปัดไซซ์เล็กก็เข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ

#4 Worn by Stars
ด้วยความที่สวมใส่ง่ายแถมยังใส่ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายทำให้ Constellation ได้รับความนิยมในกลุ่มเซเลบริตี้ในหลากหลายอาชีพไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหญิงอย่าง Nicole Kidman แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ประจำแบรนด์ โดยนอกจากเธอจะมีความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์มาตั้งแต่ปี 2003 แล้วเธอยังใส่ Constellation ในชีวิตประจำวันของเธอจนทำให้คอลเล็กชั่นนี้ถูกพูดถึงมากขึ้นอีกด้วย และนอกจากนักแสดงหญิงแล้วยังมี Daniel Craig ที่เรารู้จักเขากันดีในบทบาท James Bond ซึ่งก็ไม่ได้ได้รับความนิยมในหมู่ดารานักแสดงเท่านั้น แต่ Constellation ยังได้ไปอยู่บนข้อมือของราชินีแห่งจอร์แดนอย่าง Queen Rania ไปจนถึงนักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิกอย่าง Michael Phelps อีกด้วย


#5 Worth the Watch
ถ้าตั้งคำถามว่า Omega Constellation จะเหมาะกับการลงทุนหรือเปล่านะ? แน่นอนว่าใช้ได้เลย! ทั้งด้วยกลไกที่ออกแบบเฉพาะตัวอย่าง Master Chronometer ระดับสูง ประกอบกับวัสดุหรูหราและดีไซน์ที่ไม่ว่าจะหยิบมาใส่กี่ปีก็ยังดูนำเทรนด์อยู่เสมอ ทำให้ถ้าใครอยากส่งต่อ อาจจะไม่ได้ราคาสูงมากเท่า Speemaster หรือ Seamaster แต่ถ้าเป็นรุ่นหายากหรือมีหน้าปัดพิเศษล่ะก็บอกเลยว่าราคาจะพุ่งขึ้นอย่างมหาศาล แต่ถ้าใครไม่ได้มีการวางแผนจะขาย แต่เป็นสายสะสมก็น่าสะสมสุดๆ เพราะแบรนด์มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 70 ปี ซึ่งพูดได้เลยว่า ‘ไม่เสียดาย’ ที่ซื้อเรือนเวลานี้ไว้ในครอบครอง เพราะเหมือนประวัติศาสตร์และความแฟได้มารวมอยู่บนข้อมือของเราแล้ว!





