ช่วงนี้การนำเอาภาพยนตร์เรื่องเก่าที่มีฐานแฟนอย่างแน่นหนากลับมาเล่าใหม่ดูจะเป็นเทรนด์ที่ฮอลลีวูดกำลังหลงใหลอยู่ไม่ใช่น้อย ไม่เว้นแม้แต่ภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Legally Blonde ที่เตรียมจะมาเป็นซีรี่ส์เรื่องใหม่ในไลน์อัพของ Prime Video ภายใต้ชื่อ ‘Elle’ แถมยังประจวบเหมาะกับการฉลองครบรอบ 25 ปีของภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างพอดิบพอดี
และนี่คือบทสัมภาษณ์สุดพิเศษเกี่ยวกับเรื่องราวกว่าจะมาเป็นซีรี่ส์ Elle นับตั้งแต่ภารกิจเฟ้นหาตัว Elle Woods เจเนอเรชั่นใหม่ของ Reese Witherspoon และทีมงานจาก Prime Video ไปจนถึงกระบวนการสร้างซีรี่ส์ที่จะทำให้คุณอินจนวางใจได้ว่าซีรี่ส์จากหนังในดวงใจเรื่องนี้จะต้องไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน
ในภาพยนตร์ต้นฉบับ Legally Blonde นั้น Reese Witherspoon รับบทเป็น Elle Woods สาวดีกรีประธานชมรมนักศึกษาหญิงจากลอสแอนเจลิส ที่ดูแปลกแยกเมื่อเธอก้าวเข้าสู่โลกของ Harvard Law School แต่สุดท้ายเธอก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าพวกเขาคิดผิด พร้อมกับแจ้งเกิดในห้องพิจารณาคดีฝั่งตะวันออกอย่างสง่างาม จนกลายเป็นที่มาของประโยคระดับไอคอนิกอย่าง “What, like it’s hard?” หรือ “อะไรล่ะ ทำอย่างกับมันยากนักแหละ”
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจสร้างซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวก่อนเหตุการณ์ใน Legally Blonde ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะกระแสการหยิบ IP ดังกลับมาต่อยอดเท่านั้น ตอนที่ Reese Witherspoon พูดถึงไอเดียนี้กับ Lauren Neustadter โปรดิวเซอร์คู่หูจาก Hello Sunshine เธอเล่าว่ารู้สึกกังวลกับสารที่สื่อยุคนี้ส่งไปถึงหญิงสาวยุคใหม่ เพราะความสดใส ความมั่นใจ และพลังแบบ ‘bend and snap’ ที่เป็นเสน่ห์ของ Elle Woods ดูจะหายไปจากหน้าจอ
Lauren Neustadter: เธอ (Reese Witherspoon) บอกกับฉันว่า ‘ฉันรู้สึกว่าโลกนี้กำลังต้องการ Elle Woods’

ในเวลาต่อมา ไอเดียซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวในวัยมัธยมปลายของ Elle Woods ในยุค 90s จึงได้ถูกไปเสนอให้กับนักเขียนและโปรดิวเซอร์ Laura Kittrell จนกลายมาเป็นแผนที่ดูเรียบง่าย แต่ได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือการย้าย Elle Woods วัยทีนจากลอสแอนเจลิสไปยังเมืองซีแอตเทิลอันชุ่มฝน ที่ซึ่งเธอต้องเผชิญกับวัฒนธรรมกรันจ์ซึ่งแตกต่างสุดขั้วจากมุมมองสดใสแบบสาวแคลิฟอร์เนียตอนใต้ของเธอ ในสภาพแวดล้อมใหม่นี้ Elle ต้องเจอกับคนที่มองเธออย่างดูแคลน ไม่ต่างจากที่เธอจะได้พบในโรงเรียนกฎหมายในอนาคต เพียงแต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้สวมเสื้อสเวตเตอร์ถักกับฮู้ดดี้ฮาร์วาร์ด แต่เปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตลายสก็อต ผ้าฟลานเนล และกางเกงยีนส์ขาดๆ แทน
พล็อตดังกล่าวได้รับไฟเขียวจาก Amazon MGM Studios อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม ก่อนได้ Caroline Dries เข้ามาร่วมทีมในฐานะ co-showrunner ตามมาด้วยคนอื่นๆ ในทีมที่ทยอยเข้ามาสมทบ พร้อมการปักหมุดของ Reese Witherspoon ที่เชื่อว่าการตามหา ‘Elle Woods’ คนใหม่ที่เหมาะสมคือสิ่งสำคัญที่สุด เธอเชื่ออย่างมากว่าวิธีเดียวที่จะถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ คือการเปิดออดิชันให้ทุกคนมีโอกาสเข้ามาลอง
Lauren Neustadter: Reese Witherspoon ต้องการให้ ‘ทุกคนได้มีโอกาสเท่าๆ กัน’ เพราะนั่นคือสิ่งที่ Elle Woods เองก็คงอยากให้เป็นเช่นกัน

เมื่อการออดิชั่นครั้งใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้น Lexi Minetree จึงเห็นโอกาสทองของตนทันที จากการได้รับแรงดันหลังจากเพื่อนหลายคนที่ส่งลิงค์ออดิชั่นมาอย่างไม่ขาดสาย หลังเธอเรียนจบจาก University of Southern California ในสาขาการแสดงและประชาสัมพันธ์ พร้อมทำเทปออดิชั่นที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน อย่างการหยิบฉากสมัครเข้า Harvard Law School สุดไอคอนิกของ Elle Woods จาก Legally Blonde มาถ่ายใหม่ด้วยตัวเองแบบจัดเต็ม ทั้งอ่างน้ำร้อนและ ‘บิกินีสีชมพูวิบวับ’ เพื่อโชว์ให้เห็นว่า ทำไมเธอถึงเหมาะจะรับบท Elle Woods ที่สุด
Lexi Minetree: คุณแม่เป็นคนช่วยถ่ายคลิปให้ฉันค่ะ ฉันตัดต่อเอง เขียนสคริปต์เอง คือทำกันแบบโปรดักชันเต็มรูปแบบเลย แล้วตอนนั้นฉันก็ได้แต่คิดว่า ‘ไม่รู้ทีมแคสต์จะได้เห็นไหม แต่ถ้าเห็นจริงๆ พวกเขาก็น่าจะต้องหยุดดูสักนิดแหละ’

และก็ดูจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะหลังจากที่ทีมได้รับชมเทปออดิชั่นของเธอเป็นที่เรียบร้อย ไอเดียสร้างสรรค์สุดยูนีกของเธอก็ได้รับการการันตีจากทีมงานผู้คัดสรร ทั้ง Lauren Neustadter และ Laura Kittrell จนได้รับการเรียกกลับมาออดิชันอีกหลายครั้ง ทั้งรอบพบผู้กำกับ รอบพบโปรดิวเซอร์ รวมถึงผ่านขั้นตอนทดสอบต่างๆ มากมาย
Lauren Neustadter: เราได้รับคลิปออดิชันเป็นพันเลยค่ะ และ David Rubin กับทีมก็ไล่ดูทุกเทปจริงๆ แต่ Lexi เป็นคนที่โดดเด่นขึ้นมาทันที นาทีแรกที่เราเห็นเธอ เราก็รู้สึกได้เลย มันเป็นช่วงเวลาที่มหัศจรรย์มาก
Laura Kittrell: Lexi มีความคล้าย Reese และ Elle Woods ในเวอร์ชั่นที่ Reese ถ่ายทอดออกมาอย่างน่าประหลาด คนที่ยอมทุ่มสุดตัวเพื่อทำเทปแบบนั้นขึ้นมาก็คือคนที่มีความเป็น Elle Woods อยู่ในตัวจริงๆ พวกเราทึ่งกันมากจริงๆ ค่ะ

Lexi Minetree: “ฉันทั้งตื่นเต้นทั้งกดดันตลอดเวลาเลยค่ะ เพราะนี่เป็นโอกาสใหญ่มาก และเป็นบทที่ฉันอยากได้สุดๆ และฉันก็อินกับมันมากจริงๆ มันอาจฟังดูเว่อร์หรือออกแนวสายมูไปหน่อยนะคะ แต่คุณเคยมีโมเมนต์ที่รู้สึกว่า บางสิ่งมันเหมือนถูกสร้างมาเพื่อเรา บ้างไหมคะ ตลอดช่วงเวลานั้น หนูรู้สึกสงบมาก เพราะรู้สึกว่าเข้าใจตัวละครนี้จริงๆ เข้าใจแก่นของเธอ เข้าใจว่าเธอเป็นคนแบบไหน ทุกอย่างมันรู้สึก ‘ใช่’ ไปหมดเลยค่ะ”
และหกเดือนให้หลังจากนั้น เธอก็ได้เดินทางไปยัง Vancouver เพื่อถ่ายทำฉากแรกๆ ของ Elle ซีซั่น 1 ซึ่งตอนแรกมีกำหนดพรีเมียร์ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ทาง Prime Video พร้อมด้วยความรู้สึกเหมือนตัวเองมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับ Reese Witherspoon แม้ตนจะเป็นสาวผมสีน้ำตาลโดยธรรมชาติ แต่ใบหน้ารูปหัวใจและรอยยิ้มสดใสของเธอก็มักทำให้คนแปลกหน้าหลายคนทักว่าเธอดูคล้าย Reese มาก ไม่ว่าจะเป็นการเกิดและเติบโตในภาคใต้ของสหรัฐฯ อย่าง Atlanta มีนิสัยรักการอ่านอย่างน่าภาคภูมิใจ และที่สำคัญเธอเป็นนักแสดงที่พร้อมทุ่มสุดตัวให้กับทุกบทบาทที่ได้รับ เช่นเดียวกับ Reese Witherspoon เธอยังได้เล่าถึงการพบเจอกันครั้งแรกของทั้งคู่ให้เราฟัง ก่อนทราบภายหลังว่านั่นคือการประกาศข่าวดีว่า เธอนี่แหละคือ Elle Woods คนใหม่
Lexi Minetree: Jason Moore บอกว่า ‘Reese อยากเล่นฉากหนึ่งกับคุณ’ ตอนนั้นหนูก็แบบ ‘โอเค ได้เลยค่ะ ได้เลย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่ แค่ต้องเล่นฉากสดๆ แบบไม่ได้เตรียมตัวกับนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ระดับตำนานเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย’

ความสำเร็จในครั้งนี้ของ Lexi Minetree ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแต่อย่างใด แต่เป็นผลพวงของความพยายามราวกับจะสอบเข้า Harvard Law School เพราะเธอดู Legally Blonde ซ้ำมากกว่า 150 รอบ พร้อมจดโน้ตยาวหลายหน้าเกี่ยวกับ ท่าทาง บุคลิก และเสน่ห์เฉพาะตัว ของ Reese Witherspoon นอกจากนี้ เธอยังสร้างรูทีนวอร์มร่างกายและวอร์มเสียง เพื่อรักษาพลังสดใสแบบฉบับ Elle Woods เอาไว้ รวมถึงฝึกปรับโทนเสียงพูดตามธรรมชาติของตัวเองให้สูงขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับแหลมเกินไป เพื่อให้เข้ากับตัวละครมากที่สุด แม้กระทั่งท่องบทครบทั้ง 8 ตอนเอาไว้ได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มถ่ายทำจริงเสียอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ Caroline Dries ทึ่งมาก
Caroline Dries: Lexi มักเชื่อมโยงไปถึงบทในตอนอื่นๆ ได้ตลอด เธอจะพูดประมาณว่า ‘เดี๋ยวฉันกำลังจะพูดประโยคนี้นะ แต่ในตอน 7 ฉันพูดอีกแบบไว้ งั้นมันควรจะเป็นแบบไหนดี?’…แล้วฉันก็แบบ ‘เธอทำได้ยังไงเนี่ย? ฉันนึกว่านั่นเป็นหน้าที่ของพวกเราซะอีกที่จะต้องคอยเช็กให้ทุกอย่างต่อเนื่องกัน

โดย Lexi Minetree ได้เล่าถึงความตั้งใจในการที่จะถ่ายทอดบทบาท Elle Woods ที่สิ่งที่เธอให้ความสำคัญมากที่สุด คือการถ่ายทอดความเป็น Elle Woods ให้สมบทบาทจริงๆ ไม่ใช่แค่เลียนแบบเพียงผิวเผิน
Lexi Minetree: Elle Woods เป็นตัวละครที่คนอาจเผลอตีกรอบ แล้วเล่นให้ดูตื้นเขินได้ง่ายมาก ซึ่งมันก็ขัดกับสารสำคัญของ Legally Blonde เอง ที่จริงๆ แล้วพูดถึงการไม่ตัดสินคนจากภาพจำ ฉันไม่อยากเล่นให้เธอดูเป็นสาวบลอนด์ไฮโซ เพราะจริงๆ แล้วเธอไม่ใช่คนแบบนั้นเลย
Laura Kittrell: มีหลายครั้งมาก โดยเฉพาะตอนสร้างซีซั่นแรก ที่ฉันกับ Caroline หันมามองหน้ากันแล้วพูดว่า ‘นี่ถ้า Lexi เล่นได้แค่ระดับพอใช้ ซีรีส์เรื่องนี้คงออกมาอีกแบบเลยนะ Lexi เก่งมากจนบางทีพวกเราก็เผลอลืมไปเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติ

Laura Kittrell เลือกเวสต์โคสต์เป็นฉากหลังของซีรี่ส์ หลังจากลองพิจารณาหลายตัวเลือก เพราะไม่อยากให้ซีรี่ส์ภาคต่อเรื่องนี้ออกมาคล้ายกับเวอร์ชั่นภาพยนตร์มากเกินไป เธอเลี่ยงการให้เรื่องราวเกิดขึ้นในฝั่งอีสต์โคสต์ และตั้งคำถามกับตัวเองว่า “อะไรคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดที่เกิดขึ้นในปี 1995 ในสหรัฐฯ ที่ตัวละคร Elle จะสามารถไปอยู่ตรงนั้นได้?” จนกลายมาเป็นบทที่ทำเอาแม้แต่ Caroline Dries ยังต้องเอ่ยปากชมว่าอัจฉริย ด้วยคอนเซ็ปต์มันผูกเข้ากับแก่นความขัดแย้งจากภาพยนตร์ได้อย่างลงตัว แต่ในขณะเดียวกันก็พาเรากลับไปยังช่วงเวลาที่ฉันชอบที่สุดในชีวิต นั่นคือยุคกรันจ์ในปี 1990
เมืองซีแอตเทิลที่เต็มไปด้วยความหม่นหมอง กลับกลายเป็นฉากหลังที่ขับเน้น Elle Woods ให้โดดเด่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับแสงสีชมพูสว่างจ้าที่ทะลุผ่านก้อนเมฆสีเทา เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเธอเดินทางมาถึงวอชิงตัน เธอก็กลายเป็นที่จับตามองของคนรอบตัวในทันที ไม่ว่าจะเป็น Dustin (รับบทโดย Zac Looker) หนุ่มนักสเก็ตบอร์ด, Kimberly (รับบทโดย Chandler Kinney) สาวตัวร้ายสายบูลลี่, Miles (รับบทโดย Jacob Moskovitz) หนุ่มหล่อที่แตะต้องไม่ได้ และ Liz (รับบทโดย Gabrielle Policano) ว่าที่เพื่อนสนิทที่ตอนแรกยังไม่ค่อยเต็มใจจะสนิทด้วยนัก
ในขณะเดียวกัน พ่อแม่ของ Elle ซึ่งในภาพยนตร์ปี 2001 แค่ปรากฏตัวเพียงสั้นๆ พอเป็นพิธี ก็ถูกขยายบทบาทให้มีพื้นที่มากขึ้นในซีรีส์ โดยพวกเขาต้องเริ่มต้นปรับตัวใหม่กับสังคมเพื่อนบ้านในเมืองซีแอตเทิล

Lauren Neustadter: หนึ่งในสิ่งที่เราตั้งใจมาก คือการสร้างตัวละคร Eva แม่ของ Elle ให้มีมิติและมีชีวิตมากขึ้น เหมือนเป็นจดหมายรักถึงคนที่เคยดู Legally Blonde ในโรงภาพยนตร์เมื่อก่อน และตอนนี้ก็ก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่งของชีวิตแล้ว เราอาจจะยังเชื่อมโยงกับ Elle อยู่ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เชื่อมโยงกับ Eva ด้วยเหมือนกัน
และก็ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้นที่ได้รับการบอกเล่าถึง ‘จุดเริ่มต้น’ เพราะ Bruiser Woods ชิวาวาสุดที่รักของ Elle จากภาพยนตร์ Legally Blonde เอง ก็ยังได้ปรากฏตัวในฐานะลูกสุนัขที่เพิ่งถูกรับเลี้ยงในช่วงต้นของซีรี่ส์ Elle ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น องค์ประกอบทั้งหมดนี้ก็ส่งให้ซีซั่นแรกที่ออกมาน่าพอใจมากพอ จน Prime Video ตัดสินใจเดินหน้าถ่ายทำซีซั่น 2 กันต่อทันทีที่แวนคูเวอร์ในขณะนี้
Lexi Minetree: ฉันรู้สึกว่าทุกคนยิ่งเข้าขากันมากขึ้นไปอีกค่ะ ซีซั่น 1 ดีมากอยู่แล้ว แต่ซีซั่น 2 มันเหมือนยกระดับขึ้นไปอีกแบบไม่น่าเชื่อเลย…ฉันคิดว่าคนดูจะต้องแฮปปี้มากแน่นอนค่ะ
Lauren Neustadter: นี่คือซีรี่ส์ที่แก่นของมันจริงๆ แล้วเต็มไปด้วยความสุขสดใสค่ะ สิ่งที่น่าดีใจมากๆ คือการที่คนที่ได้ดูซีรีส์บอกว่าพวกเขาอยากดูซ้ำอีกเรื่อยๆ เพราะมันพูดถึงชีวิตจริง แต่ยังเต็มไปด้วยพลังความสดใสแบบเดียวกับในหนังต้นฉบับในหลายมิติ

สำหรับ Lexi Minetree บท Elle ถือเป็นบทนำครั้งแรกของเธอ และเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นใหม่ทั้งในเส้นทางอาชีพและการก้าวขึ้นสู่การเป็นคนของสาธารณะ เธอบอกว่าดีใจที่มี Reese Witherspoon และตัวละคร Elle Woods เป็นเหมือนแสงนำทางให้เธอ ในช่วงที่กำลังก้าวเข้าสู่วงการฮอลลีวูด
Lexi Minetree: ฉันรู้สึกว่าการได้รับบทนี้ทำให้ฉันได้รู้จักตัวเองมากขึ้นเยอะเลยค่ะ ในฐานะผู้หญิง มันมีช่วงที่ฉันสงสัยในตัวเองเหมือนกัน สำหรับฉัน การได้สวมบทเป็นตัวละครอย่าง Elle คือสิ่งที่ทำให้รู้สึก ‘มีพลัง’ ที่สุดในชีวิตเลย ไม่ว่าใครจะพูดยังไง ไม่ว่าจะบอกว่า ‘เธอทำได้แค่นี้แหละ’ หรือ ‘เธออยู่ได้แค่ในกรอบนี้’
Credit: ELLE USA
Photo Credit: Prime Video

