เมซง Cartier ผูกสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างการสร้างสรรค์เรือนเวลาด้วยรูปทรงและงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับความเชี่ยวชาญในฐานะช่างนาฬิกา ทุกๆ ปีคอลเล็กชั่นนาฬิกาข้อมือรุ่นใหม่ของแบรนด์นี้จึงมีความโดดเด่นด้วยแนวคิดการรังสรรค์และการแสดงออกถึงการเป็นผู้ผลิตเรือนเวลาอย่างแท้จริง เหมือนกับในผลงานใหม่ของปีนี้ที่เด่นทั้งเรื่องของรูปทรง การออกแบบ สไตล์ ความสวยงาม และขาดไม่ได้คือความสามารถทางเทคนิค

ชื่อเสียงด้านการออกแบบและสร้างสรรค์สไตล์จากเครื่องประดับสู่เรือนเวลาของ Cartier ได้ถ่ายทอดผ่านการตีความใหม่ของนาฬิกาข้อมือ Baignoire ที่มีรูปทรงไอคอนนิกมาจากกำไลทอง พร้อมด้วยตัวเรือนและหน้าปัดแสดงเวลาทรงรีหรือรูปทรงไข่ โดยในเวอร์ชั่นใหม่ของปีนี้ยังมาบรรจบกับอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของลวดลายหมุด Clou de Paris ที่เมซงเริ่มนำมาใช้นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1920 กับความมีมิติของรูปทรงแบบพีระมิดประกอบด้วยเหลี่ยมด้านต่างๆ และรังสรรค์ขึ้นจากทองเฉดสีเดียว ใน Baignoire รุ่นใหม่ ลวดลาย Clou de Paris ได้ถูกนำมาตกแต่งทั้งบนตัวเรือน หน้าปัด และสายนาฬิกาแบบกำไลข้อมือทำจากเยลโลว์โกลด์ หรือเลือกได้ในรุ่นประดับเพชร และประดับเพชรแบบสโนว์เซตติ้งทั้งเรือน นับเป็นการพลิกโฉมให้กับรูปทรงและงานออกแบบของคอลเล็กชั่นนี้ได้แบบสวยสง่า


ไอคอนของลวดลายเสือแพนเตอร์ยังเผยโฉมในนาฬิกาข้อมือคอลเล็กชั่นใหม่อย่าง Myst de Cartier ที่เล่นกับรูปทรง ขนาดลวดลาย และการเคลื่อนไหวที่เป็นสไตล์เอกลักษณ์ของเรือนเวลาประดับอัญมณีตามรอยการสร้างสรรค์ของ Jeanne Toussaint มานับตั้งแต่ต้นยุคทศวรรษ 1930 โดยในคอลเล็กชั่นใหม่นี้เฉลิมฉลองให้กับประเพณีการทำเครื่องประดับอัญมณีและการประดิษฐ์นาฬิกาที่เชื่อมโยงกันมาโดยตลอดสำหรับ Cartier กับความเด่นราวกับประติมากรรมบอกเวลาได้ของการสร้างสรรค์ตัวเรือนและสายนาฬิกาเสมือนกับกำไลข้อมือที่มีรูปทรงพิเศษคล้ายการร้อยลูกปัดทองซึ่งสลับระหว่างความโค้งนูนและโครงสร้างเรขาคณิต รวมถึงยังประดับสลับคั่นระหว่างเพชรและลวดลายออนิกซ์ หรือประดับเพชรทั้งเรือนและแต่งแต้มด้วยลายจุดแล็กเกอร์สีดำ ทั้งหมดล้วนรังสรรค์ขึ้นด้วยมือโดยช่างฝีมือ ณ Maison des Métiers d’Art ของเมซงในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความละเอียดอ่อนประณีตและบรรจงคัดสรรอัญมณีขนาดและเฉดสีต่างๆ มาร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างพิถีพิถันและใช้เวลาเฉพาะการประดับอัญมณีถึง 112 ชั่วโมง เช่นในรุ่นตัวเรือนและสายประดับเพชรและเคลือบแล็กเกอร์สีดำ

ความคลาสสิกร่วมสมัยของโฉมหน้าใหม่ในนาฬิกาข้อมือ Tortue ในปีนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความเรียบง่ายและบริสุทธิ์ โดยเปิดตัวรุ่นใหม่ที่เน้นขับความเด่นสง่าของตัวเรือนรูปทรงตอนโนโค้งพิเศษ แต่ยังคงชัดเจนด้วยเส้นสาย ในรุ่นใหม่ของคอลเล็กชั่นตีความด้วยสไตล์แบบมินิมัลลิสต์และทันสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกับรูปทรงและสัดส่วน ความกลมมนและกว้าง รวมถึงความนุ่มนวลแต่ก็คมชัดขององค์ประกอบ อย่างลายเส้นต่างๆ ที่ให้สัมผัสของความเรียบเนียนและสง่างามในที บรรดารุ่นใหม่ยังนำเสนอด้วยตัวเลือกของวัสดุอย่างไวต์โกลด์ เยลโลว์โกลด์ โรสโกลด์ และเวอร์ชั่นประดับเพชร รวมถึงตัวเลือกของขนาดทั้งในรุ่นขนาดเล็กและขนาดมินิ ส่วนหน้าปัดสุดคลาสสิกนำเสนอผ่านการผสมผสานด้วยความประณีตของลวดลายกิโยเช่ พร้อมทั้งสเกลนาทีแบบรางรถไฟ และตัวเลขโรมันบอกชั่วโมง ย้อนวันวานไปถึงสไตล์ของนาฬิกาจากยุคทศวรรษ 1920 ที่เน้นสไตล์กราฟิกและมินิมัลอันเป็นรหัสการออกแบบที่ยังคงอยู่ของแบรนด์


คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของนาฬิกาข้อมือระดับตำนานอย่าง Crash ได้รับการสืบทอดและต่อยอดมาสู่รุ่นใหม่ของ Crash Skeleton จากคอลเล็กชั่นพิเศษ Cartier Privé ที่อุทิศให้กับการสร้างสรรค์เหล่าเรือนเวลาระดับตำนาน รุ่นใหม่ของ Crash ที่สืบทอดจากรุ่นดั้งเดิมในปี 1967 ได้พลิกโฉมเป็นเวอร์ชั่นสเกเลตันบนหน้าปัดแบบอสมมาตร ที่เปิดโชว์ให้เห็นกลไกจักรกลไขลานมือ Caliber 1967 MC ซึ่งพัฒนาขึ้นให้กลมกลืนเข้ากับรูปทรงตัวเรือนพิเศษ ขณะที่แต่ละองค์ประกอบของชิ้นส่วนกลไกและบนหน้าปัดยังผ่านการตกแต่งด้วยมือ เช่น สะพานจักรและโครงร่างของตัวเลขโรมันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลไกผ่านการตอกลายด้วยมือด้วยเทคนิคการตกแต่งที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง


ความงดงามของเรือนเวลารุ่นใหม่เหล่านี้ไม่เพียงเปี่ยมด้วยคุณค่าในฐานะตัวแทนของความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์นาฬิกาข้อมือที่ผสมผสานกับความชำนาญด้านเครื่องประดับของ Cartier แต่ยังรังสรรค์มาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้สามารถชื่นชมและสวมใส่ผลงานเหล่านี้ได้ในทุกๆ วันและในชีวิตประจำวัน
ในปีนี้ Cartier สื่อสารผ่านผลงานเรือนเวลาข้อมือถึงความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านการออกแบบและประดิษฐ์นาฬิกา ด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ การบุกเบิกด้านรูปทรงและสไตล์ รวมถึงผสมผสานด้วยงานฝีมือการตกแต่งอันโดดเด่นซึ่งปรากฏอยู่ในบรรดาผลงานรุ่นใหม่ ทั้ง Baignoire, Myst de Cartier, Tortue และ Crash Skeleton ที่ต่างก็ตอกย้ำถึงการเป็นช่างนาฬิกาและผู้เชี่ยวชาญในการรังสรรค์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์
ELLE Says:
นาฬิกาสเกเลตันซึ่งเปิดโชว์ให้เห็นเครื่องกลไกแบบเปลือยโปร่งนั้น จริงๆ แล้วถือเป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายนักในการพลิกแพลงให้มีความอ่อนช้อยและอ่อนหวานในที แต่ครั้งนี้ Cartier ทำได้อย่างสมบูรณ์ในนาฬิกาข้อมือรุ่น Crash Skeleton ใหม่ ที่มีทั้งความน่ามหัศจรรย์กับการได้เห็นกลไกภายในที่ดูราวกับลอยอยู่กลางตัวเรือนนาฬิกา และความเด่นของรูปทรงแบบ Crash ที่เป็นตำนานดั้งเดิมของแบรนด์เอง

