Dolce&Gabbana แบรนด์แฟชั่นระดับตำนานจากอิตาลี ได้รังสรรค์ปรากฏการณ์ใหม่ครั้งสำคัญในกรุงเทพฯ ด้วยการเปิดตัว DG Caffè แห่งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ร้านกาแฟ แต่คือการหลอมรวมดีเอ็นเอ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Dolce&Gabbana เนรมิตให้เป็นจุดนัดพบแห่งใหม่ที่เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์และรสนิยมระดับโลก รวมถึงยังมีเหล่าเซบริตี้คนดังที่มาร่วมสัมผัสประสบการณ์พิเศษ อย่าง ซี พฤกษ์, นุนิว ชวรินทร์, เอมี่ ทสร, บอนนี่ ภัทราภัสร์, จิมมี่ จิตรพล, ซี ทวินันท์, น้ำตาล ทิพนารี และฟิล์ม รชานันท์




แน่นอนว่า การมาเยือนของ DG Caffè ในครั้งนี้ สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการไลฟ์สไตล์และแฟชั่นในประเทศไทยเป็นอย่างมาก และจุดหมายแห่งใหม่นี้ย่อมดึงดูดเหล่าแฟชั่นนิสต้าและเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยให้มาสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พื้นที่ภายในร้านโดดเด่นด้วยพื้นหินอ่อน Dandong Green คุณภาพสูงเกรดพรีเมียมที่ให้บรรยากาศหรูหราอย่างมีระดับ รวมถึงผนังที่ตกแต่งด้วยแผงลวดลาย Carretto Siciliano สุดไอคอนิกที่เพิ่มมิติลวดลายพื้นถิ่นกับความเรียบหรูได้อย่างลงตัว



DG Caffè พร้อมพาคุณเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มที่คัดสรรมาอย่างประณีต โดยเฉพาะเมนูอาหารอิตาเลียนดั้งเดิมที่ถูกนำเสนอด้วยวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ถ่ายทอดวิถีชีวิตของอิตาเลียนที่แท้จริง ภายใต้ ‘Made in Italy’ ที่เน้นทั้งรสชาติที่ซับซ้อนและงานศิลปะในการจัดจาน ทุกจานคือการเฉลิมฉลองให้กับศิลปะการทำอาหารอิตาเลียนที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าผู้หลงใหลในความสมบูรณ์แบบได้อย่างแท้จริง




พบกับ DG Caffè ได้แล้ววันนี้ที่ สยามพารากอน ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน บริเวณที่ตั้งอยู่ติดกับบูติกหลักของ Dolce&Gabbana ที่นี่พร้อมมอบประสบการณ์หรูหราแบบดับเบิ้ล!




ขณะที่ DG Caffè นำเสนอเสน่ห์แห่งรสชาติอิตาเลียนอย่างแท้จริง คอลเลกชัน Dolce&Gabbana Holiday 2025 Collection ก็พร้อมเติมเต็มช่วงเวลาแห่งเทศกาล ด้วยแรงบันดาลใจจากความบริสุทธิ์ของหิมะและประกายระยิบระยับของเครื่องประดับ ผสมผสานเสน่ห์แบบยุค 1960 เข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าคุณจะแวะมาเพื่อลิ้มลองรสชาติสุดประณีต หรือปรารถนาจะเยี่ยมชมคอลเลกชันแฟชั่นใหม่ล่าสุด คุณก็สามารถสัมผัสความสมบูรณ์แบบได้ครบจบในจุดเดียว เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางแห่งรสนิยมและสไตล์ที่ไม่เหมือนใครที่ Dolce&Gabbana และ DG CAFFÈ SIAM PARAGON



Text: Boromsirikan Kaewjuk

