เมื่อ Hermès ได้รังสรรค์คอลเล็กชั่นเครื่องประดับภายใต้ชื่อ Kellymorphose ซึ่งออกแบบโดย Pierre Hardy ที่มีแนวคิดหลักของคอลเล็กชั่นอย่าง ‘การแปรสภาพ’ ตรงตัวตามคำว่า Morphose และ Hermès เองก็ได้ดึงเอาความสนุกมาร่วมกับกระเป๋าสุดไอคอนิกของแบรนด์อย่างรุ่น Kelly วันนี้แอลเลยจะขอพามาทำความรู้จักกับ Kellymorphose และ 5 เหตุผลที่ทำให้จิวเวลรี่คอลเล็กชั่นนี้โดดเด่นไม่แพ้ใคร ใส่ง่าย แถมยังสนุกมากกว่าที่คิด!


#1 Kelly Returns with Silver
Pierre Hardy ได้ดึงเสน่ห์ของกระเป๋า Hermès ออกมาชูความโดดเด่นภายในคอลเล็กชั่นกับชิ้นเด่นอย่างเครื่องประดับ SAC BIJOU KELLY ที่มีรูปร่างเหมือนกระเป๋า Kelly กระเป๋ารุ่นไอคอนิกของ Hermès แต่มีขนาดย่อส่วนลง โดยผลงานชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับเท่านั้น แต่ SAC BIJOU KELLY นับเป็นอีกหนึ่งประติมากรรมและของที่น่าสะสมอีกหนึ่งชิ้นเพราะความโดดเด่นของ Hermès ที่เรารู้จักกันดีคือพวกเขาต่างโดดเด่นในเรื่องเครื่องหนัง แต่ Kelly ในรูปแบบที่กลับมากับคอลเล็กชั่นจิลเวลรี่นี้มาในแบบของ Sterling Silver 925 ซึ่งผสานความหรูหราไว้กับความเท่ได้อย่างลงตัว

#2 Elegantly Recrafted Symbol
และแน่นอนว่าเอกลักษณ์ที่ทำให้เรารู้จัก Hermès มากขึ้นคือตัวล็อกที่เรียกว่า Clou de Selle ที่ปรากฏอยู่บนกระเป๋ารุ่นโปรดของใครหลายๆ คนอย่างรุ่น Kelly และ Birkin ซึ่งตัวล็อกนี้ได้มาปรากฏอยู่ในคอลเล็กชั่นจิวเวลรี่นี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยตัวล็อกได้ถูกเปลี่ยนรูปแบบสมกับชื่อ Morphose ที่แปลว่าการแปรสภาพ และรังสรรค์ออกมาในรูปแบบใหม่ในขนาดที่เล็กลงบนนิ้วมือกับแหวนภายใต้ชื่อ Kelly Gavroche double ring ซึ่งถูกบิดเกลียวอย่างพลิ้วไหว โดยนำเสนอในรูปแบบของแหวนสองนิ้ว ซึ่งมีทั้งที่ทำจากทองโรสโกลด์ 18K โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นฝังเพชรและไม่ฝังเพชร ในรุ่นฝังเพชรประดับเพชร 94 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 0.39 กะรัต



ดีไซน์แบบแหวน Kelly Gavroche double ring ที่จำลองสายรัดกระเป๋า Kelly พร้อมตัวล็อกแบบบิดเกลียวและออกแบบให้ใส่สองนิ้วนี้ ถือว่าเป็นดีไซน์ที่ใหม่และไม่เคยมีมาก่อนใน Hermès รุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะในหมวดเครื่องประดับ ทำให้แหวนวงนี้น่าจับตามองสุดๆ
#3 Style Has No Gender
จากดีไซน์ภายในคอลเล็กชั่นที่ผสานทั้งความขัดแย้งและความขี้เล่นเอาไว้ ทำให้ Kellymorphose ที่นอกจากจะเป็นจิวเวลรี่ชิ้นโปรดของสาวๆ แล้ว ผู้ชายก็สามารถใส่ได้เช่นเดียวกัน เพราะนอกจากที่จะดึงไอคอนิกอย่างกระเป๋ารุ่นฮิต ตัวล็อก หรือการประดับตกแต่งด้วยรายละเอียดเพชร แต่ก็ยังมีชิ้นที่เรียบหรูและสามารถใส่ได้ง่ายอย่างกำไลข้อมือ Hermès Kelly Gourmette bracelet ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Very Small และ Large จนแทบไม่ต้องกังวลเลยว่าเราจะแมตช์ลุคออกมาได้ไหม เพราะแค่มีจิวเวลรี่เรียบหรูสักชิ้น ก็สามารถเสริมความมั่นใจให้วันนั้นดูดีขึ้นมาได้เลย!

#4 The Illusion
เพราะความตะโกนแต่ไม่ตะโกนของ Hermès ทำให้คอลเล็กชั่นนี้กลายมาเป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นที่น่าสนใจ ซึ่งนอกจากการแปรสภาพหรือย่อสัดส่วนต่างๆ แล้ว การเล่นกับรูปทรงจนทำให้เกิดคำถามว่า ไอเท็มนี้คือชิ้นส่วนไหนกันแน่นะ? ก็ได้ถูกหยิบยกมาอยู่บนสร้อยชิ้นเด่นอย่างชัดเจน และแน่ล่ะว่ามันไม่ได้ถูกตีความอยู่บนผ้าหรือหนัง แต่มันเล่นกับภาพลวงตาโดยการรังสรรค์ไว้บนบนโลหะหรือเครื่องเงิน และยังได้นำวัสดุแบบ ทอง เพชร เงิน มาออกแบบให้มีรูปทรงโค้ง บิดเกลียว หรือออกแบบให้เหมือนผ้าผูกหรือสายหนัง เป็นอีกหนึ่งเทคนิคของ Kellymorphose ที่ทำให้ของที่มีลักษณะแข็งมีความอ่อนโยนมากยิ่งขึ้น


หลากหลายเทคนิคที่ถูกหยิบยกนำมารังสรรค์จนกลายเป็น Kellymorphose ไม่ว่าจะเป็น การขึ้นรูปโลหะ, เจียระไนเพชรแบบบาเก็ต, ขัดเงา, ตกแต่งผิววัสดุ รวมถึงเทคนิคการประกอบ ทำให้ทุกไอเท็มภายในคอลเล็กชั่นน่าสนใจและโดดเด่นไม่แพ้ใคร

#5 Daily Luxury, Redefined
อาจบอกได้ว่า Kellymorphose เป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นที่ทำให้จิวเวลรี่ดูใส่สนุกและใส่ง่ายมากยิ่งขึ้น หรือที่ใครหลายคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าการเลือกสวมใส่ไอเท็มเหล่านี้ทำให้ดู Young Luxury มากขึ้น และลบภาพจำว่ากระเป๋า Kelly ใช้มิกซ์แอนด์แมตช์กับวันที่เราต้องการความเรียบหรูและสุภาพเท่านั้น แต่เปล่าเลย! เพราะองค์ประกอบที่โดดเด่นอย่าง โซ่, ห่วง หรือ สาย ทำให้เราสามารถหยิบไอเท็มต่างๆ จากคอลเล็กชั่นนี้ออกมาใส่ในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ลังเล


