ปี 2025 คือปีที่แฟชั่นไม่ได้แค่เปลี่ยนเทรนด์ แต่เปลี่ยนโครงสร้างของทั้งอุตสาหกรรม ตั้งแต่ปรากฏการณ์เล่นเก้าอี้ดนตรีที่ทำให้ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์กว่า 16 คนเข้ามารีเซ็ต 15 แบรนด์ระดับโลก พร้อมตั้งคำถามใหม่ว่าการเปิดตัวคอลเล็กชั่นแรกควรเริ่มบนรันเวย์จริงหรือไม่ การใช้พรมแดงและดาราเป็นพื้นที่ soft launch กลายเป็นกลยุทธ์หลัก ขณะที่โมเมนต์เชิงวัฒนธรรมอย่างการกลับมาของ Murakami x Louis Vuitton, การครองกระแสของ Labubu ในฐานะ viral accessory และสถิติประวัติศาสตร์อย่าง Birkin ใบแรกของ Jane Birkin ที่ถูกประมูลในราคากว่า 10 ล้านดอลลาร์ สะท้อนพลังของแฟชั่นในฐานะทั้งวัตถุ ความทรงจำ และทุนทางวัฒนธรรม ปีนี้ยังเต็มไปด้วยอารมณ์ร่วม ตั้งแต่การอำลาตำนานอย่าง Giorgio Armani ไปจนถึงการกลับบ้านของ Maria Grazia Chiuri ที่ Fendi และโมเมนต์เชิงสัญลักษณ์บนรันเวย์อย่าง Awar Odhiang ที่ CHANEL ทุกเหตุการณ์ล้วนชี้ไปยังจุดเดียวกันที่ทำให้มองว่าแฟชั่นในปี 2025 กำลังนิยามตัวเองใหม่ ทั้งในแง่ความคิด อำนาจ และวิธีเล่าเรื่อง แอลจะพาทุกคนไปสำรวจ 10 โมเมนต์สำคัญที่ทำให้ปีนี้กลายเป็นหนึ่งในปีที่ถูกจดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์แฟชั่น

A Season of New Signatures
เมื่อแฟชั่นวีคฤดูกาล Spring/Summer 2026 กลายเป็น ‘ฤดูแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ที่สั่นสะเทือนทั้งระบบแฟชั่น หากมีฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่งที่จะถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่น Spring/Summer 2026 จะเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ใช่เพราะเสื้อผ้าสวยกว่าเดิม แต่เพราะมันคือช่วงเวลาที่อำนาจทางความคิดของแฟชั่นถูกส่งต่อพร้อมกันในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน




เพียงเดือนกันยายนเดือนเดียววงการแฟชั่นได้เห็น 16 ดีไซเนอร์ รีเซ็ต 15 แบรนด์ระดับโลก เกิดเป็นปรากฏการณ์ที่สื่อแฟชั่นเรียกตรงกันว่า “largest simultaneous creative reshuffle in modern fashion history” ตั้งแต่การย้ายของ Jonathan Anderson จาก Loewe สู่ Dior ในฐานะครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ที่ดูแลทั้งระบบของแบรนด์ ไปจนถึงการเข้ามาของ Pierpaolo Piccioli ที่ Balenciaga หลังอำลา Valentino และการขยับค่ายของ Demna จาก Balenciaga สู่ Gucci ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเดิมพันเชิงอัตลักษณ์ครั้งใหญ่ของแบรนด์อิตาเลียน




ขณะเดียวกัน Matthieu Blazy ก็อำลา Bottega Veneta เพื่อเข้ารับตำแหน่งที่ CHANEL ส่งผลให้ Louise Trotter เข้ามารับช่วงต่อที่ Bottega Veneta ส่วนฝั่งมินิมัลลิสม์ Simone Bellotti ได้รับการแต่งตั้งให้คุม Jil Sander ขณะที่ Duran Lantink ขึ้นแท่นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Jean Paul Gaultier อย่างเป็นทางการ หลังแบรนด์ใช้ระบบ guest designer มาหลายฤดูกาล อีกทั้งยังมีปรากฏการณ์ soft launch หรือการปล่อยผลงานบางส่วนผ่านดาราและเซเลบริตี้ก่อนโชว์จริง กลายเป็นกลยุทธ์หลักของแบรนด์ระดับโลก ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมใส่คอลเล็กชั่นแรก




สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2025 ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อบนเก้าอี้ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ แต่คือการยอมรับร่วมกันของทั้งอุตสาหกรรมว่า ‘สูตรเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป’ แฟชั่นกำลังเผชิญแรงกดดันจากยอดขายที่ผันผวน ผู้บริโภคที่ตั้งคำถามมากขึ้น ปีนี้จึงเป็นปีแห่งการ reset narrative และ Spring/Summer 2026 คือบททดลองครั้งใหญ่ ที่ผลลัพธ์จริงจะสะท้อนชัดเมื่อคอลเล็กชั่นเหล่านี้วางขายพร้อมกันในปีถัดไป
Miranda Priestly at Dolce & Gabbana


หนึ่งในภาพที่ถูกแชร์มากที่สุดของแฟชั่นวีกปีนี้ไม่ใช่ลุคบนรันเวย์ แต่คือภาพของ Meryl Streep ในคราบของ Miranda Priestly ที่ปรากฏตัวแบบไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้า แถวหน้าของโชว์ Dolce & Gabbana Spring 2026 ณ มิลาน การปรากฏตัวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการกลับมาของภาพยนตร์แฟชั่นในตำนาน The Devil Wears Prada 2 ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์แฟชั่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในรอบทศวรรษ สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวหนัง แต่คือการที่แฟชั่น ‘เปิดประตู’ ให้ป๊อปคัลเจอร์เข้ามานั่งแถวหน้าอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
Jonathan Anderson’s Dior Moment
การเข้ามารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Dior แบบครบทุกไลน์คือหนึ่งในภารกิจที่คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่ Jonathan Anderson ทำให้เห็นตั้งแต่คอลเล็กชั่นแรกว่าเขาไม่ได้ถูกเลือกเพราะชื่อเสียง หากแต่เพราะ ‘วิธีคิด’ คอลเล็กชั่นเปิดตัวของเขาในฤดูกาล Spring/Summer 2026 กลายเป็นโชว์ที่มียอดวิวรวมทะลุ 1 พันล้านครั้งบนโซเชียลมีเดียทั่วโลก โดยเพียงการถ่ายทอดสดก็ดึงดูดผู้ชมกว่า 200 ล้านครั้ง และยังสร้างมูลค่าทางการตลาด (EMV) สูงที่สุดอันดับ 1




Jonathan เลือกที่จะหยิบอาร์ไคฟ์ตั้งแต่โครงสร้างไปจนถึงการตัดเย็บมาถอดรหัสใหม่ผ่านภาษาร่วมสมัย เสื้อผ้าดูฉลาด แต่ไม่เย็นชา มีแนวคิด แต่ไม่กดทับอารมณ์ สิ่งที่คอลเล็กชั่นนี้พิสูจน์คือ Dior ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่สัญลักษณ์ของความหรูแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กลสยเป็นแบรนด์ที่สามารถเคลื่อนไหวไปพร้อมโลกปัจจุบันได้
Awar Odhiang Closing Out CHANEL
การเดินปิดโชว์ที่ไม่ใช่แค่ฟินาเล่ แต่คือสัญญาณของ ‘การเริ่มต้นใหม่’ ในโลกแฟชั่นที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง การที่รันเวย์ยังสามารถสร้าง ‘โมเมนต์แห่งความรู้สึก’ ได้ ถือเป็นสิ่งที่หายากขึ้นทุกปี และหนึ่งในภาพที่ทำให้ผู้ชมทั่วโลกหยุดดูคือการที่ Awar Odhiang เดินปิดโชว์ CHANEL Spring/Summer 2026

โชว์นี้คือผลงานเปิดตัวของ Matthieu Blazy ในฐานะครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ CHANEL อย่างเป็นทางการ และถูกจับตามองในฐานะบทพิสูจน์ว่าแบรนด์ซึ่งยืนอยู่บนมรดกอันหนักหน่วง จะก้าวต่อไปอย่างไรโดยไม่ติดอยู่กับอดีต การเลือก Awar Odhiang ไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่คือการส่งสัญญาณว่า CHANEL ในยุคใหม่จะพูดถึงความสนุกของแฟชั่นที่ไม่ต้องซับซ้อนเกินไป การเดินปิดโชว์ของเธอไม่ได้โอ่อ่า แต่เต็มไปด้วยพลังที่ทำให้คนดูยิ้ม และนั่นคือสิ่งที่แฟชั่นยุคนี้โหยหาในปีที่แฟชั่นดูเคร่งเครียดเกินไป โมเมนต์นี้ย้ำเตือนว่าแฟชั่นยังคงเป็นพื้นที่ของอารมณ์และการแสดงออกอย่างอิสระ
Versace in Transition
การลาออกของ Dario Vitale จากตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ Versace หลังเข้ารับตำแหน่งเพียง 8 เดือน และมีผลงานแค่ 1 คอลเล็กชั่น กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของปี ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองข่าวใหญ่ก็ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Prada Group เข้าซื้อกิจการ Versace ดีลนี้ไม่เพียงเปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร แต่ยังเปลี่ยน ‘วิธีมองแบรนด์’ ไปโดยสิ้นเชิง




Versace จากแบรนด์ที่ยืนอยู่บนตัวตนของความเซ็กซี่และพลังป๊อป กลายเป็นแบรนด์ที่ต้องหาจุดยืนใหม่ภายใต้ระบบกลุ่มทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเชิงอัตลักษณ์ มากกว่าความหวือหวาแบบฤดูกาลต่อฤดูกาล การจากไปของ Dario Vitale จึงไม่ใช่ความล้มเหลวส่วนบุคคล แต่คือภาพสะท้อนว่า ตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์วันนี้ไม่ได้เป็นพื้นที่ทดลองอีกต่อไปบทบาทเชิงกลยุทธ์ที่ต้องทำงานร่วมกับโครงสร้างธุรกิจอย่างเข้มข้น
Takashi Murakami x Louis Vuitton Comeback
การกลับมาของคอลเล็กชั่น Takashi Murakami x Louis Vuitton คือหนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้แฟชั่นปี 2025 หันกลับไปมองอดีตอย่างชัดเจน Monogram Multicolor ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของยุคต้น 2000s ไม่ได้กลับมาเพราะกระแส Y2K เพียงอย่างเดียว แต่เพราะเขารู้ว่าใครหลายคนกำลังโหยหา ‘อารมณ์ร่วม’ ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความทรงจำกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า Louis Vuitton เข้าใจจุดนี้อย่างลึกซึ้ง และเลือกนำงานศิลปะที่เคยเปลี่ยนภาพจำของแบรนด์กลับมาเล่าใหม่ ให้เข้ากับบริบทของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้โตมากับคอลเล็กชั่นนี้ แต่รับรู้ถึงสถานะตำนานของมัน




Giorgio Armani, Forever
โชว์ปิดท้าย Milan Fashion Week SS26 จัดขึ้นที่ Pinacoteca di Brera ซึ่งเป็นทั้งสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ Giorgio Armani คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2026 เดิมถูกวางแผนให้เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ แต่การจากไปของ Giorgio Armani เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนโชว์ กลับทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป โดยบรรยากาศมีความขลังราวกับพิธีกรรม มีเสียงเปียโนโดย Ludovico Einaudi ประกอบ เดินคู่ไปกับแสงเทียนและ paper lanterns ที่เคยใช้ในงานไว้อาลัยก่อนหน้านี้

ในวันนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยเสียงปรบมือที่เร้าใจ หากแต่เงียบ งดงาม และเต็มไปด้วยความรู้สึกร่วม เสื้อผ้าทุกลุคสะท้อนปรัชญาที่ Giorgio Armani ยึดถือมาตลอดชีวิต ความเรียบง่าย การเคารพร่างกายมนุษย์ ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ใครหลายจะจดจำไว้ในหัวใจ และโชว์เป็นหนึ่งในโชว์ที่เหล่าคนดังต่างเข้ามาร่วมมากที่สุด อย่าง Cate Blanchett, Richard Gere, Glenn Close, Spike Lee และ Lauren Hutton ร่วมพิธีเพื่อเคารพและรำลึกถึง Armani ในบทบาททั้งในฐานะดีไซเนอร์และบุคคลที่หล่อหลอมภาพลักษณ์ของแฟชั่น


Labubu Dolls & Viral Accessory
เมื่อของเล่นกลายเป็นเครื่องประดับ และความน่ารักกลายเป็นอำนาจใหม่ของแฟชั่น Labubu Doll Charm ไม่ได้เป็นแค่ของประดับกระเป๋า แต่มันคือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม การที่ตุ๊กตาคาแร็กเตอร์จากโลกของของสะสม กลายเป็นไอเท็มที่ถูกห้อยอยู่บนกระเป๋าลักชัวรีระดับ Birkin หรือ Kelly คือสัญญาณว่าแฟชั่นกำลังเปลี่ยนภาษา จุดเริ่มต้นของกระแสถูกโยงกับ Lisa ที่ปรากฏตัวพร้อม Labubu บนกระเป๋าใบโปรด และเลือกที่จะใส่ชุดคัสตอมพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Labubu บนเวทีคอนเสิร์ต Deadline Tour ของสี่สาว BLACKPINK ที่กรุงลอนดอน ก่อนที่เทรนด์จะถูกตอกย้ำโดยเหล่าคนดังอีกมากมายที่ช่วยพา Labubu ข้ามจากโลกของเล่นสู่แฟชั่นกระแสหลัก




Original Birkin Sells for $10 Million
กระเป๋า Birkin ใบต้นแบบของ Jane Birkin ถูกประมูลไปในราคากว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 328 ล้านบาท) และกลายเป็นหนึ่งในกระเป๋าที่แพงที่สุดในโลกทันที ราคานี้ไม่ได้สะท้อนแค่ความหายาก แต่สะท้อน ‘เรื่องราว’ นี่คือกระเป๋าที่เกิดจากบทสนทนาระหว่างนักแสดงหญิงกับ Jean-Louis Dumas บนเครื่องบิน และกลายเป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นที่ผูกพันกับชีวิตจริง ในปีที่แฟชั่นถูกตั้งคำถามเรื่องคุณค่า กระเป๋าใบนี้ย้ำชัดว่า สิ่งที่ทำให้ลักชัวรีมีค่าไม่ใช่โลโก้แต่คือเรื่องราวที่ไม่สามารถทำซ้ำได้


Coming Home to Fendi
การกลับมาของ Maria Grazia Chiuri ในฐานะครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Fendi ไม่ได้เป็นเพียงข่าวการแต่งตั้งทั่วไป แต่คือการปิดวงจรชีวิตของดีไซเนอร์หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ และกลับมาบ้านเดิมอีกครั้ง Mariaนำประสบการณ์ ความเข้าใจในงานหัตถศิลป์ และมุมมองเฟมินิสต์ที่เธอผลักดันมาตลอด มาวางไว้บนแบรนด์ที่กำลังมองหาทิศทางใหม่ ในปีที่แฟชั่นหันกลับไปหาความหมายของ ‘ราก’ การกลับมาของเธอจึงมีนัยยะมากกว่าการเปลี่ยนตำแหน่งงาน มันคือการกลับไปทบทวนว่า แบรนด์คืออะไร และควรยืนอยู่ตรงไหนในโลกปัจจุบัน



