และแล้ววันสตรีสากลก็ได้วนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับผู้หญิงกล้าแกร่งมากมายถูกยกให้เป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้หญิงด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป นิยามความเป็น ‘Empowering Woman’ ก็ได้เปลี่ยนแปลงตาม เช่นเดียวกับไม้บรรทัดวัดคุณค่าที่แปรผันไปตามยุคสมัย พวกเธอไม่จำเป็นต้องแต่งงาน หรือมีหน้าที่การงานที่ก้าวหน้ากว่าใคร เพราะความสำคัญของวันแห่งสตรีนี้ แท้จริงคือการมอบคุณค่าให้แก่พวกเธอในทุกๆ มิติ และนี่คือ 5 ภาพยนตร์ที่สะท้อนความทรงพลังของผู้หญิงหลากหลายรูปแบบ ภายใต้บริบททางสังคมที่แตกต่าง ซึ่งจะทำให้คุณสัมผัสได้ว่า แท้จริงแล้วหญิงแกร่งอาจอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด
Anora (2025)
ประเดิมกันด้วยภาพยนตร์นอกกระแสที่เพิ่งคว้ารางวัลสูงสุดอย่าง สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเวทีประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 มาหมาดๆ ด้วยเรื่องราวของ Anora หรือ Ani หญิงสาวผู้มีอาชีพนักระบำเปลื้องผ้าดีกรีตัวท็อปของสถานบันเทิง ที่จับพลัดจับผลูได้มาให้บริการหนุ่มลูกคนรวยใจแตกก่อนเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตเมื่อเขาขอเธอแต่งงาน ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องราวรักวัยว้าวุ่นธรรมดา แต่ทว่าป้าย ‘ผู้ขายบริการทางเพศ’ ที่สังคมแปะไว้เพื่อผลักไสเธอไปสู่ชายขอบก็ได้พาเราไปเผชิญความจริงที่เหล่า Sex Worker ต้องเผชิญมาทั้งชีวิต ถือเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่ฉายแสงไปยังซอกหลืบซึ่งไม่ค่อยถูกนำเสนอในกระแสหลักเท่าที่ควรนัก พร้อมๆ กับส่องแสงไปยังคุณค่าของเหล่าผู้ให้บริการทางเพศที่บางครั้งแสงสีในสถานบันเทิงอาจเบียดบังจนผู้คนยากจะมองเห็น

Little Women (2019)
ตามมาด้วยภาพยนตร์อมตะที่หลายคนอาจเคยดูในหลากหลายเวอร์ชั่นที่แตกต่าง ตอกย้ำเรื่องราวเหนือกาลเวลาที่แม้ต้นฉบับอย่างนวนิยายในชื่อเดียวกันจากปลายปากกาของ Louisa May Alcott จะตีพิมพ์มากว่า 157 ปี นับตั้งแต่ยุคสมัยที่นักเขียนหญิงยังไร้ที่ยืน ทว่าเรื่องราวของสี่สาวก็ยังคงร่วมสมัยและเข้ากับบริบทของสังคมในปัจจุบันได้อย่างดี ว่าด้วยชีวิตของสี่พี่น้องตระกูล March ที่แม้จะถูกเลี้ยงดูมาด้วยกันผ่านความยากลำบากของยุคสงครามเย็น แต่พวกเธอก็ล้วนมีเส้นทางชีวิตที่เลือกเดินแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของความฝัน การแต่งงาน ฐานะ คนหนึ่งอยากแต่งงาน อีกคนอยากเป็นนักเขียน อีกคนอยากเป็นศิลปินใหญ่ และอีกคนมีใจรักในเสียงดนตรี เสมือนตัวแทนผู้หญิงที่หลากหลาย โดยมีอุปสรรคร่วมกันนั่นคือ ‘กรอบแห่งสังคม’ และท้ายที่สุดภาพยนตร์ก็ชวนให้เราฉุดคิดได้ว่า คุณค่าของผู้หญิงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเธอเดินตามสิ่งที่สังคมกำหนดหรือไม่ เพราะไม่ว่าคุณจะใช้ชีวิตตามครรลอง หรือลองท้าทายมันออกมา เราก็ต่างงดงามและทรงคุณค่าตามแบบฉบับของตนเองทั้งสิ้น

Hidden Figures (2016)
ลองหลับตาแล้วจินตนาการภาพของบุคลากรสำคัญในองค์การนาซ่า ภาพแรกที่คุณเห็นจะเป็นอย่างไร จะคล้ายกับพวกเธอหรือไม่? ภาพยนตร์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง ว่าด้วยเรื่องราวของ Katherine Goble Johnson, Dorothy Vaughan และ Mary Jackson สามสาวผิวดำนักคณิตศาสตร์ที่ทำงานราวกับเงามืดที่ไม่มีใครมองเห็นในองค์การนาซ่า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งยานอวกาศออกสู่จักรวาล แต่เส้นทางกาแล็กซี่ของพวกเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะพวกเธอต้องทำงานภายใต้เงาในองค์การที่อุดมไปด้วยผู้ชาย ซึ่งการเป็นผู้หญิงว่ายากลำบากแล้ว การเป็นผู้หญิงผิวดำยิ่งทำให้ต้องเผชิญหน้ากับความเหลื่อมล้ำรอบด้านยิ่งยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว จนชวนให้คนดูทึ่งว่า เพียงแค่โอกาสในการใช้ชีวิตเฉกเช่นคนธรรมดายังยากไปสำหรับพวกเธอเลยเหรอ? ภารกิจของเธอจึงไม่ใช่เพียงการเอาชนะกฎของแรงโน้มถ่วงเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อสู้กับอคติทางสังคมอีกด้วย

Kim Ji Young: Born 1982 (2019)
ยิ่งปิตาธิปไตยในสังคมเข้มข้นเท่าใด ตัวตนของผู้หญิงก็ยิ่งเจือจางลงเท่านั้น เช่นเดียว ‘คิมจียอง’ หญิงสาวแม่บ้านเกาหลีที่ชีวิตไม่ได้สุขสงบอย่างที่ใครคิด ภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายเรื่องดังซึ่งใส่ใจในรายละเอียดที่แม้กระท่ังชื่อของ คิมจียอง ก็ยังขึ้นแท่นชื่อที่ถูกตั้งซ้ำมากที่สุดในเกาหลี นอกจากนี้ ตลอดชีวิตของเธอยังถูกจดจำเพียงในฐานะลูกสาว ภรรยา และมารดาของคนอื่น และชีวิตดังกล่าวก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ พร้อมกับบาดแผลที่ค่อยๆ กัดเซาะตัวตนของเธอในทุกวันผ่านค่านิยมชายเป็นใหญ่ในสังคมที่กดทับเธออย่างหนักอึ้ง และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถทำงานกับผู้ชมได้เห็นอย่างดีจนกลายเป็นที่ฮือฮา เพราะทุกวาระของคิมจียอน ล้วนสะท้อนทุกความไม่เท่าเทียมที่ผู้หญิงเกาหลีร่วมเผชิญกันตลอดทั้งชีวิต หากคุณดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วรู้สึกสะเทือนใจ ก็จงระลึกไว้ว่าผู้หญิงอีกมากมายในสังคมก็ไม่ต่าง ดังประโยคที่ว่า ‘เพราะเราทุกคนคือ คิมจียอง’

Under The Shadow (2016)
และใครว่าภาพยนตร์ที่สะท้อนความเป็นผู้หญิงจะต้องมาในโทนดราม่าสู้ชีวิตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะบางครั้ง ภาพยนตร์สยองขวัญนี่แหละคือกระจกสะท้อนชั้นดี! Under The Shadow เป็นภาพยนตร์สัญชาติอิหร่านที่เป็นมากกว่าแค่หนังผี เมื่อเรื่องราวทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยตัวละคร ‘แม่เลี้ยงเดี่ยว’ เราจึงค้นพบว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดของเธอไม่ใช่การถูกผีหลอกหรือถูกพรากชีวิตไป แต่คือการที่ลูกน้อยไม่ปลอดภัยต่างหาก ทำให้ทุกๆ ดีกรีความหลอนของหนังเรื่องนี้ล้วนมีองค์ประกอบมาจาก ‘ความเป็นแม่’ ภายใต้กรอบของศาสนาและบริบททางสังคม เมื่อรับชมจนจบเราถึงรับรู้ได้เลยว่า แม้จริงแล้ว Empowering Woman อาจไม่ใช่คนอื่นคนไกล ไม่ได้มีหน้าที่การงานยิ่งใหญ่ แต่เป็นผู้หญิงสักคนที่ทุ่มเทอย่างสุดใจเพื่อเลี้ยงดูใครสักคนไปพร้อมๆ กับผจญโลกที่เต็มไปด้วยข้อกำหนดของการเป็นสตรีนั่นเอง


