FAQ | Retinal กับ Retinol ต่างกันอย่างไร?

Q: Retinal กับ Retinol ต่างกันอย่างไร หรือแค่สะกดไม่เหมือนกันเฉยๆ?

A: จริงๆ แล้ว Retinal และ Retinol ต่างกันทั้งชื่อและประสิทธิภาพ ถึงจะเป็นสมาชิกในตระกูลเดียวกันที่ชื่อว่า เรตินอยด์ (Retinoid) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ แต่ทั้งคู่มีระดับความแรงและการทำงานที่ไม่เหมือนกัน เรตินอล (Retinol) ต้องผ่านการแปลงในผิว 2 ขั้น กว่าจะกลายเป็นกรดเรติโนอิก (Retinoic Acid) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผิวใช้ได้ทันที แต่ เรตินัล (Retinal) ต้องแปลงแค่ 1 ขั้น เท่านั้น จึงออกฤทธิ์ได้เร็วและแรงกว่า หรือพูดง่ายๆ คือ Retinal แรงกว่า Retinol และเห็นผลไวกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอย จุดด่างดำ และสิว – Dr. Beibei Du-Harpur, Skin+Me Dermatologist

Dr. Christine Hall แพทย์และเภสัชกรยังเสริมอีกว่า “Retinal ไม่เพียงช่วยเรื่องริ้วรอย แต่ยังมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย จึงเหมาะกับผิวเป็นสิว และถือเป็นอีกระดับของการดูแลผิวที่พัฒนาขึ้นจากเรตินอล แต่ด้วยความแรงของมันก็มีข้อควรระวังเช่นกัน เช่น ผิวอาจแห้งลอก ระคายเคืองในช่วงเริ่มใช้ จึงควรเริ่มจากการใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทาบนผิวที่แห้งสนิท หลีกเลี่ยงรอบตา จมูก และปาก และต้องใช้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น ที่สำคัญคือ อย่าลืมทากันแดดในตอนเช้า เพราะเรตินอยด์ทุกชนิดจะทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น และอาจเกิดการระคายเคืองหรือเม็ดสีผิดปกติได้ง่าย

Source: ELLE US

Latest Posts

Don't Miss