ต้องเสียเลือดเนื้อกันไปเท่าไรกว่าจะได้เงินมาเติมกระปุกหมูครบ 45,600 ล้านวอนใน Squid Game ที่มาถึงซีซั่นสุดท้าย…หรือเปล่า และนี่คือ 5 เรื่องที่จะอยู่ในความคิดเราไปอีกพักใหญ่จากซีรีส์เกาหลีที่เป็นบทพิสูจน์ว่างานสร้างดีๆ ไม่ต้องมาจากฮอลลีวูดเสมอไป (เอาทุนสร้างมาให้ฉันสิสัก 100,000 ล้านวอน)
SPOILER ALERT! บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์
The Stanford Prison Experiment
ในเดือนสิงหาคม ปี 1971 Philip Zimbardo นักจิตวิทยาแห่ง Stanford University และคณะแบ่งผู้เข้าร่วมการทดลองเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นผู้คุม อีกกลุ่มเป็นนักโทษ โดยทั้งสองใส่ยูนิฟอร์มตามบทบาทที่ได้รับ และนักโทษจะถูกเรียกชื่อตามหมายเลขบนเสื้อ จากนั้นเล่นบทบาทสมมติกันไปในห้องใต้ดินคณะจิตวิทยาของมหาวิทยาลัย นำไปสู่ชื่อการทดลองที่ว่า The Stanford Prison Experiment
เดิมทีการทดลองนี้จะดำเนินการ 14 วัน แต่ผ่านไป 6 วันก็ต้องล้มเลิก เพราะเกิดความวิปริตเกินควบคุมภายในคุกจำลอง เมื่อคนที่รับบทผู้คุมฉายความก้าวร้าว ซาดิสม์ ด้อยค่าความเป็นมนุษย์และทรมาน ‘นักโทษ’ ส่วนคนที่รับบทนักโทษเล่าก็กลายเป็นคนซึมเซื่องเชื่อฟังคำสั่งผู้คุมอย่างไม่ลืมหูลืมตาแม้โดนกระทำย่ำยี

แม้กระทั่งซิมบาร์โด หัวหน้าการทดลองที่สวมบทเป็นพัศดีผู้คุมเรือนจำ ซึ่งนั่งมอนิเตอร์เหตุการณ์ผ่านกล้องวงจรปิดเองได้กลายร่างเป็นคนเถื่อนที่จงใจปิดตาข้างหนึ่งกับเหตุการณ์รุนแรงในห้องทดลอง จนทีมงานแทบซัดบ้องหูให้หลุดจากบทบาทสมมติแล้วหยุดการทดลองที่ล้ำเส้นไปไกลนี่เสียที
The Stanford Prison Experiment ได้ข้อสรุปว่า ‘สถานการณ์ส่งผลต่อพฤติกรรมมนุษย์’ และกลายเป็นหนึ่งในการทดลองทางจิตวิทยาที่อื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์ นำไปสู่บทความ งานเขียน สารคดี และหนังที่หาดูได้ใน Netflix

การทดลองนี้จึงคุ้นเหลือเกินเมื่อได้ดูเกมเปิดซีซั่น 3 ซึ่งแลดูเป็นเกมซ่อนหาธรรมดา แต่มาพร้อมกติกาพิสดารเมื่อฝ่ายซ่อนมีกุญแจไขประตูไปสู่ทางออกจึงจะได้ไปต่อ หรือนำไปสู่การซ่อนตัววนลูปในเขาวงกตต่อไป ขณะเดียวกันต้องคอยซ่อนตัวจากฝ่ายหาซึ่งจะผ่านด่านก็ต่อเมื่อเจอตัวฝ่ายซ่อนแล้วฆ่าซะ
เมื่อมาพร้อมกติกายุคหาของป่าล่าสัตว์เช่นนี้ จากนักเลงก็กลายเป็นคนเจื่อน จากคนเถื่อนก็องค์ลงเป็นกวางน้อย ฝ่ายซ่อนเต็มไปด้วยความลนลานจิตตก ฝ่ายหามีอาการกระหายเลือดราวกับสิงโตที่ทำ fasting มา 7 วัน ภายใน 30 นาที เลือดก็ไหลนองใต้ท้องฟ้า(เพดาน)เกลื่อนดาวจากผู้เล่นที่อยากได้ยินหมายเลขของตัวเองถูกขานว่า PASS
Full Circle
ในช่วงวัย 30 ปลายๆ ฮวังดงฮยอกเป็นคนทำหนังที่ไม่มีหนังให้ทำ จึงได้แต่ฆ่าเวลาในร้านเช่าการ์ตูน อ่าน Battle Royale มังงะญี่ปุ่นว่าด้วยกลุ่มนักเรียนที่โดนไปปล่อยเกาะแล้วปล่อยให้ฆ่ากันตาย ใครยืนหยัดเป็นคนสุดท้าย คนนั้นรอด และเมื่อไม่มีอะไรดีกว่านี้ให้ทำ ฮวังจึงใช้สองสิ่งที่เขามีมหาศาลคือเวลาและจินตนาการเขียนเรื่องราวว่าด้วยกลุ่มคนที่เข้าไปเล่นเกมเพื่อชิงเงินรางวัลมหาศาล โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ชนะคือคนเดียวที่ยังมีลมหายใจและตั้งชื่อเรื่องว่า ‘Squid Game’
พอร์ตโฟลิโอคนทำหนังชื่อฮวังดงฮยอกวนเวียนอยู่ในจักรวาลการปากกัดตีนถีบของคนตัวเล็กในสังคม ความเหลื่อมล้ำ และสายตาที่มองเครื่องจักรที่เรียกว่าทุนนิยมเดินหน้าไปอย่างเข้าใจ แต่มุมปากยิ้มเหยียดเล็กๆ เสมอ ซึ่งเข้าใจได้เมื่อมองปูมหลังของผู้กำกับฮวังที่เติบโตมาในบ้านที่แม่หาเลี้ยง 4 ชีวิตเพียงลำพังด้วยความเชื่อว่า การทำงานหนักจะตอบแทนเราเสมอ

ความเชื่อของแม่ไม่เคยนำไปสู่ผลลัพธ์ดังที่หวังเลย ครอบครัวฮวังยังคงจนอย่างเหลือเชื่อมานับสิบปี กระทั่งฮวังเริ่มตื่นรู้ว่าฐานะและเส้นสายจะทำให้ใครบางคนไปไกลกว่าเขามากโดยใช้ความพยายามไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งของเขา
และฮวังตื่นรู้จนบรรลุเมื่อผลักดันตนเองไปเรียนทำหนังที่ลอสแองเจลิส ซึ่งทำเขาตะลึงพรึงเพริดไปกับย่านคนรวยที่แลดูเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับเมืองเลโก้ ขณะที่ย่านที่ฮวังมีปัญญาจ่ายค่าเช่านั้น เต็มไปผู้คนสารพัดสีผิวและเชื้อชาติ ที่ซึ่งคนไร้บ้านมากพอกับโจร และความสะอาดเรียบร้อยเป็นศูนย์
นี่สินะที่เรียกว่า ‘ความเหลื่อมล้ำ’
นี่สินะโลกที่ภรรยาเก่าพา ‘กายอง’ ลูกสาวของกีฮุนมาอยู่
ฉากเกือบสุดท้าย Front Man ไปกดกริ่งหน้าบ้านหลังหนึ่งในลอสแองเจลิสเพื่อพบกับลูกสาวของกีฮุน เด็กสาวอยู่ในย่านผู้มีอันจะกินอย่างไม่ต้องสงสัย ถนนหนทางสงบ สะอาด ร่มรื่นเหมือนดังภาพที่ฮวังเคยเห็นลอสแองเจลิสเมื่อหลายสิบปีก่อน วันนี้เขากลับไปเยือนย่านหรูนั้นอีกครั้งผ่านวิญญาณอันตื่นรู้ของกีฮุน

From Chaser to Protector
กีฮุนเปลี่ยนจากนักล่า(เงิน)ไปเป็นผู้พิทักษ์ ‘ทารก’ ลูกสาวของจุนฮี ผู้เล่นหมายเลข 222 (เลขที่หมายถึงความรักและความมั่งคั่งในศาสตร์แห่งตัวเลข) หรือเปลี่ยนจากพ่อขี้แพ้จอมแหยไปเป็น John Wicks หลังตระหนักได้ว่าตนมีสิ่งล้ำค่าให้ปกป้อง (เช่นเดียวกับพี่วิคส์ที่โดนปลุกเสือในตัวหลังหมาน้อยโดนฆ่า)
แต่แทนที่จะลุกมาฆ่าคนเป็นว่าเล่นเหมือนเล่นเกม FPS กีฮุนในซีซั่น 3 แทบไม่ฆ่าใครเลย (เย้!) และรับบทนายตั้งรับ เขาถอยออกมาจากบทบาทผู้เล่นแล้วเป็นผู้สังเกตการณ์สันดานดิบที่ค่อยๆ โผล่ออกมาจากตัวผู้เล่นรายอื่นๆ

สุดท้าย กีฮุนตื่นรู้ที่จะเป็นคนปกติ มีสามัญสำนึก รู้ผิดชอบชั่วดี หรือดังวาจาสุดท้ายของเขาที่ว่า “เป็นมนุษย์” แม้นั่นจะหมายถึงการละวางเป้าหมายเดียวที่ยึดโยงให้เขามีชีวิตอยู่ก็ตาม เขาเพียงอยากมาล้างบาง Squid Game เพื่อจะได้ไม่มีใครต้องมาตายสังเวยความหรรษาของคนรวยอีกต่อไป
หากกีฮุนตระหนักได้ว่าหมากเกมนี้จะไม่จบที่รุ่นเขา และมโนสำนึกในใจเขาส่งเสียงดังเกินกว่าจะทำหูหนวกใส่แล้วกลับไปเป็นหมากในกระดานอีกครั้ง เขาจึงวางทารกน้อยหมายเลข 222 ยกให้เธอเป็นผู้ชนะ ก่อนจะทิ้งตัวลงสู่พื้นซีเมนต์ปูลายทุ่งดอกไม้น่ารักเบื้องล่าง
คนตัวเล็กย่อมแพ้เสมอในเกมที่ผู้มีอำนาจกำหนดกติกาตามใจชอบ

Cringe Acting
ผู้กำกับฮวังเคยกล่าวว่าหลังจาก Squid Game ซีซั่นแรกประสบความสำเร็จมาก (Bloomberg ประเมินว่าซีซั่นแรกสร้างเม็ดเงินให้กับ Netflix ได้ถึง 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซีซั่นที่ตามมาจึงไม่มีข้อจำกัดทางการเงินอีกเลย แม้กระทั่งมีปัญญาจ้างนักแสดงฝีมือดีที่สุดคนหนึ่งของโลกมาปิดฉากซีรีส์ได้ก็แล้วกัน

แต่ทำไม๊…ไม่แคสต์นักแสดงพูดอังกฤษแอ็กติ้งดีๆ มาแสดงเป็นวีไอพี ซึ่งเป็นจุดบอดที่คนทั้งโลกก่นด่าในซีซั่นแรกกันทั้งนั้น ซึ่งหนึ่งในนักแสดงที่รับบทเป็นวีไอพีเคย ‘แก้ตัว’ ว่า ผู้กำกับไม่บรีฟที่มาที่ไป แค่บอกให้เล่นเป็นคนรวยกักขฬะที่ชอบใช้เงินฟาด ทีมงานใช้ Google Translate แปลบทเป็นภาษาอังกฤษให้ จึงเป็นคำทื่อๆ ไม่เข้าปาก ต้องใส่หน้ากากหนักหัวมาก ต้องนั่งห่างจากนักแสดงคนอื่นไกลเกินไป ฯลฯ
แต่ซีซั่น 3 นี้มีเหตุผลอะไรอีกที่วีไอพีทั้งหลายยังเหมือน ChatGPT ได้ถึงเพียงนี้ แถมมีสกรีนไทม์เยอะอีกแน่ะ กว่าจะดูจบ มือคนดูหงิก cringe แทบแกะไม่ออกกันเลยทีเดียว!
Hello! Hollywood?
หลังจากไปพบลูกสาวของกีฮุนที่บ้านในอเมริกาแล้ว ระหว่างรถติดไฟแดง อินโฮหรือ Front Man ผู้สร้าง Squid Game ก็ได้ยินเสียงตบกระดาษ ตามด้วยเสียงตบหน้าฉาดดังมาจากตรอกริมถนน สายตาเขาติดตามเสียงลึกลับอันคุ้นหูนั้นไปสบเข้ากับ ‘Recruiter’ ในร่างของ Cate Blanchett! ซึ่งแน่นอนว่าเป็นนักแสดงพูดภาษาอังกฤษคนเดียวในจักรวาล Squid Game ที่ให้แอ็กติ้งที่ดีทั้งสายตา ท่าทางและน้ำเสียงแม้จะมีบทพูดประโยคเดียว

การปรากฏตัวสุดเซอร์ไพรส์ของเคตคือคำบอกใบ้หรืออาจเป็นการโยนหินถามทางว่า คนดูจ๋า อยากดู Squid Game เวอร์ชันฮอลลีวูดกันมั้ยนะ?
แต่อาจเป็นผู้กำกับ/นักเขียนบทคนอื่น…หรือไม่ เพราะผู้กำกับฮวังเคยบอกว่าไว้ว่า หลังจบซีซั่น 3 แล้วอยากหายตัวไปอยู่บนเกาะห่างไกล ไม่รับสายเน็ตฟลิกซ์ และอยากพักยาว…ยาวมากๆ ซึ่งทำได้แน่นอนสำหรับอดีตคนทำหนังตกอับที่ทำซีรีส์เสียดสีระบอบทุนนิยมเรื่องเดียว ก็นำพาความประสบความสำเร็จชนิดจนไม่ต้องกังวลเรื่องเงินไปทั้งชีวิต
กีฮุนตัวจริงอยู่นี่นี่เอง.

เดี๋ยวก่อน! ผู้กำกับ! ทำไมให้ผมอยู่แต่บนเรืออออออ….

