Friday, March 6, 2026

ไทย BUS กับบทบาทเซ็นเตอร์ของซิงเกิลใหม่ ‘So Blue’ และการบาลานซ์ชีวิตศิลปินกับนิสิตวิศวะไฟฟ้า

ไทย-ชญานนท์ ภาคฐิน คือคำจำกัดความของคำว่าพลังบวกและเสียงหัวเราะที่เติมสีสันให้กับวง BUS because of you i shine อยู่เสมอ แต่ในวันนี้เราได้เห็นภาพลักษณ์ที่เติบโตขึ้นไปอีกขั้นกับบทบาทสำคัญในการเป็นเซ็นเตอร์อย่างเพลง ‘So Blue’ ซึ่งนับเป็นบทพิสูจน์ความตั้งใจและการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งของเขา นอกเหนือจากบทบาทศิลปินก็ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่ท้าทายเขาไม่แพ้กัน คือการเป็นนิสิตวิศวะกรรมไฟฟ้า ที่ต้องบาลานซ์ชีวิตระหว่างตารางงานที่อัดแน่นกับการเรียนที่ต้องอาศัยความแม่นยำและวินัยอย่างสูง

ELLE: ตั้งแต่วันที่ได้เป็น BUS because of you i shine จนถึงวันนี้ ช่วงไหนที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นจริงๆ?

THAI: พื้นฐานผมรู้สึกว่าผมไม่ได้โตครับ หมายถึงถ้าดูจากภายนอกถ้าเทียบกับอายุนะครับ ไม่ได้พูดถึงว่าผมหน้าเด็กนะครับ แค่รู้สึกว่าบุคลิกมีความเข้าถึงง่าย หน้าด้วยแหละ มีเบบี้แฟต หลายๆ อย่าง ภายนอกจะดูเด็กกว่าอายุ แต่ถ้าถามว่าโมเมนต์ไหนที่รู้สึกว่ามันเปลี่ยน คิดว่าน่าจะเป็นช่วงคอนเสิร์ตใหญ่แรกๆ เลย รู้สึกว่าตอนนั้นคิดว่าตัวเองโตขึ้น

แต่ ณ วันนี้มองกลับไปก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเด็กอยู่ คือรู้สึกว่าในทุกช่วงเวลาเราจะคิดว่าตัวเองโตขึ้นในทุกๆ วันอยู่แล้ว เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเรากลับไปมองเราจะคิดว่าตอนนั้นเราเด็กจังเมื่อเทียบกับตอนนี้ แต่ถ้าพูดตามความจริงเวลามีงานหรือมีอะไรที่ทำให้เราได้เก่งหรือได้เหนื่อยขึ้น เราได้พัฒนาตัวเอง เช่นตอนคอนเสิร์ตใหญ่ มันทำให้เรารู้สึกโตขึ้นในพาร์ตการทำงาน แต่ถ้าพาร์ตภาพรวมผมรู้สึกว่าผมโตขึ้นในทุกๆ วันอยู่แล้ว แค่มันไม่ได้แบบก้าวกระโดด

ELLE: ถ้าสมมติว่า BUS because of you i shine เป็นครอบครัว คิดว่าตัวเองจะรับบทเป็นอะไรในครอบครัวนี้?

THAI: ถ้าเป็นคนนะครับ ผมน่าจะเป็นลูกที่ขึ้นจากกลางไปนิดหนึ่งแต่ไม่ใช่โตสุด อาจจะเป็นพี่รองครับ เพราะรู้สึกว่าเราไม่ใช่พี่โตอยู่แล้ว และเราก็ไม่ใช่เด็กสุดในวง รู้สึกว่ายังมีน้องที่เด็กกว่าเรา เรารู้สึกว่าพี่คนรองจะเป็นคนที่ไม่ค่อยเอาไหนเท่าพี่คนโต อาจจะชิลกว่าพี่คนโต ถ้าเป็นส่วนประกอบของบ้าน ผมคิดว่าผมคงเป็นดอกไม้แล้วกัน (อมยิ้ม) ดอกที่อยู่กลางสวนครับ เพราะเวลาที่คนเดินเข้าบ้านมาเห็นดอกไม้แล้วเขาอาจจะมีความสุข

ELLE: มีข้อความไหนจากแฟนคลับที่ทำให้รู้สึกว่าการมาเป็นศิลปินมันคุ้มค่ามากๆ?

THAI: เอาจริงๆ ผมคิดว่าผมไม่ค่อยเล่นโซเชียลขนาดนั้น ด้วยความที่ผมเป็นคนโลว์เทคโนโลยี ยิ่งใน X ผมเพิ่งเคยรู้จักคำว่า For you ปีที่ผ่านมาปลายๆ ปี ปกติผมไม่รู้ด้วยว่ามันเลื่อนไปฝั่งซ้ายได้ผมไม่ค่อยได้อ่าน ผมจะชอบอ่านเป็นจดหมายTiktok หรือ X หรือที่เขาแท็กกันมาใน IG มากกว่า

ถ้าเป็นสิ่งที่รู้สึกว่าทัชใจผมมากๆเลยก็คือ เวลาเราเห็นว่าเขาเจอเรื่องอะไรมา พอเขามาเจอเรา ฟังเพลงเรา หรือทำอะไรที่มันเกี่ยวกับเรา เหมือนทำให้วันนั้นเขาสามารถมีความสุขได้ ผมแค่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำให้คนมีความสุขได้มันสำคัญที่สุดแล้ว เวลาคนไม่มีความสุขแล้วมีความสุขได้ ผมรู้สึกว่าความสุขเป็นสิ่งที่สำคัญมากในชีวิตประจำวัน ถ้าเรามีความสุขจะทำให้ชีวิตทุกอย่างมันดีหมด ทำอะไรก็ดีหมด เลยรู้สึกว่าถ้าเราทำให้คนอื่นมีความสุขได้มันเป็น key point ของอาชีพศิลปินเลยก็ว่าได้

ELLE: เคล็ดลับการบาลานซ์เวลาของไทยในการทำงานวงการบันเทิงและการเรียนวิศวะไฟฟ้าคืออะไร ขอวิธีจัดการตัวเองในแบบที่ไม่เคยบอกแฟนๆ?

“ถ้าพูดตามความจริงผมว่ายากมากๆ เลยครับ ยากมากจริงๆ ที่เราทำอยู่ในการเป็น BUS ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน มันเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาทั้งคู่ การเทรนการซ้อมก็ต้องใช้เวลา การเรียนก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน ซึ่งพอวันหนึ่งเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเราไม่สามารถมีเวลาเพิ่มมากกว่านี้ ผมเลยต้องใช้วิธีการเฉลี่ยเวลาให้มันได้มากที่สุด

“เพราะเราไม่สามารถทิ้งทั้งสองอย่างได้ ด้านการเรียนเราก็ทิ้งไม่ได้ ด้าน BUS เราก็ทิ้งไม่ได้ มันเหมือนเป็นสิ่งที่เราต้องชอบก่อน พอเป็นสิ่งที่เราชอบเราจะไม่ทิ้งมันเอง แต่ว่ามันจะเหนื่อยมากๆ เหมือนเราทำสองอย่าง จับปลาสองตัวมันก็ยากกว่าจับปลาตัวเดียวอยู่แล้ว แล้วยิ่งเป็นตัวที่ใหญ่ทั้งคู่ด้วย

ELLE: แล้วผลการเรียนตอนนี้เป็นที่น่าพึงพอใจไหม?

THAI: ถ้าเป็นเมื่อก่อน แล้วไม่ได้ทำ BUS ถ้าผมเรียนเฉยๆ แล้วถ้าผมได้ประมาณเท่านี้ผมอาจจะไม่พอใจ แต่ว่าถ้าผมทำ BUS ไปด้วย ทำอันนี้ไปด้วยผมว่าผมพึงพอใจมาก แบบมากๆ เลย รู้สึกว่าผมทำทุกอย่างผ่านในพีเรียดที่จะจบตามปกติ ผมเลยรู้สึกว่าผมพอใจแล้วถ้าผมจบ 4 ปีได้ตามแบบแผนของมหา’ลัยผมก็พอใจแล้วครับ ถ้าอย่างเกียรตินิยมก็คงเป็นไปไม่ได้ เรียนวิศวะด้วยมันก็ยากมากๆ ด้วย แต่ก็พยายามทำให้ผ่านทุกวิชาครับ

ELLE: สำหรับซิงเกิ้ลใหม่ So Blue ไทยมีความรู้สึกตื่นเต้นไหม?

THAI: ไม่ได้ตื่นเต้น มันเป็นสิ่งที่กดดันมากกว่า เราเริ่มมีบทบาทกับเพลงมากขึ้น เราได้อยู่ตรงกลางมากขึ้น และปกติผมก็เป็นคนที่ไม่ค่อยได้รับบทบาทแบบนี้ ที่ผ่านมาเราได้ท่อนนี้ ร้องท่อนนี้ ซ้อมท่อนฮุค พอเราได้เป็นบทบาทที่สำคัญเกี่ยวกับเพลงนี้ทำให้เราต้องมองภาพรวมมากขึ้น ไม่ได้มองแค่ตัวเรา อาจจะมองเพื่อน มองท่าเพื่อน มองภาพรวมเพื่อนเรากดดันว่ามันจะออกมาดีมั้ย เพราะเพลงนี้มีอุปสรรคอะไรมากมายเยอะมาก อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราโตขึ้นมากๆ ทำให้ได้เจอข้อดีข้อเสียของตัวเองเยอะมากครับ

อ่านบทความ: 12 หนุ่มวง BUS because of you i shine กับการเดินทางสู่ปีที่ 3 ในฐานะผู้เล่นในสนามที-ป๊อปที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

Interview: Wansuk Khongrasee
Text: Boromsirikan Kaewjuk
Photographer : Wasu Sukatocharoenkul
Fashion Editor : Preuksapak Chorsakul
Makeup : Witsarut Jullasorn, Saran Anaphon, Chawika Lieochaiyaphan
Hair : Roangritz Apisitvachiramatee, Sukwasa khadphab, Chanyanuch Woraphakpridakun
Assistant Photographer : Similan Prangprasert, Santipong jodnok, Danai sompong
Assistant Stylist : Junjira Wangaug, Tidawan Suttichai, Ploypailin diloksri, Nichapat Thongjring

Latest Posts

Don't Miss