ภูธัชชัย ลิ้มปัญญากุล วง BUS because of you i shine ที่ใครๆ ก็ต้องเคยได้ยินกับฉายา “เจ้าชายน้ำแข็ง” ของเขา การเป็นนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติไทยนั้นไม่เคยสิ้นสุด แต่นี่คืออีกเส้นทางหนึ่งที่เขากำลังค้นหาตัวเองในบทบาทของการเป็นศิลปิน บนเวทีที่พร้อมรับทุกสายตา แต่คอนเสิร์ตใหญ่อย่าง LIGHT THE WORLD ที่ผ่านมา กลับเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องยืนอยู่กับตัวเองจริงๆ เพราะต้องแสดงโชว์เดี่ยวให้แฟนๆ ชม และไม่ได้มีเพื่อนในวงอีก 11 ร่วมด้วย ทำเอา ภูธัชชัยเกิดคำถามในใจที่ต้องกลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่า สรุปแล้วนั้นเขามั่นใจในอะไร เขาจะทำได้ไหม และในบทบาทศิลปินเขาอยากให้ผู้คนจดจำเขาแบบไหน บทสนทนาครั้งนี้แอลขอพาไปรู้จักกับ ภูธัชชัย ในมุมของศิลปินที่หัวใจอบอุ่นกว่าที่เห็น

ELLE: ตั้งแต่วันที่ได้เป็น BUS because of you i shine จนถึงวันนี้ ช่วงไหนที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นจริงๆ?
PHUTATCHAI: ถ้าพูดรวมๆ เลยทุกงานมันทำให้เราได้ข้อคิด ได้ประสบการณ์มากขึ้น คิดว่าปีที่แล้วน่าจะเป็นปีที่ทำให้โตขึ้นจริงๆ เพราะเหมือนมันมีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างมาก อย่างคอนเสิร์ตใหญ่ แล้วก็การไปไทยแลนด์ทัวร์ ผมรู้สึกว่ามันมีงานใหญ่ๆ มากมายที่เรามีโอกาสได้ไปทำ และผมรู้สึกว่าแต่ละงานมันทำให้เราได้ก้าวข้ามตัวเองไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าผมโตขึ้นในทุกๆ โอกาสที่ได้รับครับ ตอนคอนเสิร์ตใหญ่ LIGHT THE WORLD ตอนแรกไม่มั่นใจ เพราะว่าไม่รู้ว่าตัวเองทำได้ดีในพาร์ตไหน เหมือนเวลาเราเพอร์ฟอร์มเราก็จะมีเพื่อนๆ 11 คนด้วย พอคอนเสิร์ตใหญ่มันต้องทำโชว์เดี่ยว เลยรู้สึกว่าต้องกลับมานั่งตกตะกอนกับตัวเองอีกทีว่า เฮ้ย! จริงๆ แล้วหลังจากที่เราเป็น BUS มาปีกว่าตอนนั้นเรามั่นใจในอะไรที่สุดเราสามารถทำอะไรได้ดีที่สุดในฐานะที่เราเป็นศิลปินวันนั้น ผมรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมตัดสินใจนานมาก แล้วก็หาตัวเองไม่เจอช่วงหนึ่งเหมือนกันว่าสุดท้ายเราถนัดอะไรกันแน่หรือเราสามารถทำโชว์แบบไหนได้บ้าง

ELLE: ถ้าสมมติว่า BUS because of you i shine เป็นครอบครัว คิดว่าตัวเองจะรับบทเป็นอะไรในครอบครัวนี้?
PHUTATCHAI: ผมก็คงมีหน้าที่ในการทำอะไรสักอย่างที่ผมถนัดแหละ อาจจะเป็นการจัดระเบียบห้องแบบนี้ก็ได้ เพราะว่าผมไม่ชอบห้องรก ชอบเป็นคนจัดแปลนอะไรให้มันลงตัว ผมรู้สึกว่าผมน่าจะเป็นคนแยกว่าแต่ละห้องมีฟังก์ชั่นอย่างไรทำอะไรได้ให้มันแตกต่างในแต่ละห้อง การดูแลในภาพรวมหรือว่าภาพใหญ่ๆ อาจจะไม่ได้เป็นผมนะ อาจจะเป็นพี่ๆ ที่อาวุโสมากกว่าครับผม
ELLE: มีข้อความไหนจากแฟนคลับที่ทำให้รู้สึกว่าการมาเป็นศิลปินมันคุ้มค่ามากๆ?
PHUTATCHAI: จริงๆ ข้อความที่โดนใจก็มี เหมือนเขาจะชอบบอกว่าขอบคุณที่ตัวผมทำให้เขายิ้มได้ทั้งที่เหนื่อยมา ผมรู้สึกว่าทุกคนมีเรื่องต้องเหนื่อยมาในแต่ละวัน ส่วนผมก็มีเหมือนกัน การที่มีพวกเขาอยู่ การที่พวกเขาสามารถยิ้มได้เพราะว่าพวกเรา BUS ที่อยู่ตรงนี้ มันเป็นการเทคแคร์กันละกันได้ดีมากๆ ผมรู้สึกว่าในวันที่เราหันหลังกลับไปมองแล้วยังมีเขาที่คอยซัพพอร์ตอยู่ตลอด ขณะที่พวกเขาได้ใช้ชีวิตโดยที่ไม่ได้เจอเรา หรือวันที่ไม่ได้ดูเรา การที่เรายังอยู่ตรงนี้ ให้กำลังใจเขาก็เป็นอะไรที่ดีเหมือนกัน ผมรู้สึกว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่ healthy และขาดกันไปไม่ได้แล้วกัน ผมรู้สึกว่าผมรู้สึกดีมากๆ ที่ได้มีเขาอยู่เป็นกำลังใจให้ในทุกๆ วันครับ

ELLE: อยากให้ภูธัชชัยให้คะแนนตัวเองในทั้งสองบทบาท ทั้งเจ้าชายนํ้าแข็งกับการเป็นโวคอลของวง
PHUTATCHAI: ผมว่าตอนที่เป็นนักกีฬา เอาจริงๆ ถ้านึกย้อนกลับไปมันเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ ในช่วงชีวิตผม มันเป็นอะไรที่ผมคิดถึงมาก รู้สึกว่าคิดถึงเสมอครับ ขอให้เป็นคะแนนความคิดถึง ให้เต็ม 10 อยู่แล้วครับ ผมรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมเติบโตไปกับมัน ทำให้ผมมายืนจุดๆ นี้ด้วย มันก็เป็นความฝัน ณ ในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่เรากำลังไล่ล่า เต็มที่ไปกับมัน การที่ผมเป็นนักกีฬาฮอกกี้มันเป็นจิตวิญญาณที่ยังหลงเหลือในตัวผมเหมือนกัน ผมรู้สึกว่ามันสะท้อนความเป็นตัวผมได้ดีมากๆ สมมติว่าผมร้องเพลงนี้ไม่ได้ ถ้าผมชอบเพลงนี้มากๆ หรือว่าอยากที่จะร้องให้ดี ผมก็จะบี้ตัวเองให้ร้องจนได้ ถ้าให้คะแนนในบทบาทนี้หรอ ผมว่าก็ไม่แพ้กันหรอก เป็นศิลปินที่ให้เต็ม 100 ถ้าให้คะแนนผมก็คงให้เต็มแมกซ์ไปเลย


ELLE: ปีนี้ภูธัชชัยอยากทำอะไรอีกบ้าง?
PHUTATCHAI: ปีนี้ผมอยากจะค้นหาตัวเองมากขึ้น ผมรู้สึกว่าพอเป็น BUS มา 2 ปีแล้ว ได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง แต่ผมรู้สึกว่ามันก็ยังมีอะไรอีกที่เราไม่เคยทำ อยากรู้ว่าตัวเราไปได้ไกลแค่ไหน หรือว่าตัวเราสามารถทำอะไรได้มากแค่ไหน คือการเดบิวต์เป็นศิลปินมา 2 ปี ผมว่ามันก็ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างนั่นแหละ แต่มันก็ยังมีอะไรบางอย่างที่ส่วนตัวยังไม่เคยทำ รู้สึกว่าถ้ามีโอกาสมา ผมก็อยากจะทำมันให้ดีที่สุด หาตัวเองไปเรื่อยๆ ว่าสุดท้ายแล้วเราชอบอะไรบ้างหรือว่ายังมีอะไรต้องพัฒนาอีกบ้าง ตอนนี้มันก็พอเห็นภาพตัวเองคร่าวๆ แต่รู้สึกว่ายังไม่ได้ชัดมาก แค่ต้องหาสไตล์ที่เหมาะกับตัวเอง ที่เข้ากับตัวเองจริงๆ ผมรู้สึกว่าอยากลองเปิดใจฟังเพลงแนวใหม่ๆ ขึ้นบ้าง เผื่อเราอาจจะเจออะไรมากขึ้นในเพลง


อ่านบทความ: 12 หนุ่มวง BUS because of you i shine กับการเดินทางสู่ปีที่ 3 ในฐานะผู้เล่นในสนามที-ป๊อปที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ
Interview: Tikumporn Chaiyakote
Text: Chanel panyaworn
Photographer : Wasu Sukatocharoenkul
Fashion Editor : Preuksapak Chorsakul
Makeup : Witsarut Jullasorn, Saran Anaphon, Chawika Lieochaiyaphan
Hair : Roangritz Apisitvachiramatee, Sukwasa khadphab, Chanyanuch Woraphakpridakun
Assistant Photographer : Similan Prangprasert, Santipong jodnok, Danai sompong
Assistant Stylist : Junjira Wangaug, Tidawan Suttichai, Ploypailin diloksri, Nichapat Thongjring

