เติมสีสันบนข้อมือด้วยเรือนเวลา Audemars Piguet รุ่น Royal Oak Offshore

งานออกแบบที่เป็นไอคอนิกผสมผสานกับสไตล์ใหม่ของสีสันเฉดสดใสในนาฬิกาข้อมือรุ่น Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph จาก Audemars Piguet ได้พาเราออกเดินทางสู่พรมแดนแห่งเฉดสีใหม่ที่มาพบกับนาฬิกาข้อมือสปอร์ตเปี่ยมด้วยฟังก์ชั่น ทั้งยังรังสรรค์ขึ้นด้วยตัวเรือนขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้นซึ่งเหมาะสำหรับข้อมือผู้หญิงมากกว่าที่เคย

เชื่อว่าหลายคนอาจเคยถูกใจในสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ของคอลเล็กชั่น Royal Oak Offshore ด้วยลุคสปอร์ตหรูและงานออกแบบที่มีมิติจากรูปทรงตัวเรือนแปดเหลี่ยมด้าน ขอบตัวเรือนตกแต่งด้วยสกรู และหน้าปัดลวดลาย Tapisserie แบบนูนต่ำซึ่งดึงดูดใจได้มากเป็นพิเศษกันมาแล้ว แต่สุดท้ายผู้หญิงหลายคนก็ต้องมองหาตัวเลือกใหม่ ด้วยเพราะขนาดตัวเรือนที่อาจยังดูใหญ่ไปทว่า ปีนี้พวกเธอคงได้สมหวังกับนาฬิกา Royal Oak Offshore ที่เคยหมายตาไว้ กับการเผยโฉมเรือนเวลารุ่นใหม่ของ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph ซึ่งมีตัวเรือนขนาดเพียง 37 มม. และยังน้ำหนักเบา หรือสวมใส่ได้สะดวกสบายมากขึ้นทั้งในรุ่นตัวเรือนไทเทเนียม หรือรุ่นหรูหรากับตัวเรือนพิงก์โกลด์ประดับเพชร ซึ่งทั้ง 3 รุ่นใหม่ยังมาพร้อมกับหน้าปัดสีสันสดใสแบบซัมเมอร์ที่ไม่ทิ้งภาพของนาฬิกาสปอร์ตหรูไว้ในทีอีกด้วย

ในนาฬิกาข้อมือ 3 รุ่นใหม่ที่เปิดตัวพร้อมกันนี้ออกแบบมาเพื่อความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว และคงความสวยงามซึ่งเหมาะสำหรับการสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันและในหลากหลายโอกาส โดยความตั้งใจนี้เป็นผลลัพธ์มาจากการพัฒนาและติดตั้งด้วยกลไกจักรกลอัตโนมัติโครโนกราฟ Calibre 6401 ซึ่งเป็นกลไกผลิตในโรงงานคาลิเบอร์ล่าสุดของแบรนด์และเปิดตัวเป็นครั้งแรกในคอลเล็กชั่น Royal Oak Offshore ตัวเรือน 37 มม. จากการลดความหนาของกลไกลง อีกทั้งยังสามารถมองเห็นความประณีตในการตกแต่งกลไกได้ผ่านทางฝาหลังกระจกแซปไฟร์ของนาฬิกา ความลงตัวระหว่างฟังก์ชั่นและความสง่างามนี้ได้เผยโฉมเป็นครั้งแรกในคอลเล็กชั่นด้วยนาฬิกาข้อมือรุ่นใหม่ โดย 2 รุ่นมาพร้อมกับตัวเรือนไทเทเนียม ที่รุ่นหนึ่งประดับขอบตัวเรือนด้วยเพชร และอีกรุ่นเป็นแบบขอบตัวเรือนเรียบให้ลุคสปอร์ตทันสมัย ขณะที่อีกเวอร์ชั่นได้เติมความหรูหรามากขึ้นด้วยตัวเรือนพิงก์โกลด์ มาพร้อมขอบตัวเรือนประดับเพชรเปล่งประกายแวววาว’

จุดเด่นที่สุดของนาฬิกา 3 รุ่นใหม่นี้ย่อมหนีไม่พ้นการเผยโฉมคู่กับหน้าปัดเฉดสีสันสดใส ซึ่งทั้งตัดและลงตัวเข้ากับโทนสีอบอุ่นของตัวเรือนไทเทเนียมหรือสีเด่นๆ ของตัวเรือนพิงก์โกลด์ได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดสีเขียวเทอร์ควอยส์คู่กับตัวเรือนไทเทเนียมแบบเรียบ หน้าปัดสีชมพูผสมผสานกับตัวเรือนไทเทเนียมและขอบตัวเรือนประดับเพชร และหน้าปัดสีฟ้าอ่อนมาพร้อมกับตัวเรือนพิงก์โกลด์และขอบตัวเรือนประดับเพชร นอกจากนี้ยังแมตช์เข้ากับแต่ละเฉดสีของหน้าปัดด้วยสายนาฬิกายางโทนสีเดียวกัน ทั้ง 3 เฉดสีใหม่ยังล้วนสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและสไตล์อันทันสมัยของนาฬิกาสปอร์ตประสิทธิภาพสูงที่เปี่ยมไปด้วยพลังและสีสัน ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเพื่อมอบความสะดวกสบายและสามารถสวมใส่ได้ในทุกๆ วัน

พลังสร้างสรรค์และวิวัฒนาการก้าวใหม่ของนาฬิกาข้อมือ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph ได้ถอดรหัสงานออกแบบไอคอนนิกที่อยู่เหนือกาลเวลา นับจากการเปิดตัวในปี 1993 โดยการสร้างสรรค์ของ Emmanuel Gueit ผู้ออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันเรือสมรรถนะสูงอันเป็นที่มาของชื่อคอลเล็กชั่น ทั้งยังผสานด้วยความกลมกลืนของกลไกจักรกลผลิตในโรงงานโดย Audemars Piguet ที่พัฒนาขึ้นเพื่อมอบความสะดวกสบายและความลงตัวเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน เหมือนกับครั้งนี้ที่ได้รับการลดขนาดตัวเรือนลงเพื่อให้รับกับขนาดข้อมือที่หลากหลายมากขึ้น แต่ก็ยังคงไว้ด้วยความสวยงามในแบบฉบับของ Royal Oak Offshore ได้อย่างเต็มเปี่ยม

ELLE Says:

โทนสีสันสดใสของนาฬิกาข้อมืออย่างในผลงานรุ่นใหม่ของ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph จาก Audemars Piguet นับเป็นการท้าทายและฉีกกฎออกจากความคลาสสิกร่วมสมัยที่มักเป็นบรรทัดฐานของนาฬิกาข้อมือระดับไอคอน ความกล้าที่จะออกนอกกรอบนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่พร้อมพาให้คอลเล็กชั่นนี้เติบโตไปสู่ดินแดนใหม่ๆ ของการเป็นนาฬิกาข้อมือสปอร์ตหรูร่วมสมัยที่รักษาไว้ทั้งความโดดเด่น คุณภาพ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างเหนือกาลเวลา

Latest Posts

Don't Miss