ทำความรู้จักกับแบรนด์กระเป๋า Songmont ผ่าน 5 เรื่องราวจากงานฝีมือสู่ปรัชญาการออกแบบที่คิดมาเพื่อทุกวัน

ในเวลาเพียงไม่กี่ปี Songmont ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแบรนด์กระเป๋าที่ได้รับความนิยมจากคนรักแฟชั่น ด้วยดีไซน์มินิมัลที่ผสานความงามเหนือกาลเวลาเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัว แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นไม่ได้มีเพียงงานออกแบบ หากยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของงานฝีมือ วัสดุที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน และปรัชญาการสร้างสรรค์ที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานในทุกขั้นตอน แอลขอพาคุณไปรู้จักแบรนด์ให้ลึกยิ่งขึ้น ผ่าน 5 เรื่องสำคัญที่สะท้อนตัวตนของ Songmont ได้ดีที่สุด

1. The Leather Selection

หากจะมีสิ่งหนึ่งที่สะท้อนตัวตนของ Songmont ได้ดีที่สุด คงเป็นความพิถีพิถันในการเลือกสรรวัสดุหนัง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกคอลเล็กชั่น แบรนด์คัดเลือกหนังจากโรงฟอกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ทั้ง LWG Gold Rating และ ISO Certification ซึ่งครอบคลุมทั้งคุณภาพของวัสดุ กระบวนการผลิตที่มีจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

หนังส่วนใหญ่ที่ Songmont เลือกใช้คือ Full-Grain Leather หรือหนังชั้นบนสุดที่ยังคงรูพรุนและลวดลายตามธรรมชาติไว้โดยไม่ผ่านการเคลือบผิวมากเกินไป จึงสามารถพัฒนาเฉดสี ความนุ่ม และ Patina ที่เป็นเอกลักษณ์ไปตามกาลเวลา ทำให้กระเป๋าแต่ละใบมีบุคลิกเฉพาะตัวตามการใช้งานของเจ้าของ

นอกจาก Full-Grain Leather แล้ว แบรนด์ยังเลือกใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันในแต่ละคอลเล็กชั่น ไม่ว่าจะเป็น Vegetable-Tanned Leather ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งโดดเด่นด้วยการฟอกด้วยสารสกัดจากพืช ให้โครงสร้างแข็งแรงและค่อยๆ นุ่มขึ้นเมื่อใช้งาน ขณะที่ Full-Grain Tumbled Cowhide Leather ให้สัมผัสนุ่ม ยืดหยุ่น และเผยลวดลายธรรมชาติของหนังโดยไม่ต้องปั๊มลายเพิ่ม

สำหรับ Nubuck Leather มีผิวสัมผัสละเอียดคล้ายกำมะหยี่ ให้ความรู้สึกอบอุ่นและหรูหราแบบเป็นธรรมชาติ ส่วน Nappa Leather โดดเด่นด้วยความนุ่มเป็นพิเศษ พร้อมเทคนิคการย้อมสีที่ช่วยให้เฉดสีและ Patina ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างมีมิติเมื่อเวลาผ่านไป ขณะที่ Suede มอบพื้นผิวด้านอันเป็นเอกลักษณ์และกลิ่นอายวินเทจ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์เฉพาะของหนังประเภทนี้

นอกจากนี้ Songmont ยังพัฒนา Vegan Leather จากพลาสติกรีไซเคิลที่เก็บจากขยะในทะเล เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืนของแบรนด์ ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานด้านคุณภาพและงานฝีมือในทุกคอลเล็กชั่น

2. The Gold-plated Hardware

สำหรับ Songmont ความประณีตไม่ได้หยุดอยู่เพียงงานหนัง แต่ยังขยายไปถึงรายละเอียดเล็กๆ อย่างฮาร์ดแวร์ ซึ่งแบรนด์มองว่าเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเติมเต็มทั้งความงดงาม ฟังก์ชัน และอายุการใช้งานของกระเป๋า ทุกชิ้นจึงได้รับการออกแบบและผลิตอย่างพิถีพิถันภายใต้แนวคิด ‘ความงามที่แท้จริงควรอยู่ได้ยาวนาน’ เพื่อให้คงความสวยงามได้ยาวนานแม้ผ่านการใช้งานในทุกวัน

ฮาร์ดแวร์ของ Songmont โดยส่วนใหญ่จะใช้การเคลือบทองคำ 24K ด้วยเทคโนโลยี PVD (Physical Vapor Deposition) ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสมาประยุกต์ใช้กับฮาร์ดแวร์ของแบรนด์ ช่วยให้พื้นผิวมีความทนทานต่อการสึกหรอ พร้อมรักษาความเงางามได้ดีกว่าการชุบโลหะแบบทั่วไป โดยนอกเหนือจากความงดงามและคุณภาพแล้ว Songmont ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี PVD ถูกดำเนินการภายใต้ระบบสูญญากาศซึ่งช่วยลดการใช้สารเคมีอันตรายที่พบในกระบวนการชุบโลหะแบบดั้งเดิมอีกด้วย ขณะเดียวกันยังเลือกใช้สเตนเลสสตีลคุณภาพสูงและกระบวนการผลิตที่ลดการใช้สารเคมีอันตราย สะท้อนความเชื่อของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับทั้งงานฝีมือ ความยั่งยืน และคุณภาพที่อยู่เหนือกาลเวลา

3. Functionality: Design for Everyday Journey

แม้ Songmont จะเป็นที่รู้จักจากดีไซน์อันเรียบหรู แต่เบื้องหลังทุกคอลเล็กชั่นกลับเริ่มต้นจากคำถามที่เรียบง่ายว่า ‘กระเป๋าจะช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกขึ้นได้อย่างไร’ แนวคิดนี้จึงพัฒนาเป็นปรัชญา Design for Everyday Journey ที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงมากกว่าการตามกระแสแฟชั่น

กระเป๋าทุกใบได้รับการออกแบบภายใต้หลัก User-First Design ตั้งแต่สายสะพายที่สามารถปรับหรือถอดเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ ไปจนถึงการจัดสรรพื้นที่ภายในอย่างลงตัว เพื่อให้รองรับการใช้งานตั้งแต่วันทำงาน การเดินทาง ไปจนถึงโอกาสพิเศษในยามค่ำคืน โดยยังคงน้ำหนักที่เบา ความสบายในการถือ และรูปทรงที่สวยงามไว้พร้อมกัน

แนวคิดนี้สะท้อนผ่านคอลเล็กชั่นต่างๆ ของแบรนด์ เริ่มจาก Luna Collection กระเป๋ารุ่นไอคอนิกที่ได้แรงบันดาลใจจากพระจันทร์เสี้ยว โดดเด่นด้วยรูปทรงโค้งมนที่เรียบง่ายเหนือกาลเวลา พร้อมสายสะพายที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 4 รูปแบบ ให้ใช้งานได้ทั้งแบบสะพายไหล่ สะพายข้าง คล้องแขน หรือถือเป็นกระเป๋าถือใบเล็กได้ในใบเดียว

ส่วน Song Collection ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงสร้างของว่าวกระดาษจีน ถ่ายทอดผ่านเส้นสายเรขาคณิตที่ดูเรียบเฉียบแต่แฝงรายละเอียดอันประณีต โครงสร้างที่แข็งแรงและพื้นที่จัดเก็บที่ลงตัว ทำให้คอลเล็กชั่นนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกวัน โดยยังคงความสง่างามแบบร่วมสมัย

สำหรับ Gather Collection ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่คล่องตัวเป็นหลัก ด้วยรูปทรงที่อ่อนนุ่ม น้ำหนักเบา และพื้นที่จัดเก็บที่ยืดหยุ่น ช่วยให้สามารถพกพาสิ่งของจำเป็นได้อย่างเป็นระเบียบ พร้อมปรับเปลี่ยนลุคได้อย่างง่ายดายตลอดทั้งวัน

ขณะที่ Drippy Collection หยิบแรงบันดาลใจจากชายคาสถาปัตยกรรมจีนโบราณมาตีความใหม่ผ่านเส้นโค้งที่ดูพลิ้วไหวและร่วมสมัย รายละเอียดของกระเป๋าสะท้อนความสมดุลระหว่างศิลปะ งานฝีมือ และฟังก์ชันการใช้งาน จนกลายเป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ Songmont ได้อย่างชัดเจน

4. Granny Team

นอกจากงานออกแบบแล้ว อีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้ Songmont แตกต่างจากแบรนด์อื่นคือ Granny Team กลุ่มช่างฝีมือหญิงจากมณฑลซานซี ประเทศจีน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ตั้งแต่กระเป๋าใบแรกที่ถูกตัดเย็บด้วยมือโดยคุณแม่ของ Fu Song ผู้ก่อตั้งแบรนด์ หลังจากเธอไม่สามารถหากระเป๋าที่ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชันและความสวยงามได้ คุณแม่จึงช่วยเปลี่ยนแบบร่างให้กลายเป็นผลงานจริง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Songmont ในเวลาต่อมา

เพื่อสานต่อความฝันของลูกสาว คุณแม่ของ Fu Song ได้รวบรวมช่างฝีมือหญิงจากบ้านเกิดมาร่วมก่อตั้ง Granny Team ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยมากกว่า 65 ปี และล้วนมีประสบการณ์ด้านงานฝีมือมายาวนาน พวกเธอร่วมกันสร้างสรรค์กระเป๋าทุกใบด้วยความละเอียด ประณีต และความภาคภูมิใจในงานฝีมือดั้งเดิม

เมื่อแบรนด์เติบโตขึ้น บทบาทของ Granny Team ก็เปลี่ยนจากการผลิตมาสู่การดูแลและซ่อมแซมกระเป๋า เพื่อยืดอายุการใช้งานและรักษาเสน่ห์ของงานคราฟต์ที่เป็นหัวใจของ Songmont มาตั้งแต่วันแรก พร้อมส่งต่อคุณค่าของความอบอุ่น ความตั้งใจ และมรดกทางวัฒนธรรมผ่านกระเป๋าทุกใบ

5. Retail Craftsmanship

Songmont เชื่อว่าพื้นที่รีเทลควรเป็นมากกว่าสถานที่จัดแสดงสินค้า แต่เป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองและผู้คน แต่ละสาขาจึงได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Site-Specific Design ที่หยิบภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของแต่ละเมืองมาตีความใหม่ผ่านสถาปัตยกรรม วัสดุธรรมชาติ และองค์ประกอบภายในร้าน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้มาเยือนเข้ากับสถานที่นั้นๆ

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านร้านในหลายเมืองของจีน ซึ่งล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากภูเขา ป่าไม้ สายน้ำ และปรัชญาตะวันออก ก่อนจะถูกต่อยอดมาสู่ ป๊อปอัพสโตร์แห่งแรกในประเทศไทย ณ CentralWorld ที่นำแรงบันดาลใจจาก ‘ธูป’ สัญลักษณ์แห่งความศรัทธาในวัฒนธรรมไทย มาผสานเข้ากับแนวคิด Third Space หรือพื้นที่กึ่งกลางระหว่างบ้านและที่ทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย และเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสตัวตนของ Songmont ผ่านพื้นที่ที่ออกแบบขึ้นอย่างมีความหมาย มากกว่าจะเป็นเพียงร้านค้าสำหรับเลือกซื้อสินค้าเท่านั้น

Latest Posts

Don't Miss