เจาะประวัติศาสตร์ OMEGA Speedmaster จากจุดเริ่มต้นความล้ำสมัยของเรือนเวลาสู่ภารกิจดวงจันทร์

OMEGA ได้เฉลิมฉลองเรื่องราวแห่งตำนานของคอลเล็กชั่นนาฬิกา Speedmaster ซึ่งเป็นหนึ่งในไอคอนแห่งเรือนเวลาที่มีวิวัฒนาการทั้งทางด้านงานออกแบบ นวัตกรรมทางเทคนิค และอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1957 ในฐานะนาฬิกาโครโนกราฟอันล้ำสมัย ผ่านแคมเปญ Iconic Since 1957 ที่นำเสนอประวัติศาสตร์หน้าสำคัญ โดยในแคมเปญได้พูดถึงเส้นทางเกือบ 7 ทศวรรษของมรดกสำคัญในการสร้างสรรค์นาฬิกา Speedmaster รวมถึงนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับอวกาศและในฐานะ Moonwatch ตลอดจนวิวัฒนาการด้านงานออกแบบและความเป็นเลิศด้านจักรกล วันนี้แอลเลยอยากพาทุกคนมาเจาะประวัติศาสตร์ของนาฬิการุ่นนี้ตั้งแต่วันเปิดตัวไปจนถึงการเดินทางสู่ดวงจันทร์อย่างประสบความสำเร็จ จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างตามมาสำรวจไปพร้อมกันได้เลย

The Making of an Icon

Speedmaster เปิดตัวครั้งแรกในปี 1957 ในฐานะหนึ่งในสามนาฬิกาตระกูล Professional ของ OMEGA ร่วมกับ Railmaster และ Seamaster โดยถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และนักแข่งรถ ซึ่งความโดดเด่นสำคัญคือการเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ติดตั้งมาตรวัด Tachymeter ไว้บนขอบตัวเรือนแทนบนหน้าปัด หน้าปัดสีดำด้านโดดเด่นท่ามกลางยุคที่นาฬิกาส่วนใหญ่ใช้หน้าปัดสีขาวหรือสีเงิน เข็มทรง Broad Arrow ซึ่งบรรจุสารเรืองแสงเรเดียมช่วยให้อ่านตัวเลขได้ชัดเจนแม้ขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง อีกทั้งยังเลือกใช้กระจก Hesalite ที่ไม่แตกกระจายเมื่อได้รับแรงกระแทก และตัวเรือนยังกันน้ำได้ถึง 6 ATM หรือ 60 เมตร ทั้งหมดนี้ได้สร้างภาพลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Speedmaster ที่ผู้คนจดจำมาจนถึงทุกวันนี้

เริ่มต้นที่สวิตเซอร์แลนด์ก่อนออกเดินทางสู่ดวงจันทร์

เพียง 5 ปี หลังเปิดตัว Speedmaster ก็ได้เดินทางสู่อวกาศ และภายใน 8 ปี NASA ได้พาเรือนเวลานี้เข้าสู่การทดสอบที่เข้มงวดที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งความพิเศษคือ Speedmaster เป็นนาฬิกาเพียงเรือนเดียวที่ผ่านการทดสอบทั้งหมด ก่อนที่ในปีที่ 12 นับจากการเปิดตัว Speedmaster จะก้าวขึ้นสู่ดวงจันทร์ และนับต่อจากนั้น Speedmaster ก็ถูกสวมใส่ในทุกภารกิจสำรวจดวงจันทร์ที่มีมนุษย์เดินทางไป และยังคงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของนักบินอวกาศมาจนถึงปัจจุบัน

OMEGA เรือนแรกในอวกาศ

เดือนตุลาคม ปี 1962 นักบินอวกาศ Wally Schirra สวมใส่ Speedmaster รุ่น CK 2998 ซึ่งเป็นนาฬิกาส่วนตัวของเขา ระหว่างภารกิจ Mercury-Atlas 8 บนยาน Sigma 7 นับเป็น OMEGA เรือนแรกที่เดินทางสู่อวกาศ ซึ่งแม้ว่านาฬิกาเรือนนี้จะไม่ได้รับการเลือกสรรจาก NASA แต่ Schirra ก็ได้เลือกสวมใส่นาฬิกาเรือนนี้ด้วยตัวเขาเอง

ผ่านการรับรองสำหรับภารกิจอวกาศในปี 1965

นอกจากนี้ Speedmaster ยังคงพัฒนาอย่างไม่ต่อเนื่อง ในปี 1964 NASA ได้เริ่มทดสอบนาฬิกาโครโนกราฟหลายรุ่นเพื่อใช้ในภารกิจอวกาศที่มีมนุษย์เดินทาง โดยนาฬิกาทุกเรือนต้องผ่านการทดสอบถึง 11 รายการ ได้แก่ อุณหภูมิสูง อุณหภูมิต่ำ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน สุญญากาศ ความชื้น บรรยากาศออกซิเจนบริสุทธิ์ แรงกระแทก 40 เท่าของแรงโน้มถ่วง การเร่งความเร็ว การลดความดัน ความดันสูง และแรงสั่นสะเทือน ซึ่งมีนาฬิกาเพียงเรือนเดียว ที่ผ่านการทดสอบทั้งหมด นั่นคือ OMEGA Speedmaster และในที่สุด ปี 1965 NASA ก็ได้รับรองให้เป็นนาฬิกาสำหรับทุกภารกิจอวกาศที่มีมนุษย์เดินทางและยังคงเป็นนาฬิกาเรือนเดียวจนถึงปัจจุบัน

ปี 1969 OMEGA ได้กลายมาเป็นนาฬิกาเรือนแรกบนดวงจันทร์

เดือนกรกฎาคม ปี 1969 Buzz Aldrin ก้าวลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์พร้อมสวมใส่ Speedmaster ขณะที่ Neil Armstrong ทิ้งนาฬิกาของตนไว้ภายในยาน Lunar Module เพื่อใช้ทดแทนนาฬิกาจับเวลาของยานที่ขัดข้อง ทำให้ Speedmaster ของ Aldrin กลายเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ถูกสวมใส่บนดวงจันทร์

Apollo 13

เหตุการณ์ถังออกซิเจนของ Apollo 13 ระเบิดในเดือนเมษายน ปี 1970 ลูกเรือได้ใช้ Speedmaster จับเวลาการจุดเครื่องยนต์เป็นเวลา 14 วินาที เพื่อปรับวิถีการเดินทางกลับโลกได้อย่างแม่นยำ จนสามารถพาทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย และต่อมาในปีเดียวกัน NASA ก็ได้มอบรางวัล Silver Snoopy Award ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดด้านความปลอดภัยในการบิน ให้แก่ OMEGA เพื่อยกย่องบทบาทสำคัญของ Speedmaster ในภารกิจประวัติศาสตร์ครั้งนี้อีกด้วย

Latest Posts

Don't Miss