Balenciaga เปิดตัวคอลเล็กชั่นผลงานเดบิวต์ของ Pierpaolo Piccioli ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ พร้อมนับเป็นคอลเล็กชั่นโอต์กูตูร์ลำดับที่ 55 ของเมซง และการเริ่มต้นบทใหม่ของแบรนด์หลังการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากยุคของ Demna สำหรับคอลเล็กชั่นนี้ Pierpaolo Piccioli พา Balenciaga กลับไปสำรวจรากฐานของคำว่ากูตูร์ผ่านงานฝีมือชั้นสูงและซิลูเอตแบบประติมากรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Cristóbal Balenciaga ก่อนเติมลายเซ็นของตัวเองด้วยความพลิ้วไหว โรแมนติก และการใช้สีสันที่โดดเด่น ไล่เรียงจากโทนดำ ขาว และเอิร์ธโทน ไปจนถึงสีสดอย่างชมพูนีออน เขียวไลม์ เหลืองสด ม่วงเข้ม และเทอร์ควอยซ์ สร้างจังหวะของคอลเล็กชั่นที่ทั้งทรงพลังและเปี่ยมด้วยอารมณ์

ไฮไลต์ของรันเวย์อยู่ที่การยกระดับงานเทเลอริ่งให้กลายเป็นงานโอต์กูตูร์ ไม่ว่าจะเป็นแจ็กเก็ต โค้ตโอเวอร์ไซซ์ กางเกงทรงพอง กระโปรงโครงสร้าง และเดรสที่อาศัยเทคนิคการเดรปอย่างประณีต ผสานกับการปักเลื่อม งานฟรินจ์ การใช้วัสดุสามมิติ และรายละเอียดงานฝีมือที่สะท้อนความเชี่ยวชาญของอาเตอลิเยร์ในทุกฝีเข็ม




อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Pierpaolo Piccioli เลือกหยิบผลงานอาร์ไคฟ์ของ Cristóbal Balenciaga กลับมาตีความใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเดรสทรงบับเบิลจากปี 1952, ซิลูเอตทรงโคคูน, โครงไหล่ประติมากรรม, เดรสทรงแซ็ก (Sac Dress), งานปักดอกไม้ งานลูกไม้ ไปจนถึงการใช้ขนนกจากผลงานในช่วงปี 1950-1960 ก่อนนำมาปรับสัดส่วน เทคนิคการตัดเย็บ และวัสดุให้ร่วมสมัย จนเกิดเป็นบทสนทนาระหว่างอดีตและปัจจุบัน โดยไม่ได้คัดลอกต้นฉบับ แต่เป็นการตีความมรดกของเมซงผ่านภาษาการออกแบบของตัวเอง




จะเห็นได้จากหลายลุคบนรันเวย์ที่อ้างอิงผลงานระดับไอคอนของ Cristóbal Balenciaga อย่างชัดเจน ทั้งกระโปรงทรงบับเบิลอันโด่งดังจากปี 1952, แขนเสื้อประติมากรรมจากปี 1961, เดรสทรงแซ็กปี 1958, เดรสโครงสร้างสีดำจากปี 1950, โค้ตมินิมัลปี 1951, งานปักและไล่เฉดสีจากปี 1967 รวมถึงเดรสลูกไม้ปี 1962 ก่อนนำทั้งหมดมาปรับใหม่ด้วยสัดส่วนโอเวอร์ไซซ์ การใช้สี และเทคนิคกูตูร์ร่วมสมัย จนกลายเป็นคอลเล็กชั่นที่ทั้งเคารพประวัติศาสตร์และมองไปสู่อนาคต




คอลเล็กชั่นนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ แต่ยังเป็นการประกาศทิศทางใหม่ของ Balenciaga ที่ให้ความสำคัญกับ craftsmanship, heritage และ emotion พร้อมพิสูจน์ว่า แม้จะเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของเมซง แต่หัวใจของ Cristóbal Balenciaga ยังคงถูกถ่ายทอดผ่านทุกซิลูเอตอย่างสง่างาม และน่าจับตามองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ทำให้ Balenciaga กลับมาสร้างความตื่นเต้นให้โลกโอต์กูตูร์อีกครั้ง





















































