เพราะอะไร? ทำไมหนังซูเปอร์ฮีโร่ผู้หญิงถึงไม่ปังเท่าของฮีโร่ผู้ชาย

“ไหนบอกว่าเพื่อนหญิง พลังหญิง?” ประโยคที่เราเห็นกันแทบทุกครั้งเมื่อผู้หญิงก้าวขึ้นมาเป็นตัวเอก ไม่ว่าจะเป็นการคอมเมนต์ ‘แม่ทำถึง’ กดแชร์โปสเตอร์ หรือการติดแฮชแท็กเชียร์กันสนั่นโซเชียล ราวกับว่านี่คือยุคที่ผู้หญิงพร้อมผลักดันผู้หญิงด้วยกันอย่างเต็มที่ แต่พอไฟในโรงหนังดับลงและบ็อกซ์ออฟฟิศเริ่มนับตัวเลข เรื่องราวกลับไม่สวยเหมือนบนหน้าฟีด

กรณีล่าสุดของ Supergirl ที่เปิดตัวด้วยรายได้ทั่วโลกราว 100 ล้านดอลลาร์ แต่ยังต่ำกว่างบสร้าง ทำให้ประเด็นเดิมๆ ถูกหยิบกลับมาถกอีกครั้งทันที ‘หนังฮีโร่ผู้หญิงขายยากกว่าจริงหรือ?’ หรือ ‘กระแส Girl Power ที่เราเห็นทุกวัน เป็นเพียงกระแสบนโลกออนไลน์เท่านั้น?’ คำถามนี้น่าสนใจ เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน Wonder Woman คือปรากฏการณ์ที่ทำให้ทั้งนักวิจารณ์และผู้ชมยืนปรบมือ ขณะที่ Captain Marvel ก็ทำรายได้ทะลุพันล้านดอลลาร์ทั่วโลก ทั้งสองเรื่องพิสูจน์แล้วว่าผู้ชมไม่ได้ปฏิเสธฮีโร่ผู้หญิงตั้งแต่แรก ตรงกันข้าม หากหนังดี สนุก และมีตัวละครที่น่าเอาใจช่วย คนดูก็พร้อมซื้อตั๋วเหมือนกับหนังเรื่องอื่น ดังนั้น หากจะบอกว่าหนังฮีโร่ผู้หญิง ‘ขายไม่ได้’ ก็คงเป็นข้อสรุปที่ง่ายเกินไป

ที่น่าสนใจกว่าคือ ทุกครั้งที่หนังฮีโร่ผู้หญิงทำเงินไม่เข้าเป้า เรามักเห็นประโยคประมาณว่า ‘ผู้หญิงไม่ซัพพอร์ตผู้หญิง’ ลอยมาเต็มไทม์ไลน์ แต่แปลกดีเหมือนกัน เวลาหนังฮีโร่ผู้ชายรายได้ไม่เข้าเป้า เราแทบไม่เคยได้ยินใครพูดว่า ‘ผู้ชายไม่ซัพพอร์ตผู้ชาย’ เลย ทำไมมาตรฐานถึงต่างกัน? หรือเพราะเรายังคาดหวังให้หนังที่นำโดยผู้หญิงต้องแบกรับภาระมากกว่าการเป็น ‘หนังสนุกหนึ่งเรื่อง’

ฮีโร่หญิงทุกคนดูเหมือนจะต้องพิสูจน์หลายอย่างพร้อมกัน ต้องพิสูจน์ว่าผู้หญิงแบกแฟรนไชส์ได้ ต้องพิสูจน์ว่าหนังแอ็กชั่นที่มีผู้หญิงเป็นศูนย์กลางขายได้ และบางครั้งยังต้องเป็นตัวแทนของความเท่าเทียมทั้งวงการอีกด้วย ความกดดันที่ตัวละครชายไม่ค่อยถูกคาดหวังให้แบก ในขณะที่ฝั่งฮีโร่ชายกลับมีโอกาส ‘เริ่มใหม่’ อยู่เสมอ Batman เปลี่ยนนักแสดงมาหลายคน Superman รีบูตมาหลายยุค Spider-Man เริ่มต้นใหม่ถึงสามครั้ง และ Fantastic Four แม้จะล้มเหลวมาหลายเวอร์ชั่นก็ยังได้รับโอกาสอีกครั้ง ไม่มีใครบอกว่า ‘เลิกสร้างเถอะ ผู้ชายขายไม่ได้’

บางทีสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจไม่ใช่ปัญหาของฮีโร่ผู้หญิง แต่เป็นปัญหาของหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั้งอุตสาหกรรมมากกว่า เพราะหลังยุคทองของจักรวาล Marvel ผู้ชมเริ่มเลือกมากขึ้น การดูหนังในโรงกลายเป็นการตัดสินใจที่ต้องคิดมากกว่าเดิมเพราะในยุคกลับมีสิ่งที่เรียกว่าสตรีมมิ่งที่ยิ่งมาทำให้คนดูยากที่จะตัดสินใจดูหนังในโรงภาพยนตร์เพราะต่างให้มันรอเข้าสตรีมมิ่งแทน หนังหลายเรื่องที่นำโดยผู้ชายเองก็ทำรายได้ต่ำกว่าคาด ไม่ว่าจะเป็น The Flash, Blue Beetle, Shazam! Fury of the Gods หรือ Ant-Man and the Wasp: Quantumania แสดงให้เห็นว่า ‘ผ้าคลุม’ เพียงอย่างเดียว ไม่ได้การันตีรายได้อีกต่อไป เพราะเมื่อหนังฮีโร่ผู้ชายล้มเหลว เรามักพูดว่า ‘เดี๋ยวภาคหน้าก็คงดีขึ้น’ แต่เมื่อหนังฮีโร่ผู้หญิงสะดุดเพียงครั้งเดียว เรากลับรีบตั้งคำถามว่า ‘หรือฮีโร่ผู้หญิงจะไปไม่รอด’ บางที…คำถามที่เราควรถามอาจคือ ‘เรากำลังให้โอกาสฮีโร่ผู้หญิงได้ล้มเหลวและเติบโต เท่ากับที่เราเคยให้ฮีโร่ผู้ชายหรือยัง?’

Latest Posts

Don't Miss