Skin Longevity Compass แนวทางการดูแลผิวเพื่อความอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืนของ Dior Beauty

เชื่อว่าแนวคิด ‘Longevity’ หรือการดูแลความอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืนนั้น เป็นหัวข้อด้านความงามที่เป็นที่พูดถึงกันมากที่สุดในวงการและอุตสาหกรรมความงามอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการตื่นตัวของทั้งฝั่งผู้บริโภคและแบรนด์ความงามต่างๆ ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และความรู้ พร้อมปรับมุมมองเกี่ยวกับความเข้าใจในเรื่องของความอ่อนเยาว์ให้เป็นปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ไม่เว้นแม้แต่หนึ่งแบรนด์ความงามแถวหน้า เช่น Dior Beauty ที่ยกระดับวิสัยทัศน์ในการพัฒนาสกินแคร์เพื่อตอบโจทย์การสร้างความอ่อนเยาว์ให้กับผิวที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น จนได้แนวทางในการบำรุงผิวใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ ที่ผสานไว้ด้วย นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และสุนทรียศาสตร์ในการประทินผิว

Reverse Aging คือมุมมองด้านความอ่อนเยาว์ของผิวที่ Dior Beauty ยึดถือ ผ่านการวิจัยและการศึกษาของเหล่าสมาชิกใน ‘Reverse Aging Board’ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าที่ทางแบรนด์ก่อตั้งขึ้นในปี 2023 ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เปลี่ยมุมมองของผิวที่อ่อนเยาว์อย่างยั่งยืนไปอย่างสิ้นเชิง สู่มุมมองในการยืดอายุความอ่อนเยาว์ให้ยั่งยืน แทนที่การรักษาที่ปลายเหตุเมื่อมีอายุที่มากขึ้น ผิวไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แต่พิสูจน์แล้วว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของอายุทางชีวภาพ ซึ่งงานวิจัยนี้ได้รับการยืนยันผ่านการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Aging และร่วมเรียบเรียงโดย Reverse Aging Board และ LVMH Recherche งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าผิวไม่ได้เป็นเพียงภาพสะท้อนของกาลเวลา หากแต่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในฐานะตัวชี้วัดสภาวะโดยรวมของร่างกาย เช่น การเสื่อมของสเต็มเซลล์ ความผิดปกติของไมโทคอนเดรีย และการอักเสบภายในผิว ผ่านการวิจัยในะระดับเซลล์ชั้นลึกของผิว

ทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่แนวคิดและตัวชี้วัดใหม่อย่าง ‘Skin Longevity Compass’ ที่พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ด้านศาสตร์ผิวพรรณกว่า 50 ปีของ LVMH Recherche และความร่วมมือกับ Vadim Gladyshev ศาสตราจารย์จาก Brigham Women’s Hospital และหนึ่งในสมาชิก Reverse Aging Board สร้างตัวชี้วัดที่สามารถบอกและอธิบายทิศทางทางชีวภาพ 15 ประการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย ในระดับโมเลกุลเซลล์และเนื้อเยื่อ ผ่านการวิเคราะห์ผิวมนุษย์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอย่าง AI จนสามารถบ่งชี้และหาสาเหตุที่ผิวหน้าสูญเสียความอ่อนเยาว์ไปได้อย่างแม่นยำเป็นพิเศษ เพื่อนำมาปรับใช้กับผิวของคนในยุคปัจจุบันได้อย่างแท้จริง

Skin Longevity Compass ชี้ให้เห็นว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อการสูญเสียความอ่อนเยาว์ของผิว เริ่มต้นด้วย Circadian Rhythms หรือนาฬิกาชีวภาพที่เป็นกลไกควบคุมและประสานการทำงานทางชีวภาพของร่างกาย โดยดำเนินไปตามวัฏจักรภายในตามธรรมชาติราว 24 ชั่วโมง ซึ่งถูกกำหนดโดย clock genes การพักผ่อนน้อยหรือไม่เป็นเวลาส่งผลให้เกิดความไม่เสถียรของการแสดงออกของ clock genes จำนวน 7 ชนิด ส่งผลกระทบต่อความร่วงโรยของเซลล์ผิวทั้งในชั้น dermis และ epidermis ต่อมาคือ Oxidative Stress หรือ ภาวะเครียดจากออกซิเดชั่น ที่มาจากสภาวะความเครียดจากปัจจัยภายนอกร่างกาย Dior พบว่าเมื่ออายุมากขึ้น เซลล์ผิวจะแสดงสารต้านอนุมูลอิสระลดลง โดยพบว่ายีนสำคัญ 8 ชนิดที่มีบทบาทในการรักษาสมดุลถูกรบกวน ส่งผลให้กลไกการปกป้องที่จำเป็นต่อความอ่อนเยาว์ของผิวเกิดความไม่สม่ำเสมอ และสุดท้ายคือ Dermal Matrix หรือรากฐานแห่งความอ่อนเยาว์ของผิวซึ่งอยู่ในผิวชั้นลึก ก่อเป็นโครงสร้างที่โอบอุ้มและรองรับองค์ประกอบและการทำงานของเซลล์ผิว อาทิ collagen และ elastic fibers ซึ่งจะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลาเมื่ออายุมากขึ้น โดย Dior นั้นได้นำผลวิจัยนี้ไปพัฒนา 3 คอลเล็กชั่นสกินแคร์ที่โดดเด่นของแบรนด์ ที่มาพร้อมนวัตกรรมและส่วนผสมที่ช่วยตอบโจทย์การรักษาความอ่อนเยาว์ของผิวให้ยั่งยืนในหลากหลายมิติ

Dior Capture OX-C Treatment

คอลเล็กชั่นสกินแคร์ที่โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์ด้วยแพ็กเกจจิ้งสีเงิน มาพร้อมกับเทคโนโลยี OX-C Treatment ที่เกิดจากการสำรวจองค์ความรู้จากเวชศาสตร์ฟื้นฟูและความร่วมมือกับศาสตราจารย์ Knut Woltjen หนึ่งในสมาชิก Dior Reverse Aging Board ในการศึกษาการทำงานของกลไกระดับลึกและการใช้พลังงานภายในผิว นวัตกรรมนี้ช่วยส่งเสริมการประสิทธิภาพการทำงานของผิวผ่านการลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่ผิวที่มีประสิทธิภาพ ให้เซลล์ผิวได้รับพลังงานในการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพและยั่งยืน ช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับขึ้น ดูอิ่มเอิบ เรียบเนียน และเปล่งประกายยิ่งขึ้น กับผลิตภัณฑ์ดาวเด่นอย่าง Dior Capture Le Sérum และ La Crème

Dior Prestige

คอลเล็กชั่นสกินแคร์ที่มีกุหลาบ Rose de Granville เป็นหัวใจสำคัญ ช่วยฟื้นบำรุงสัญญาณแห่งวัยที่มองเห็นได้โดดเด่นด้วยสารสกัดอย่าง Rosapeptide™ ที่ได้มาจากกุหลาบสายพันธุ์พิเศษของดิออร์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสกินแคร์โดยเฉพาะ ช่วยให้ผิวดูอิ่มเอิบและรู้สึกมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างเต็มที่ ผลที่ได้คือผลิตภัณฑ์ La Micro-Huile de Rose และ La Crème ที่พร้อมมอบประสิทธิภาพอันน่าประทับใจและสัมผัสที่น่ารื่นรมย์

L ’Or de Vie

ปิดท้ายด้วยคอลเล็กชั่นสกินแคร์ชั้นสูงของ Dior Beauty ที่โดดเด่นด้วยการรังสรรค์ส่วนผสมและเทคโนโลยีอย่างประณีต ผ่านผลผลิตจากจากไร่องุ่นในตำนานอย่าง Château d’Yquem ที่มีประวัติยาวนานหลายศตวรรษ Dior Science ได้สกัดสารเข้มข้นพิเศษสองชนิดจากองุ่นของไร่อันเลื่องชื่อ ผ่านกระบวนการอันละเอียดอ่อนที่ต้องพึ่งพาปัจจัยต่างๆ ทั้งทางธรรมชาติและความเชี่ยวชาญ เพื่อรังสรรค์ Golden Drop Life Technology™ เทคโนโลยีทำงานกับในหลากหลายมิติ ทั้งช่วยระบบปกป้องระดับลึก ช่วยรับมือ ลดผลกระทบ และขจัดความเสียหายจากปัจจัยความเครียดภายนอกที่เกิดขึ้นจากภายใน และช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงตามวัยในระดับชีวภาพ

นี่ถือเป็นการตอกย้ำความจริงจังในการก้าวไปข้างหน้าเพื่อสร้างผลลัพธ์ของผิวหน้าที่ยั่งยืนของอีกหนึ่งแบรนด์ความงามแถวหน้าที่น่าจับตามอง และเราเชื่อว่าการพัฒนาในครั้งนี้จะไม่ได้หยุเพียงเท่านี้ แต่จะยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับการค้นพบใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และยืดอายุความอ่อนเยาว์ของเซลล์ผิวได้อย่างสวยงาม ปลอดภัย และยั่งยืน

Latest Posts

Don't Miss