7 เหตุผลที่คุณควรดื่มมัทฉะทุกวัน เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อดูแลตัวเองจากภายใน

นาทีนี้เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงตกหลุมรักเครื่องดื่มสุดฮิตอย่าง ‘มัทฉะ’ ไม่ว่าจะเป็นมัทฉะลาเต้ มัทฉะเพียว หรือเมนูเครื่องดื่มที่หยิบมัทฉะมาเป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงรสชาตินุ่มละมุนและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์กันมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่าแก้วมัทฉะที่คุณดื่มอยู่ทุกวันนั้น แอบซ่อนประโยชน์ต่อสุขภาพไว้เพียบ วันนี้เราจึงขอรวม 7 เหตุผลดีๆ ที่จะทำให้คุณรักมัทฉะมากกว่าเดิม

อ่านเพิ่มเติม: เปลี่ยนกาแฟเป็นมัทฉะในตอนเช้า สุขภาพดีขึ้นจริงหรือแค่เทรนด์?

1. มัทฉะช่วยให้คุณตื่นตัว

เนื่องจากมัทฉะมีความเข้มข้นกว่าชาเขียวทั่วไป จึงมีคาเฟอีนมากกว่าถึง 3 เท่า เกือบเท่ากับกาแฟหนึ่งแก้วเลยทีเดียว มัทฉะมีกรดอะมิโนที่ชื่อว่า L-theanine ซึ่งช่วยให้คาเฟอีนดูดซึมช้าลง ให้พลังงานอย่างช้าๆ แต่ยาวนาน ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน 6-8 ชั่วโมง คุณจะได้รับพลังงานแบบเนิบๆ แต่สม่ำเสมอ ทำให้ไม่มีอาการวูบหรือหมดแรงในระหว่างวัน

2. มัทฉะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ (แต่ไม่มากและไม่นาน)

มีงานวิจัยขนาดเล็กบางชิ้นพบว่าการดื่มชาเขียวที่มีคาเฟอีนวันละประมาณ 4 แก้ว อาจช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้เล็กน้อย ทั้งคาเฟอีนและสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคทีชิน (catechins) แต่คุณอาจเห็นผลไม่ชัดเจน เว้นแต่จะดื่มมัทฉะตลอดทั้งวัน และปัจจัยด้านพันธุกรรมก็มีผลต่อประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน แต่วิธีที่แน่ชัดที่สุดที่มัทฉะช่วยการเผาผลาญได้นั้น คือช่วยให้คุณตื่นตัวแล้วไปออกกำลังกาย

3. มัทฉะช่วยในการลดน้ำหนัก

ถ้าคุณดื่มน้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่ให้หวานเป็นประจำทุกวัน ลองเปลี่ยนมาดื่มมัทฉะไม่ใส่น้ำตาลหรือเพียวมัทฉะ รับรองว่าสามารถช่วยได้อย่างแน่นอน การเปลี่ยนมาดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีความหวานไม่มีแคลอรี่จึงดีกว่าเสมอ แต่ถ้าคุณดื่มน้ำเปล่า น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล กาแฟไม่หวาน หรือชาไม่หวานอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนมาเป็นมัทฉะอย่างเดียวอาจไม่พอให้ลดน้ำหนักได้

4. มัทฉะดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด

ตราบใดที่คุณดื่มมัทฉะไม่หวาน ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ระวังให้ดีเพราะมัทฉะมักไปโผล่ในเครื่องดื่มหรือเมนูที่มีความน้ำหวาน รวมถึงไขมันอิ่มตัว) เช่น โยเกิร์ต ไอศกรีม ซอสพาสต้า น้ำสลัด ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งแล้วตกฮวบ ดังนั้นควรอ่านฉลากส่วนผสมและตรวจหาน้ำตาลแฝงในเครื่องดื่มหรือเมนูอาหารอยู่เสมอ

5. มัทฉะอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง

สารต้านอนุมูลอิสระในมัทฉะและพืชชนิดอื่นได้รับความสนใจว่ามีคุณสมบัติช่วยต้านมะเร็ง แต่การดื่มมัทฉะมากๆ ไม่สามารถลบล้างพฤติกรรมการกินที่ไม่ดีของคุณได้ แต่การเสริมมัทฉะเพิ่มเติมในอาหารที่อุดมด้วยผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และพืชตระกูลถั่ว จะช่วยลดความเสี่ยงได้ดีกว่า

6. มัทฉะอาจลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

จากงานวิจัยพบว่าผู้ที่ดื่มชาไม่หวานเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นชาชนิดใดก็ตาม มีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าเมื่อมีอายุมากขึ้น อีกทั้งการดื่มชาหรือมัทฉะแทนเครื่องดื่มที่มีความหวานยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังอื่นๆ อย่าง โรคอ้วนได้อีกด้วย

7. มัทฉะช่วยชะลอความชรา

มัทฉะนอกจากจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญแล้ว สารต้านอนุมูลอิสระอย่าง แคทีชิน ก็ยังสามารถช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในเซลล์ ป้องกันการทำลายเนื้อเยื่อผิว แต่ถ้าคุณหวังว่าเพียงแค่ดื่มมัทฉะจะช่วยป้องกันความแก่ได้ 100% คุณคิดผิด เพราะมีอีกหลายปัจจัยที่สามารถทำให้เราแก่ลง แนะนำให้ป้องกันผิวจากแสงแดดอย่างถูกวิธี เป็นทางเลือกในการป้องกันความแก่ และเป็นสิ่งที่สามารถเห็นผลได้มากที่สุด

Source: ELLE UK

Latest Posts

Don't Miss