Self-love หรือ Self-pressure เรารักตัวเองจริง หรือแค่บอกตัวเองให้ต้องรัก?

เรารักตัวเองจริง หรือแค่บอกตัวเองให้ต้องรัก? “รักตัวเองก่อน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น” “เราต้องมั่นใจในรูปร่างของเรา” “อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับใคร เพราะเราดีที่สุดในแบบของเรา” คำพูดเหล่านี้ฟังดูดี เป็นพลังบวก และดูเหมือนจะช่วยให้เรารู้สึกโอเคขึ้นในวันที่เปราะบาง แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็อาจเป็นเหมือนบทสวดที่เราถูกบังคับให้ต้องท่องอยู่ทุกวัน จนลืมตั้งคำถามว่า เราเชื่อมันจริงๆ ไหม? ความรักตัวเองไม่ควรต้องมาพร้อมรอยยิ้ม หรือรูปร่างเป๊ะในชุดออกกำลังกายเสมอไป บางคนอาจรักตัวเองด้วยการตั้งเป้าไปวิ่งทุกเช้า แต่อีกหลายคนอาจรักตัวเองด้วยการนั่งนิ่งๆ ไม่ทำอะไรเลย และนั่นก็ไม่ผิด เพราะ Self-love ไม่ได้มีสูตรสำเร็จ

Self-love pressure เมื่อการรักตัวเองกลายเป็นภาระที่ต้องทำให้ได้

ยุคนี้การรักตัวเองกลายเป็นคีย์เวิร์ดที่ทุกคนพูดถึงจนแทบจะกลายเป็นเช็คลิสต์ชีวิตอีกข้อหนึ่ง แต่ยิ่งมีภาพของ ‘ความมั่นใจ’ และ ‘ความแฮปปี้’ ปรากฏอยู่ในโซเชียลมากเท่าไหร่ เราก็อาจเริ่มรู้สึกว่าเราทำได้ไม่ดีพอ โดยเฉพาะเมื่อเห็นคนดังที่พูดเรื่อง self-love ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เช่น Lizzo ศิลปินสาวที่เป็นกระบอกเสียงด้าน body positivity และ self-love คนสำคัญแห่งยุค Lizzo กล้าพูดเรื่องรูปร่าง น้ำหนัก สีผิว และความมั่นใจในแบบที่ไม่ต้องขอโทษใคร เธอสอนให้เรารู้ว่า ‘การรักตัวเองไม่ใช่แค่การชื่นชม แต่คือการยืนหยัดในความเป็นตัวเองโดยไม่ลดทอนคุณค่าตัวเองให้ใคร’ แต่แม้กระทั่งคนดังเหล่านี้ก็ยังพูดอยู่เสมอว่า การรักตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่จำเป็นต้องทำให้ได้ทุกวัน การเห็นตัวเองมีคุณค่าคือกระบวนการ ไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องรีบไปถึง

หรือจะเป็น Emma Watson นักแสดงและนักเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ Emma มักพูดเรื่อง feminism ที่รวมถึง self-worth และ self-respect โดยเฉพาะกับผู้หญิง เธอสนับสนุนให้ผู้หญิง ‘ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่าเรามีคุณค่า แต่ให้เรากำหนดคุณค่าของตัวเองได้เลย’ แต่แม้กระทั่งคนดังเหล่านี้ก็ยังพูดอยู่เสมอว่า การรักตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่จำเป็นต้องทำให้ได้ทุกวัน การเห็นตัวเองมีคุณค่าคือกระบวนการ ไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องรีบไปถึง

ตั้งคำถามกับตัวเอง

ไม่มีสูตรใดที่บอกได้ว่าความรักตัวเองที่แท้จริงคืออะไร แต่ถ้าเราเริ่มรู้สึกว่า เราไม่จำเป็นต้องพยายามเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของการรักตัวเองที่แท้จริง เราลองตั้งคำถามกับตัวเองอย่าง วันนี้ฉันรู้สึกอะไรจริงๆ โดยไม่ต้องคิดคำตอบออกมาให้ดูดี? ฉันกำลังเอาความคาดหวังของใครมาวางไว้บนตัวเองหรือเปล่า? ถ้าฉันเป็นเพื่อนของตัวเอง ฉันจะปลอบใจยังไง?

เราไม่จำเป็นต้องรักตัวเองให้ได้ทันที บางครั้งการไม่รักตัวเองก็ไม่ได้หมายความว่าเราแย่ หรืออ่อนแอ มันอาจเป็นเพียงจังหวะหนึ่งของชีวิตที่เรา ‘ซื่อสัตย์’ กับตัวเองมากกว่าที่เคย และในความเงียบ ความเปราะบาง หรือความลังเลนั้นเอง ที่เราอาจเริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้นทีละนิด เพราะการรักตัวเองไม่ใช่การประกาศออกสื่อ แต่มันคือการเงี่ยหูฟังเสียงในใจ การจะมีความสุขกับตัวเองในทุกช่วงวัยของชีวิตไม่ใช่สิ่งที่ต้อง ‘ทำให้ได้’ เพื่อให้สมบูรณ์ บางวันเราอาจไม่มั่นใจ บางวันเราอาจอยากอยู่เงียบๆ และบางวันเราก็อาจรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นตัวเองในแบบที่เราเป็น

Self-love ที่ไม่หลอกตัวเองคือการยอมในสิ่งที่เป็น

ความรักตัวเองที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องเป็นความรู้สึกบวกเสมอไป มันไม่ต้องสดใส ไม่ต้องมั่นใจ และไม่ต้องสวยในแบบของเราทุกวัน แต่คือการอยู่กับตัวเองในทุกอารมณ์ ไม่ตัดสิน ไม่เร่ง ไม่บังคับ มันอาจเริ่มจากการยอมรับว่า ‘วันนี้ฉันไม่โอเค’ ยอมให้ตัวเองได้รู้สึกไม่มั่นใจบ้าง ไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลา หรือแค่บอกตัวเองเบาๆ ว่า ‘ไม่เป็นไรนะ’ ในวันที่ใจมันอ่อนล้า

สุดท้ายเเล้วการรักตัวเองไม่ใช่การยืนต่อหน้ากระจกแล้วยิ้มให้ตัวเอง แต่คือการกล้าบอกตัวเองว่า ‘วันนี้เราไม่โอเคและนั่นก็ไม่เป็นไรเลย’ เราไม่ต้องรักตัวเองให้ได้ทุกวัน เราไม่จำเป็นต้องเก่ง มั่นใจ หรือมีรอยยิ้มเป๊ะเหมือนในฟีด แค่ไม่ลงโทษตัวเองในวันที่ยังไม่กล้ารัก ก็ถือว่าคุณมาถูกทางแล้ว และถ้าวันนี้คุณยังรู้สึกว่า เรายังไม่ดีพอ อย่าเพิ่งรีบหาวิธีเปลี่ยนแปลงตัวเอง ลองหันมาถามกลับเบาๆ ว่า ‘ดีพอสำหรับใคร?’ เพราะบางทีคนที่เรากลัวจะไม่รักเราที่สุด อาจเป็นตัวเราเองนั่นแหละ

Latest Posts

Don't Miss