ถ้าพูดถึงรายการแข่งเต้นสุดฮิตในช่วงนี้ก็ต้องนึกถึงรายการดังจาก Mnet อย่าง Street Woman Fighter (2021) เซอร์ไววัลโชว์ของ Mnet ที่รวมตัวจอมยุทธ์สายเต้นทั่วเกาหลีใต้มาประลองกันด้วยสเตปผสมดราม่าซึ่งทำให้รายการดังระเบิดช่วงโควิด และเมื่อปลดล็อกดาวน์ นักเต้นได้กลายเป็นไอดอลรูปแบบใหม่ที่พา K-Dance ของเกาหลีไปขายได้ทั่วโลก จนต่อยอดเป็นซีซั่นต่างๆ และรายการสปินออฟตามมา ทั้ง Street Man Fighter รวมดาวสายเต้นผู้ชาย และ Street Dance Girls Fighter รายการปั้นดาวเต้นจากรั้วโรงเรียน และแล้วในปีนี้ก็เป็นคิวของ World Street Woman Fighter แต่ถ้าหากคุณยังไม่เคยดู หรือโดนตกเข้าแล้วก็สำเริงสำราญได้กับ 5 โมเมนต์ที่ทำถึง ทำเกินไปมากจาก WSWF กันได้เลย!

ซึ่ง World Street Woman Fighter ที่ชวนนักเต้นมาประลองสเตปในสเกลใหญ่กว่าเดิม อินเตอร์กว่าเก่ากับ 6 ทีมจาก 5 ชาติ ได้แก่ AG Squad ทีมจากออสเตรเลีย อดีตนักเต้นของ Royal Family ที่เคยร่วมงานกับเบอร์ใหญ่อย่าง Rihanna และ JLO, Royal Family ทีมจากนิวซีแลนด์ เจนใหม่ของนักเต้นทีมดังของ Parris Goebel, Motiv ทีมจากอเมริกาที่ขึ้นชื่อในกรูฟแบบโอลด์สกูลฮิปฮอปและความเป็นทีมที่รวมตัวกันเหนียวแน่นมาถึง 9 ปี, RH Tokyo ทีมจากโตเกียว นำโดย Rie Hata ที่ออกแบบท่าเต้นให้ศิลปินเคป๊อปมากมาย อาทิ GD, BTS และ NCT, Ojo Gang ทีมจากโอซาก้าที่ดึงนักเต้นสตรีตแดนซ์และมือโปรในสังเวียนแบตเทิลมารวมตัวเฉพาะกิจเพื่อรายการนี้ และ BUMSUP ทีมเกาหลีที่รวมลีดเดอร์ของทั้ง 7 ทีมในซีซั่น 1 ซึ่งแต่ละนางล้วนได้ดิบได้ดีดังเป็นซุป’ตาร์
มาทวนโมเมนต์น่าจดจำในรายกา่รกันดีกว่าว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
#1 Vulnerability Takes Courage
ลีดเดอร์ของแต่ละทีมแบกรับความรู้สึกรับผิดไว้เต็มบ่า (ความรับผิดชอบมักโยนให้ลูกทีม) มากกว่าซีซั่นก่อนๆ เพราะพวกเธอเปรียบดังตัวแทนทีมชาติในศึกการเต้นครั้งนี้ แต่ผู้นำที่ดีย่อมรู้ดีว่า ความกล้าแสดงความเปราะบางในตัวเองและการยอมรับในสิ่งที่ตนควบคุมไม่ได้คือหนทางแห่งการเติบโตไปเป็นเวอร์ชั่นที่ดีกว่าของตัวเองและทีม
ดังเช่นที่ฮันนีเจ ลีดเดอร์ของ BUMSUP แม่ทีมเกาหลีเพิ่งรู้ขีดจำกัดของตัวเองเมื่อต้องทำภารกิจเต้นกับลีดเดอร์อีก 5 ทีมโดยที่เธอพูดภาษาอังกฤษไม่ได้อยู่คนเดียว อยากจะถามว่าท่านี้ทำอย่างไร เต้นแบบนี้ถูกไหมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร กลายเป็นว่ามารดาแห่งการเต้นฮิปฮอปในเกาหลีตามหลังคนอื่น และถูกเลือกให้เป็นนักเต้นยอดแย่ซึ่งทำให้ทีมเกาหลีเสียคะแนน “ฉันเกลียดรายการบ้านี่!” ฮันนีเจร้องไห้โฮกับเพื่อนร่วมทีม “มันทำให้ฉันดูเป็นคนโง่” แต่เมื่อเธอยอมรับว่าตนเหมือนปลาใหญ่ในบ่อเล็กๆ ที่เรียกว่าเกาหลี และไม่เทคความพ่ายแพ้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว จึงทำให้เธอพลิกสถานการณ์จาก Loser ไปเป็นวีรสตรีแห่งชาติในเวลาต่อมา
#2 DNA Nation
ภารกิจที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ของรายการคือ Mega Crew Mission ซึ่งต้องใช้นักเต้นหลายสิบชีวิต อารมณ์เหมือนเต้นเปิดกีฬาสีโรงเรียน โดยครั้งนี้มีโจทย์กำกับว่าให้แต่ละทีมกลับไปถ่ายทำที่ประเทศตนเอง ออกแบบการเต้นที่นำเสนออัตลักษณ์ของชาติ และต้องมีเซกชั่นหนึ่งที่เป็นมุมมองพระเจ้า (ถ่ายจากด้านบนลงมา)
AG Squad นำเสนอ ‘OUTBACK’ เผยธรรมชาติอันรุ่มรวยด้วยป่าเขาเนาทะเล (และงู!) กับท่าเต้นอันแข็งแกร่งของผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมในออสเตรเลีย โดยแทรกการแปรขบวนเป็นตัวย่อ AG ในเซกชั่นสายตาพระเจ้า
RH Tokyo กับผลงาน ‘SPLENDID! TOKYO!’ พานักเต้นไปแดนซ์กับผู้คนในซีนท้องถิ่นอันคุ้นเคยของโตเกียวในยุค 90s จนถึงปี 2025 ทั้งโรงยิม ตลาด สถานีรถไฟใต้ดิน และในเซกชั่นมุมบนไม่พลาดต้องไปเต้นกลางสี่แยกไฟแดงในย่านชิบูยะ
Ojo Gang มาใน ‘OSAKA Ojo-damashii (Princess spirit)’ แปลงร่าง Ojo (เจ้าหญิง) แห่งโอซาก้าเป็นพาวเวอร์เรนเจอร์ออกมาเต้นรัวแท่งไฟสีนีออนในจังหวะเร้าใจของเพลงคลาสสิก Four Seasons ของ Vivaldi สร้างซีนไซเบอร์พังก์สไตล์หนัง Blade Runner ผสม Ghost in the Shell (ต้องเวอร์ชั่นอนิเมะญี่ปุ่น ไม่ใช่เวอร์ชั่นคนแสดงของฮอลลีวูด) แถมยังได้ TWICE มาร่วมแจม ด้วยเป็นวงเคป๊อปสุดดังในญี่ปุ่นและ Hana เมมเบอร์ของโอโจเป็นพี่สาวของ Momo TWICE
Motiv ชูคอนเซ็ปต์ ‘We The People’ ที่ช่างเข้ากับสถานการณ์โลกและอเมริกาในเวลานี้ เมื่อแบ่งนักเต้นออกเป็นสีแดงและน้ำเงินมาเปิดวอร์ใส่กัน โดยมีนักเต้นชุดขาวหันมองสีนั้นที สีนี้ที สุดท้ายประชาชนขออยู่แบบสันติ ไม่เอาสงครามจะได้ไหม ไฮไลต์คือได้ Miyu ฮิปฮอปเกิร์ลชาวอินโดนีเซียวัย 11 ปีมาร่วมแจมและ Marlee ลีดเดอร์ของทีมตัดต่อเองด้วย! จะเก่งไปไหน เรียกเสียงชื่นชมว่าเป็น performance สุดอาร์ตอย่างกับดูเอ็มวีของ Kendrick Lamar
#3 Revenge Served Cold
ใครจะช่างแก้แค้นได้เท่าเกาหลี (ดูหนังและซีรีส์แต่ละเรื่องซิ!) ในมิชชั่น Mega Crew ปรากฏว่า BUMSUP ทีมโหล่โผล่มาในเงื้อมเงายมทูตสวมหมวกคัด (Gat) พยายามนำวิญญาณของหญิงสาว (นักแสดงโนยุนซอจาก Crash Course in Romance และ Our Blues) ไปพิพากษาต่อหน้าบัลลังก์ของ ‘ยอมรา’ ราชันย์แห่งยมโลก ขณะที่หญิงสาวพยายามตื่นจากฝันร้ายนี้ หากเหล่ายมทูตฉุดรั้งเธอไว้ ก่อเกิดเซกชั่นมุมบนที่เหล่ายมทูตแปรแถวถ่ายทอดความเป็นทวิลักษณ์ของสรรพสิ่ง การตื่นกับการหลับ การดับกับการอยู่ ความอลหม่านกับความเป็นระเบียบ ไปจนถึงหยินกับหยางซึ่งเป็นโมทีฟบน ‘แทกึกกี’ ธงชาติเกาหลีใต้ด้วยเช่นกัน
ครั้นแล้ว Bada Lee ลีดเดอร์ของทีม BEBE ผู้ชนะของ Street Woman Fighter ซีซั่น 2 จำแลงร่างเป็น ‘โทแกบี’ ภูตเจ้าเล่ห์ตัวป่วนรำพัดสะบัดตามจังหวะร็อกเร้าใจ ขณะที่ Lip J ราชินีการเต้น Waacking เมมเบอร์ของ BUMSUP รับบทเป็น ‘มูดัง’ หรือคนทรงที่พยายามสื่อสารกับวิญญาณของหญิงสาว ท่ามกลางเหล่าลีดเดอร์ในร่างยมทูตล้อมวงเต้นไปกับเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้าน ทั้งกลองจังกู กลองพุก และฆ้องเคว็งคาริ
หญิงสาวตื่นจากฝันร้าย…หรือไม่ เธอหนีพ้นเหล่ายมทูตได้แล้วจริงหรือ กลายเป็นซีนจบที่ทำเอาใครที่ได้ดูต้องหวีด
แม่ผึ้งฮันนีเจต้องแค้นเบอร์ไหนถึงได้ออกแบบการแสดงทรงพลังได้ขนาดนี้ เพราะเป็น 3 นาทีที่ไม่ใช้เพลง แต่ใช้ซาวนด์ผสมดนตรีพื้นบ้านกับท่าเต้น creepy สไตล์ผีเกาหลีจนโกย 10 ล้านวิวได้ใน 3 วัน
ถ้าเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกอีกรอบ รัฐบาลควรเรียกแม่ผึ้งให้ไปกำกับพิธีเปิด นางจะสร้างตำนานอีกครั้งแน่นอน
#4 Kyoka Fever
WSWF เหมือนงานเลี้ยงรุ่นของสาวเฟียสทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Kaea ลีดเดอร์ผมสีเพลิงของ AG Squad ที่แค่ยืนเฉยๆ ก็แผ่ออร่าน่าสะพรึง, Logistx บีเกิร์ลทีมชาติสหรัฐของทีม Motiv, Harmz สาวเมารีที่เต้นด้วยพลังอันเหลือเชื่อจากทีม Royal Family ฯลฯ
แต่เป็น Kyoka จาก Ojo Gang ที่ตกทั้งนักเต้นด้วยกันเองและคนดูทั่วโลกได้แค่…นั่งเฉยๆ ก็แผ่ความ swag 110% อย่างกับหลุดมาจากมังงะ เพียงเห็นชื่อของเธอว่ามาร่วมแข่งในรายการด้วย เหล่านักเต้นก็สติแตกเหมือนเจอซุป’ตาร์ เพราะเธอคือตำนานนักเต้นระดับเวิลด์คลาสที่แท้ทรู เคียวกะเริ่มเต้นมาตั้งแต่ 8 ขวบ ครองไตเติลแชมป์โลกสายฮิปฮอปจากการแข่งขันรายการ Juste Debout กับ MAiKA คู่หูจากทีม Rushball ได้ในปี 2016 ในวัยเพียง 20 ปี และกวาดแชมป์แบตเทิลมานับไม่ถ้วน ล่าสุดเคียวกะมาร่วมงานอีเวนต์ของรายการ WSWF ที่กรุงโซล แค่จับไมค์จะแนะนำตัว คนก็กรี๊ดกันเกรียว ‘เคียวกะ! คาวาอี้!’ กันทั้งงาน
#5 Dancers Being Acknowledged
Meet & Move งานมีตแอนด์กรีตทั้ง 5 ทีมจาก WSWF คือครั้งแรกที่เหล่านักเต้นได้พบแฟนๆ ตัวเป็นๆ กันที่ห้าง I’Park Mall ในยงซานเมื่อ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา เมมเบอร์ของ BUMSUP ที่ล้วนเป็นลีดเดอร์จากซีซั่น 1 อาจจะชินแล้ว แต่นักเต้นต่างชาติมาเจอเสียงกรี๊ดและการทรีตราวกับเป็นคนดังถึงกับมีอึ้ง ดังที่หนูมาลีคนเก่ง ลีดเดอร์ของ Motiv กล่าวกับแฟนๆ บนเวทีว่า “ฉันไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย การได้มาสัมผัสพลังที่ทุกคนส่งมาทำให้ฉันอยากจะ…ร้องไห้”
นักเต้นคนอื่นๆ เองก็รู้สึกไม่ต่างกันว่าอาชีพของตนถูกมองว่าเป็น ‘แบ็กอัปแดนเซอร์’ เป็นคนที่เต้นอยู่หลังนักร้องหากไม่เคยถูกมองว่าเป็น ‘ศิลปิน’ หรือเป็นที่รู้จักในโลกของคนที่สนใจการเต้นเท่านั้น แต่ผ่านรายการนี้ พวกเธอหวังใจว่าผู้คนจะให้ความสนใจศิลปะการเต้นกันมากขึ้น
4 ปีหลังจากเปิดตัวจักรวาล Street Woman/Man/Girls Fighter วันนี้หากไปถามเยาวชนคนรุ่นใหม่ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร คำตอบเริ่มมาแล้วละว่า
“อยากเป็นแดนเซอร์.”
Text: Suphakdipa Poolsap

