เปิดช่องยูทูบของตัวเอง ร้องอิมโพรไวส์สไตล์แจ๊ซใน TikTok ปล่อยข่าวการหย่าร้างให้โลกรู้ หรือเปลี่ยนแนวเพลงเอาเสียดื้อๆ สิ่งเหล่านี้มันเอาต์ไปเสียแล้วในวงการดนตรี เพราะเธอเหล่านี้มีวิธีการสร้างไวรัลที่เหนือชั้นกว่า ถือว่าแหกทุกขนบแล้วจบที่สิ่งตอบแทนอันคุ้มค่า
NEW COUNTRY
KELSEA BALLERINI

มีคำกล่าวหนึ่งในแวดวงอุตสาหกรรมดนตรีว่า “คุณมีเวลาทั้งชีวิตเพื่อสร้างผลงานเพลงแรกของตัวเอง หลังจากนั้นคุณจะมีเวลาแค่ 2 วัน ช่วงทัวร์เท่านั้นแหละที่จะได้ทำผลงานเพลงที่ 2” เคลซี บัลเลรินี ยกโควตนี้ขึ้นมาบอกกับฉัน ซึ่งตอนนี้เธอก็กำลังมีทัวร์คอนเสิร์ตของตัวเองเช่นกัน ที่แบ็กสเตจเธอห่มหุ้มร่างกายด้วยเสื้อทัวร์ที่เป็นฮู้ดดี้สีเทา มีราวที่แขวนเสื้อผ้าไว้มากมายและกีตาร์สีขาวอยู่ด้านหลัง วันนั้นตรงกับวันวาเลนไทน์พอดี หลังจากสวาปามโดนัทสีชมพูหมดด้วยความรวดเร็ว เธอจัดแจงหาช่วงเบรกเพื่อพูดคุยกับฉันถึงวันครบขวบปีที่เปลี่ยนเส้นทางสายอาชีพเธอไปตลอดกาล
เมื่อ 2 ปีก่อน เคลซีปล่อยผลงาน Rolling Up the Welcome Mat รวมเพลง 6 อีพีที่เสมือนบันทึกเหตุการณ์ช่วงที่เธอต้องหย่าร้างกับนักร้องคันทรี่ร่วมรุ่น Morgan Evans ด้วยเนื้อหาของเพลงอันตรงไปตรงมา สำหรับเธอนั้นผู้ที่เติบโตมาในครอบครัวเคร่งศาสนาในเทนเนสซี ไอเดียเรื่องการหย่าร้างถือเป็นสิ่งต้องห้ามร้ายแรง และการจะทำอัลบั้มเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมันนั้นยิ่งร้ายแรงหนักเข้าไปใหญ่ “ฉันจำได้ประมาณว่า ‘โอ้ ฉันรู้สึกกลัวจังเลย’ ฉันพยายามข่มตานอน และพอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ประมาณว่า ‘โอ้ มันก็โอเคนี่ คนเขาก็หาเพลงฉันฟังแล้วเชื่อมโยงกับมันได้’ แต่จริงๆ ตอนนั้นมันเป็นความรู้สึกที่น่ากลัวมากจริงๆ ค่ะ” ถือเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตพลิกผันของเคลซีระหว่างการเปิดเปลือยชีวิตส่วนตัวและการสร้างกระแสใหม่ๆ ให้กับตลาดเพลงคันทรี่ จากจุดนั้นเองที่ทำให้เธอได้มีแฟนเพลงกลุ่มใหม่เพิ่มขึ้นมากมาย

ถึงตอนนี้เธอมีบรรดาแฟนๆ ที่มายังคอนเสิร์ตของเธอพร้อมกับป้ายที่เขียนว่า “ก็แค่มาหย่ากันเถอะ” เธอเล่าด้วยความระแวดระวังว่า “ฉันพยายามไม่คิดว่าสิ่งนั้นมันเหมือนการเฉลิมฉลองนะจนกระทั่งแน่ใจว่ามันเป็นเรื่องดีแล้วจริงๆ ฉันไม่อยากโดนแปะป้ายว่าเป็นตัวแทนของการหย่าร้าง แล้วมันก็ผ่านไปตั้ง 3 ปีแล้ว เรื่องนั้นมันไม่ใช่สาระสำคัญของชีวิตฉันอีกต่อไปแล้ว”
ตอนนี้เคลซีอยู่ในช่วงชีวิตที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เธอเผยว่าชีวิตส่วนตัวของเธอนั้น “ต่างออกไปจากเมื่อ 2 ปีก่อนจนแทบจำไม่ได้ ต้องขอขอบคุณพระเจ้า” เธอกำลังคบหาดูใจกับหนุ่มคนใหม่อย่าง Chase Stokes ดีกรีนักแสดงจากซีรี่ส์ Outer Banks ซึ่งก็กินเวลามากว่า 2 ปีแล้ว ทั้งยังปล่อยอัลบั้มล่าสุดออกมาในชื่อPatterns ที่เนื้อหาโดยรวมเอ่ยถึงความรักที่เข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น และเนื้อเพลงที่เธอเขียนขึ้นก็มาจากตอนทัวร์คอนเสิร์ตทั้งนั้น มีเพลงอย่าง ‘Sorry Mom’ เกี่ยวกับการขอโทษแม่ของเธอ และเพลง ‘We Broke Up’ การบอกเลิก หันหลังให้กับความสัมพันธ์ และก้าวสู่เส้นทางใหม่แห่งการประคับประคองจิตใจ
ช่วงหน้าร้อนนี้เธอจะพอมีเวลาผ่อนเบรกลงบ้าง แปลนสำหรับอัลบั้มถัดไปยังไม่ได้มีข้อสรุปที่แน่นอนตายตัว แต่เธอเผยว่า “ฉันตั้งใจที่จะเอาเพลงแนวอื่นมาผสมด้วยค่ะ ซึ่งนั่นน่าจะทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากๆ” เธอคงจะ ‘ตาย’ ได้เลยถ้าหากได้ร่วมงานกับ Sza สักเพลงหนึ่ง ตอนช่วงวันหยุดยาวเมื่อราว 2-3 ปีก่อน เคลซีเล่าว่าเธอนั่งร่วมโต๊ะดินเนอร์กับผู้จัดการ เธอถามเขาว่า “ฉันมีจุดบอดตรงไหน? ฉันจะดีขึ้นได้อย่างไร?” แล้วเขาก็ให้คำตอบกับเธอว่า “‘เธอต้องเลิกทำตัวเป็นเด็กหน้าใหม่ได้แล้วนะ’ หลังจากนั้นฉันก็เริ่มยินดีกับความสำเร็จที่ได้รับและไม่ทำตัวเล็กลีบอีกต่อไป ฉันคิดว่ามันเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับผู้หญิงเราทุกคนนะคะ เราควรจะต้องรู้สึกภาคภูมิใจในชัยชนะของเรา” – Véronique Hyland
CLASSICAL CROSSOVER
LAUFEY

เมื่อเลเวย์มองแฟนเพลงของเธอจากบนเวที เธอเห็นว่าพวกเขาเหล่านั้นเต็มไปด้วย ‘ภาพสะท้อน’ เหมือนได้ย้อนมองเห็นตัวเอง พวกเขาตลก มีจิตใจดี อยากทำความรู้จักกับแฟนเพลงคนอื่นๆ บางคนถึงกับแต่งตัวแบบเดียวกับเธอเลยด้วยซ้ำ “ระหว่างที่เติบโตมา ฉันดิ้นรนในการหากลุ่มคนที่ฉันเข้าใจและเข้าใจฉันจริงๆ” เลเวย์เปิดใจ “การที่มีผู้คนเหล่านี้มาเป็นแฟนเพลงมันช่วยทำให้ตัวตนของฉันตอนอายุน้อยกว่านี้แฮปปี้มากๆ เลยค่ะ” แม้ว่ากลุ่มฐานแฟนคลับของเธอที่เรียกว่า ‘Lauvers’ จะแสดงพฤติกรรมสุดโต่งขนาดไหน แต่เธอออกปากว่าพวกเขาเหล่านั้นก็เป็น “ตัวแทนของความคัลต์บางอย่างที่ค่อนไปทางด้านบวก แสดงถึงความสุข ความน่ารักอะไรแบบนั้น”
นักดนตรีลูกครึ่งไอซ์แลนด์-จีนมีชื่อเต็มว่า Laufey Lin Jónsdóttir (ออกเสียงว่า ‘เล-เวย์’) เป็นบัณฑิตจาก Berklee ผู้สามารถเล่นได้ทั้งเปียโน กีตาร์ ไวโอลิน และเชลโล ใช้พื้นฐานด้านดนตรีแจ๊ซและคลาสสิกเพื่อสร้างแนวเพลงป๊อปอันเปี่ยมเสน่ห์ให้กับตัวเอง เธอดึงดูดแฟนเพลงเจนซีผู้ซึ่งมักทำแฟนแคมของเธอ ฝาแฝดอีกคน รวมถึง Junia ผู้เป็นครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ และพวกเขาเหล่านั้นก็มักจะแห่มาดูเธอที่งานแสดงของวงซิมโฟนี “ฉันหวังไว้เสมอว่าแนวเพลงของฉันจะเป็นประตูบานหนึ่งให้คนได้หันมารู้จักเพลงแจ๊ซมากขึ้น” ศิลปินสาวบอกความในใจ
ปีที่ผ่านมาเลเวย์ได้รางวัลจากเวทีแกรมมี่ครั้งแรกในสาขา Traditional Pop Vocal Album สำหรับ Bewitchedที่ออกมาในปี 2023 ทว่าเธอกลับได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคอแจ๊ซสุดโต่งว่าผลงานของเธอไม่ตรงกับแนวเพลงอย่างที่ควรจะเป็น “มันไม่ควรจะเกินไปจากความเป็นจริงมากขนาดนั้นเลย” เธอเปิดอกยอมรับ ต้องดิ้นร้นกระเสือกกระสนอยู่นานจากคอมเมนต์ที่ “ขาดการไตร่ตรองอย่างถ่องแท้” แต่เธอก็ทำใจและเรียนรู้ที่จะก้าวเดินต่อไป “ฉันรู้เท่าที่ฉันรู้ และฉันรู้ดีว่าตัวเองถนัดอะไร แค่เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับฉันแล้วค่ะ” เลเวย์กล่าวต่อ “ท้ายที่สุดแล้ว แนวเพลงคืออะไรกันแน่? ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเอาตัวไปอยู่ในกล่องสักใบ ฉันเหมาะจะอยู่ในกล่องเพลงคลาสสิก หรือกล่องเพลงแจ๊ซกันนะ? ฉันเป็นคนไอซ์แลนด์? หรือฉันเป็นคนจีน? หรือฉันเป็นคนอเมริกัน? ฉันไม่เหมาะจะอยู่ในกล่องไหนแค่กล่องเดียวได้ ฉันจึงพยายามเอาตัวออกห่างจากความคิดนั้น รู้สึกว่ามันเป็นแนวความคิดที่ค่อนข้างล้าหลังไปสักหน่อย”
แฟนเพลงของเลเวย์ช่วยประคับประคองให้เธอรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ลำพัง “ทั้งหมดที่ฉันเห็นคือกลุ่มคนที่ฉันวาดหวังว่าจะมีไว้ตั้งแต่ตัวเองยังเด็กกว่านี้” เธอเผย มีแฟนเพลงหลายต่อหลายคนเลยที่เป็นเอเชียแบบเดียวกับเธอซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ “มันเป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่าทุกๆ คนต้องการตัวแทนสักคน เราปรารถนาที่จะเห็นแต่ละด้านของตัวเราสะท้อนผ่านตัวศิลปินที่เราเฝ้าติดตามอยู่” ผลงานเพลงลำดับต่อไปของเธอคาดว่าจะออกมาในปีนี้ โดยคอนเซ็ปต์ของอัลบั้มจะเกี่ยวกับ ‘หญิงสาวผู้หนึ่งที่เปิดเปลือยเบื้องลึกของตัวเอง’ มันจะเป็นอัลบั้มที่จะปะทุแง่มุมอันยุ่งเหยิงของเลเวย์ออกมา แง่มุมที่ซุกซ่อนอยู่หลังชุดกระโปรงกรุยกรายของ Rodarte และโบผูกผมของ Sandy Liang ซึ่งเป็นภาพชัดในซิงเกิ้ลเพลงแนวโรแมนติก ‘Silver Lining’ ที่เธอร้องว่า ‘When you go to hell, I’ll go there with you, too.’ (เมื่อเธอต้องไปนรก ฉันจะไปที่นั่นกับเธอด้วย)
จะยังคงมีรายละเอียดของดนตรีในแบบแจ๊ซและคลาสสิกอยู่ แต่จะมี ‘เสียงแบบป๊อป’ ที่มากขึ้น และ ‘เปิดเผยตัวตน’ มากขึ้น หลังจากในตอนเด็กที่มักจะแสดงเพอร์ฟอแมนซ์แนวคลาสสิกสำหรับ ‘คนสูงวัย’ เลเวย์รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้แสดงดนตรีในคอนเสิร์ตฮอลล์และได้ยินเสียงของคนหนุ่มสาวที่ร่วมร้องไปพร้อมกับเธอ ตอนนี้เธอต้องการได้รับสิ่งนั้น “ฉันอยากทำเพลงที่ควรค่ากับการร้องคลอตามไปด้วย” – Erica Gonzales
DANCE HITS
MADISON BEER

เมดิสัน เบียร์ พร้อมแล้วกับการเพิ่มฐานแฟนคลับให้ตัวเอง นักร้องเพลงป๊อปสาววัย 26 ผู้โด่งดังทางโลกโซเชียล มีเดียด้วยนั้น ใช้เวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาในการสร้างสรรค์ผลงานเพลงที่เป็นดั่งไดอารี่เพื่อแชร์เรื่องราวสู่การมีชื่อเสียงในวงกว้างของเธอ จนตอนนี้หลังจากเรียนรู้สิ่งที่มามากพอควรและเป็นระบบระเบียบ เธอปรารถนาจะเพิ่มความสนุกให้กับตัวเองไปอีกขั้น
เมดิสันเพิ่งจะมีอายุแค่ 13 ขวบ เป็นเด็กน้อยจากลองไอส์แลนด์ นิวยอร์ก ตอนที่ Justin Bieber ทวีตเกี่ยวกับเพลงคัฟเวอร์ ‘At Last’ ของ Etta James ที่เธอทำ ไม่นานหลังจากนั้นเธอก็ถูกทาบทามให้เซ็นสัญญากับ Island Records และเริ่มทำงานกับผู้จัดการของจัสตินอย่าง Scooter Braun ทว่าชีวิตที่พลิกผันผลักดันให้เธอเข้าสู่ความยากลำบากพร้อมแสงสปอตไลต์ที่สาดส่องจนยากจะซ่อนเร้น การกลายเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืน เป็นจุดสนใจจากการที่รู้จักสนิทสนมกับนักดนตรีหนุ่มโปรไฟล์มากมาย ทำให้เธอตกเป็นเป้าของไซเบอร์บูลลี่ ตอนเธออายุ 15 คลิปวิดีโอส่วนตัวที่เธอส่งให้เพื่อนคนหนึ่งกลับถูกโพสต์ออนไลน์ แทนที่เธอจะได้รับการปกป้องในเรื่องสิทธิส่วนบุคคล โลกอินเทอร์เน็ตเลือกที่จะสร้างความอับอายให้กับเธอที่ทำคลิปวิดีโอแบบนั้นออกมา อีก 1 ปีให้หลังเธอโดนถอดออกจากสังกัดค่ายเพลง “ฉันพยายามทำตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่มาโดยตลอด” เมดิสันเอ่ยปาก “ฉันเสิร์ชหาตลอดถึงวิธีการที่จะเป็นคนปกติธรรมดาได้ และฉันก็ต้องคอยกดรีพอร์ตโลกอินเทอร์เน็ตทั้งหมดพร้อมกันไปด้วย”
เธอเคยบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่เคยเปิดเผยของตัวเองเมื่อปี 2023 ในบันทึก The Half of It ทั้งยังสอดแทรกลงไปในอัลบั้มที่ 2 ที่ชื่อ Silence Between Songsในปีเดียวกัน โดยเนื้อหาโดยรวมสาธยายถึงสภาพจิตใจที่ดิ่งถึงจุดต่ำสุดจนตัดสินใจจะจบชีวิตตัวเองลงและหนทางที่เธอกลับลุกขึ้นมาตั้งหลักได้อีกครั้ง “มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ฉันอยากจะบอกเลยค่ะว่ามันสำคัญกับฉันมากจริงๆ” เธอเล่าอยากเปิดอก “ฉันรู้สึกแล้วว่าตอนนี้ตัวเองทำได้สำเร็จแล้ว” เมดิสันมีเวิลด์ทัวร์ของตัวเอง 63 รอบ ขายบัตรแสดงในโลเกชั่นสุดยิ่งใหญ่ซึ่งรวมถึง Radio City Music Hall ด้วย
ทุกวันนี้นักร้องสาวรู้สึกเป็นอิสระขึ้นกว่าแต่ก่อนหลังจากที่เรื่องราวชีวิตของเธออยู่ในการควบคุมมากขึ้น ทั้ง 2 ซิงเกิ้ลที่ออกในปี 2024 อย่าง ‘Make You Mine’ และ ‘15 Minutes’ ถูกเปิดตามคลับจนหลอนหู โดยเพลงแรกนั้นได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ในสาขา Best Dance Pop Recording ด้วย เมดิสันขลุกตัวอยู่แต่ในสตูดิโอทุกวันเพื่อเร่งทำอัลบั้มต่อไป เป็นอัลบั้มที่เธออยากมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุดและ “ทำให้เธอรู้สึกดีจริงๆ” ส่วนหนึ่งในนั้นเธอได้แรงบันดาลใจจากงานอดิเรกสุดโปรดอย่างการเล่นวิดีโอเกม “ฉันอยากให้อัลบั้มของฉันมีเสียงมีซาวนด์ที่น่าสนใจมากจริงๆ ซึ่งมันอาจจะเป็นเสียงที่คุณไม่เคยได้ยินบ่อยนักในวงการดนตรี”
ผลงานเพลงใหม่นี้อาจจะช่วยให้เมดิสันได้เคลียร์บัคเก็ตลิสต์ที่ยังคงค้างคาในสายอาชีพของเธอ (เป็นเฮดไลน์ในโชว์ที่ Madison Square Garden และได้รางวัลจากเวทีแกรมมี่) แต่ตัวเธอเองเผยว่าต่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้ก็คงไม่ถึงกับทำให้เธอนอนไม่หลับ “ฉันว่าฉันภาคภูมิใจในจุดที่ยืนอยู่ตอนนี้แล้วค่ะ” เมดิสันสารภาพ “ถ้าตัวเองตอนอายุน้อยกว่านี้ได้มาเจอกับฉัน เธอคงจะพูดประมาณว่า ‘เธอเป็นผู้หญิงที่เจ๋งที่สุดบนโลกใบนี้แล้ว ฉันขอเป็นเธอสักวันหนึ่งได้ไหม? มันคงดีมากแน่ๆ’”
PHOTOGRAPHER: ADRIENNE RAQUEL
STYLIST: JAN-MICHAEL QUAMMIE
TRANSLATOR: WANSUK KHONGRASEE

