ฤดูกาล Spring/Summer 2026 ของ Paris Fashion Week ที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 7 ตุลาคมนี้ กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพราะแบรนด์ระดับโลกเตรียมเผยโฉมคอลเล็กชั่นใหม่ แต่เพราะปีนี้มีการปรับตารางโชว์ครั้งใหญ่ และเป็นฤดูกาลที่เต็มไปด้วย ‘การเริ่มต้นใหม่’ ของเหล่าดีไซเนอร์หน้าใหม่ในตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์

แบรนด์ใหญ่อย่าง Dior, Chanel, Balenciaga, Loewe, Mugler, Jean Paul Gaultier, Maison Margiela และ Carven เตรียมปล่อยผลงานแรกจากทีมออกแบบใหม่ทั้งหมด นี่คือสัญญาณของความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นยุโรป ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ถดถอย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าลักชัวรีที่กำลังเผชิญกับการชะลอตัวของการใช้จ่าย
112 โชว์ใน 9 วัน ตารางแน่นที่สุดในรอบหลายปี
ในตารางโชว์อย่างเป็นทางการของสัปดาห์แฟชั่นปารีสฤดูกาลนี้ มีทั้งหมด 112 รายการ แบ่งเป็น 76 โชว์บนรันเวย์ และอีก 36 พรีเซนเทชั่นกระจายอยู่ทั่วเมืองหลวงของฝรั่งเศส หลายวันมีอีเวนต์มากถึง 14 งาน นั่นหมายความว่าบรรดาบรรณาธิการ นิตยสาร สไตลิสต์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ซื้อจากทั่วโลกจะต้องวิ่งรอกจากโชว์หนึ่งไปอีกโชว์แทบจะไม่ทันหายใจ

ที่น่าสนใจคือหลายแบรนด์มีการเปลี่ยนเวลาการจัดโชว์ เช่น Chanel ที่ย้ายจากโชว์เช้าในวันอังคารไปจัดโชว์กลางคืนวันที่ 6 ตุลาคม แถมยังเป็นครั้งแรกที่ Matthieu Blazy จะเปิดตัวคอลเล็กชั่นแรกกับแบรนด์ ณ Grand Palais เวลา 2 ทุ่ม ในขณะที่ Saint Laurent ยังคงครองตำแหน่งโชว์ปิดของวันแรก และมีแนวโน้มจะกลับไปยัง Trocadéro บริเวณหอไอเฟล ที่เคยเป็นฉากหลังโชว์อันน่าจดจำหลายต่อหลายครั้ง ส่วน Louis Vuitton ก็ขยับจากช่วงเย็นปลายสัปดาห์ มาเป็นโชว์กลางวันในวันที่ 30 กันยายน ณ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ อีกทั้ง Celine ยังคัมแบคแฟชั่นวีก
เปิดตัวดีไซเนอร์ใหม่ที่แบรนด์ใหญ่พร้อมกันมากที่สุดในรอบหลายปี
ฤดูกาลนี้ถือเป็นหนึ่งในซีซั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์พร้อมกันมากที่สุดในรอบหลายปีและสิ่งที่น่าจับตามองคือแต่ละคนจะพาแบรนด์ไปในทิศทางใด Dior เตรียมเปิดตัวคอลเล็กชั่นแรกภายใต้การนำของ Jonathan Anderson ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ ในการทำคอลเล็กชั่นผู้หญิงหลังจากเรียกเสียงฮือฮาได้อย่างล้นหลามกับคอลเล็กชั่นผู้ชาย อีกทั้งยังมีคอลเล็กชั่นผู้หญิงครั้งแรกของ Julian Klausner สำหรับ Dries Van Noten


นอกจากนี้ยังมี Chanel กับ Matthieu Blazy ที่ก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จในการรื้อโครงสร้างของ Bottega Veneta เขาจะทำอะไรกับ Chanel บ้าง Balenciaga จะสามารถกลับมาทวงในครั้งนี้ได้หรือไม่ เเละ Loewe ที่มีข่าวลือว่าอาจรีเฟรชภาพลักษณ์ให้สดใหม่ขึ้นหลังยุคทองของ Jonathan Anderson สุดท้าย Mugler และ Maison Margiela ต่างก็ต้องรับมือกับการสืบทอดดีเอ็นเอของแบรนด์ระดับตำนาน พร้อมก้าวสู่แฟชั่นยุคใหม่ที่ต้องตีตลาด Gen Z ให้ได้

โลกแฟชั่นจะกล้าเสี่ยงหรือเล่นปลอดภัยในยุคเศรษฐกิจฝืด
ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน หลายคนคาดการณ์ว่าโชว์ในฤดูกาลนี้อาจเน้นไปที่ ‘ความปลอดภัย’ ทั้งในแง่ของดีไซน์ที่ขายได้จริง สีพื้น ไอเท็มคลาสสิก และการเล่นกับกลยุทธ์การตลาดมากกว่าความกล้าได้กล้าเสีย แต่ในขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงของผู้นำทีมสร้างสรรค์ในหลายแบรนด์ อาจสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ให้วงการ โดยเฉพาะถ้าดีไซเนอร์รุ่นใหม่กล้าท้าทายรูปแบบเดิมๆ ที่เคยกำหนดรสนิยมของปารีสมาตลอดหลายสิบปี นอกจากนี้ เรายังอาจได้เห็นความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของนางแบบ เนื้อหา และการจัดโชว์ โดยเฉพาะในประเด็นความยั่งยืน เทคโนโลยี และวัฒนธรรมป๊อปที่เข้ามาผสมมากขึ้นเรื่อยๆ


ปารีสยังเป็นเมืองหลวงแฟชั่นอยู่หรือเปล่า?
บางคนเริ่มตั้งคำถามว่า Paris Fashion Week ควรจะขยายเวลาออกไปเป็นหลายสัปดาห์เหมือนเทศกาลภาพยนตร์ หรือควรจัดให้กระชับขึ้นเพื่อไม่ให้ความสนใจของสื่อกระจายเกินไป หรือจริงๆ แล้วปารีสในวันนี้ไม่จำเป็นต้องปรับอะไร เพราะความอลังการและความอิ่มตัวนี้คือสิ่งที่ทำให้ Paris Fashion Week แตกต่างจากทุกเมือง คำถามนี้อาจไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในทันที แต่อย่างน้อย Paris Fashion Week Spring 2026 กำลังจะเป็นบททดสอบสำคัญว่าการรวมพลังของแบรนด์ดัง การเปิดตัวดีไซเนอร์ใหม่ และการแย่งชิงพื้นที่สื่อในโลกที่หมุนเร็วขนาดนี้ จะทำให้โชว์ไหนเปล่งประกายที่สุดหรือโชว์ไหนจะหลุดจากสายตาไปอย่างน่าเสียดาย


