ย้อนกลับไปช่วงต้นปีที่ผ่านมา คลิปวิดีโอของสองหนุ่ม JAYLERR และ Ice Paris ได้กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์พร้อมแคปชั่น ‘คู่ดูโอ้ที่อยากให้กลับมาในวงการ T-POP อีก’ จนมียอดผู้ชมกว่า 2 ล้านครั้ง และนั่นเองที่กลายมาเป็นที่มาของการคัมแบ็กตามคำเรียกร้อง ของ JAYLERR Feat. Ice Paris ผ่านเพลงสุดขี้เล่นสนุกสนานอย่าง ‘โอเค๊ะ? (Okay)’ บอกเล่าเรื่องราวเมื่อถึงคราวที่สองเพื่อนซี้ต้องแข่งขันกันเพื่อพิชิตใจใครสักคน แอลจึงชวนพวกเขามาพูดคุยถึงการกลับมาร่วมงานกันในรอบหลายปี สิ่งที่พวกเขาเติบโตยิ่งขึ้น เป้าหมายในฐานะศิลปิน ไปจนถึงความพิเศษที่ไม่อยากให้แฟนๆ พลาดในซิงเกิลล่าสุดนี้

ELLE: พาร์ตไหนที่ทำให้ JAYLERR และ Ice Paris รู้สึกดีที่สุด ในการกลับมาพร้อมกับผลงานเพลง ‘โอเค๊ะ? (Okay)’
JAYLERR: ผมว่ามันคือจุดเริ่มต้นที่เกิดเพลงนี้ขึ้นครับ ตอนแรกเพลงนี้ไม่ได้อยู่ในแผนของการปล่อย แต่ดันมีแฟนคลับไปโพสต์ใน X ว่า “คู่ดูโอ้ที่อยากให้กลับมามากที่สุด” แล้วเป็นคลิปที่พวกเราไปโชว์งานแรก ผมก็เลยส่งคลิปนั้นไปให้ทางค่ายพร้อมกับบอกว่า ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำตอนไหนแล้ว เพราะเพลงของ JICE ก็มีพร้อมอยู่แล้ว ด้วยความที่เราเคยไปทำแคมป์กับทางค่าย YUPP! มา ดังนั้นเลยอยากให้ช่วยทำตอนนี้เลย


ICE PARIS: พาร์ตที่รู้สึกดีที่สุดในความรู้สึกส่วนตัวผมคือตอนที่กลับมาอัดเพลงนี้ ตอนที่ได้กลับเข้าสตูดิโอด้วยกันอีกครั้ง และเพลงนี้ก็ได้นำความ JICE กลับมา เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงสิ่งนี้ว่า มันมาแล้วจริงๆ ว่ะ เราได้ทำแล้วจริงๆ แล้ว ภาพความทรงจำต่างๆ มันกลับมาเยอะมาก (ลากเสียง) วันนั้นเป็นวันที่รู้สึกดีมากๆ สนุกครับ

ELLE: จากวันแรกที่ร้องเพลงคู่กัน จนถึงวันที่โคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ถ้าให้เลือก 1 คีย์เวิร์ด ที่บ่งบอกถึงวิวัฒนาการของความเป็น JAYLERR x Ice Paris คำนั้นคืออะไร?
ICE PARIS: สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับพวกเราคือ ความเหมือนเดิม นะเอาจริงแล้ว คีย์เวิร์ดนั้นคงเป็นคำว่า ‘เคมี’ ที่แม้ไม่ได้ร่วมงานกันมาสักพัก แต่พอกลับมาก็ยังคงมีเคมีบางอย่างอยู่ สมมติว่าผมขาดหายอะไรไป คนนี้เขาก็จะเข้ามาเติมให้เลย พออยู่ด้วยกันแล้วมัน synchronize

JAYLERR: ‘ความสบายใจ’ แล้วกันครับ คือผมรู้สึกทุกครั้งตั้งแต่เริ่มมาอยู่ค่าย GX10 ASIA ว่า บางครั้งมันก็เหงาจังเลย เวลาไปงานแล้วเจอศิลปินท่านอื่นที่เขามาเป็นวง (ICE PARIS: แถมช่วงนี้บอยแบนด์เยอะซะด้วย) ใช่ๆ ฮ่าๆ เวลาเราทำงานคนเดียวบางครั้งมันก็แอบเหงา และไม่มีใครที่มาช่วยเราคิดนู่นคิดนี่ แต่พอได้กลับมาทำงานกับไอซ์ มันก็ได้บรรยากาศเดิมๆ กลับมา แถมไอซ์ก็ได้มาช่วยเติมเต็มช่องว่างตรงนั้น เราได้มีเพื่อนคู่คิด พอเหนื่อยก็ยังหันไปเจอเพื่อนที่จะร่วมเหนื่อยไปกับเรา

ELLE: เห็นว่าเพลงนี้ได้เผยเคมีใหม่ๆ ของทั้งคู่
JAYLERR: ผมว่าทุกคนจะได้เห็น JICE ในเวอร์ชั่นที่โตขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังแฝงด้วยความสนุกแบบเดิมๆ ที่พวกเราเคยมีอยู่ หรือสิ่งที่แฟนๆ ชอบในความเป็น JICE อยู่

ELLE: ผลงานของ JAYLERR x Ice Paris ไม่เคยหายไปจากโลกโซเชียลเลย จนได้ฉายา ‘คู่ดูโอ้ทีป๊อบที่อยากให้คัมแบ็กที่สุด’ รู้สึกอย่างไรบ้างที่แฟนๆ ยังคงคิดถึงงานของเราเสมอ
JAYLERR: ผมก็ดีใจนะ สำหรับผม ตอนที่ทำ JICE เราทำด้วยความสนุกและแพสชั่นจริงๆ ณ ตอนนี้พอมันผ่านไปนานหลายปีแล้ว คนยังชื่นชอบหรือรอที่จะดูโชว์ รอฟังเพลงของพวกเราอีก จากแพสชั่นที่เราทำ ณ วันนั้น เราก็รู้สึกว่า มันเป็นกำลังใจที่ดี ขณะเดียวกันก็ช่วยเตือนใจด้วยว่า จริงๆ แล้วก็มีคนรอเราอยู่นะ
ICE PARIS: เป็นพลังงานและแบตเตอรี่ที่ดีมากๆ ในการจะฮึบกลับมาลุย ตั้งใจทำ เพราะมีคนที่เขารอและคาดหวังอยู่นะ
JAYLERR: ก็หวังว่าทุกคนจะชอบครับ เพราะพวกเราชอบมากนะเพลงนี้


ELLE: ในฐานะศิลปิน JAYLERR X ICE PARIS ทั้งคู่อยากจะถูกจดจำอย่างไรบ้าง
ICE PARIS: ถ้าความฝันเลยก็อยากให้เขาจำเราในฐานะศิลปินจริงๆ เชื่อว่าหลายๆ คนก็ยังรู้สึกว่าเราเป็นนักแสดงที่ร้องเพลง แต่ก็อยากให้เขาเห็นเราเป็นศิลปิน และหากถามถึงความฝันสูงสุดเลยนะ คือ อยากเป็น One of the top entertainers ในไทยให้ได้ครับ นี่คือความฝันของผมครับ

JAYLERR: ผมรู้สึกว่าในพาร์ตศิลปินก็อยากให้คนจดจำตัวผมนี่แหละ เพราะหากจะพูดถึงในแง่ผลงานหรือเพลง ผมรู้สึกว่าทุกวันนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนค้นหาตัวเอง และก็เติบโตขึ้นทุกวัน เทสต์เองก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถ้าถามถึงความฝัน ผมก็อยากให้ทุกคนติดตามเส้นทางชีวิตของเราครับ เพราะทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าในเส้นทางอาชีพของตัวเองตอนนี้มันจะไปจบที่ตรงไหน ถ้าผมลองมองตัวเองในมุมของบุคคลที่สามหรือแฟนคลับที่คอยติดตาม ผมก็รู้สึกว่าเป็นอะไรที่วาไรตี้ดีนะ

ELLE: ฝากผลงานเพลง ‘โอเค๊ะ? (Okay)’ กับคนที่กำลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้หน่อย
ICE PARIS: ฝากด้วยนะครับ บอกเลยว่าเป็นเคมีเก่าๆ แต่เอเนอร์จีใหม่ๆ และเป็นรสชาติสดใหม่ในเคมีเดิมๆ ที่ทุกคนน่าจะคิดถึงกัน
JAYLERR: ผมรู้สึกว่า เราก็พยายามดึงความเป็น JICE ออกมาให้ได้มากที่สุด คนที่เคยฟัง JICE ก็น่าจะชอบกัน รวมถึงคนที่ไม่เคยฟัง ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่ค่อนข้างฟังได้ไม่ยากและไม่ค่อยได้เห็นศิลปินทำแบบนี้กันสักเท่าไหร่ โดยปกติแล้ว เพลงมันมักจะร้องไปในทิศทางแต่แบ่งพาร์ตกันร้อง หรือไม่ก็สลับท่อนกัน แต่เพลงนี้มันมาในเวย์ที่เราร้องสลับกัน แต่การเล่ามีความคอนทราสต์ ขัดกันไปมา
ICE PARIS: สำหรับผมนะ เพลงนี้ ถ้าไม่ใช่ JICE ก็ไม่มีใครร้องได้หรอก (หัวเราะ) ตอนแรกไม่กล้าพูดเพราะตลกตัวเอง แต่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ คิดว่าตอนเราทำเพลงเดี่ยวก็ทำอย่างนี้ไม่ได้ มันเป็นอะไรที่ต้องอยู่เป็นคู่ และเป็นคู่นี้ด้วย จะให้ไอซ์ไปร้องกับคนอื่นก็ไม่ได้นะ




นอกจากนี้ แอลยังชวนทั้ง JAYLERR และ Ice Paris พูดคุยตอบคำถามอย่างสนุกสนานเกี่ยวกับผลงานเพลง โอเค๊ะ? (Okay) ทั้งขั้นตอนการทำเพลง เบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ สารพัดท่าไม้ตายในการจีบที่ทำให้คนใจละลาย รวมไปถึงทดสอบเคมีเพื่อนซี้ที่หวนกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปฟังกันเลย!
Photographer: Manosit Boonnon
Style Editor: Miyuki Piphacha
Digital Content Creator: Rathatip Khamnurak
Assistant Photographer: Supasit Sooksawat
Assistant Stylist: Supanut Kittinanworakul
Makeup: Kitti Phunsarikit
Hair: Napanut Bavontadtaverat
Clothes: Louis Vuitton, Heidi’s Secret,Adi Studios, Renim Project

