เมื่อสวรรค์ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่คือการตั้งคำถามเรื่องศีลธรรม ผ่านซีรีส์ ‘Ticket to Heaven’

เดินทางมาถึงบทสรุปในอีพีสุดท้ายกันแล้วสำหรับซีรีส์ ‘Ticket to Heaven เด็กชายไม่ไปสวรรค์’ ผลงานจากผู้กำกับมากฝีมืออย่างออฟ นพณัช ชัยวิมล ที่เคยฝากผลงานและสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการซีรี่ส์วายไทยไว้มากมายไม่ว่าจะเป็น ‘นิทานพันดาว’ ที่ชวนคนดูตกตะกอนชีวิตในอาชีพการทำงาน หรือ ‘Last Twilight’ ที่สร้างความท้าทายอีกครั้งแม้ร่างกายของตัวละครจะมีอุปสรรค และการกลับมาในครั้งนี้กับ Ticket to Heaven เด็กชายไม่ไปสวรรค์ ที่ได้ชวนทุกคนออกเดินทางอีกครั้งพร้อมตั้งคำถามถึงศีลธรรม ความเชื่อ และการตัดสินคุณค่าของมนุษย์ ผ่านเรื่องราวของ ‘แทนรัก’ เด็กชายที่เคร่งในศาสนา ซึ่งเขาต้องเผชิญกับความจริงอันซับซ้อน อีกทั้งต้องเผชิญบททดสอบหัวใจหลังจากที่แทนรักได้พบกับ ‘บาร์ธ’ เพื่อนคนใหม่ที่เข้ามาทำให้ใจเขาปั่นป่วนแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเทอมสุดท้ายของการเรียน แต่ก่อนที่จะจบบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด วันนี้แอลเลยอยากชวนทุกคนย้อนดูเกร็ดน่ารู้และประเด็นน่าสนใจที่ซ่อนอยู่ใน Ticket to Heaven ว่าทำไมซีรี่ส์เรื่องนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ชวนให้ผู้ชมขบคิดมากที่สุดเรื่องหนึ่งในปีนี้

Flashback ทำงานอย่างไรใน Ticket to Heaven ทำไมต้องเล่าย้อน?

เมื่อปี 1996 ไม่ได้เป็นแค่ฉากหลังหลังจากที่ซีรี่ส์เรื่องนี้ออนแอร์ แต่เป็นการย้อนสู่ปมปัญหาต่างๆ บ้างก็บอกว่าเรื่องนี้กำลังสื่อสารถึงวันที่สมรสเท่าเทียมยังไม่ผ่านร่างกฎหมาย และเรื่องของการรักเพศเดียวกันที่ยังไม่ได้รับการยอมรับ แต่เรื่องนี้ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เรามองย้อนและฉุกคิดถึงวันที่โลกโซเชียลไม่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คน หากแต่สภาพแวดล้อมที่เราอยู่จะเป็นปัจจัยหลักและมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต ..ไม่แปลกใจเลยที่จะมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นระหว่างบาร์ธและแทนรักใต้สังกัดบ้านเณรยอแซฟแห่งนี้

การปรากฎตัวของ ‘บาร์ธ’

ความน่าสนใจตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกก็คงหนีไม่พ้นชื่อของตัวละครนำอีกหนึ่งคนอย่าง ‘บาร์ธ’ ซึ่งได้อ้างอิงจากชื่อนักบุญบาร์โธโลมิว ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 อัครสาวก ของพระเยซู แต่ทำไมต้องเป็นนักบุญบาร์โธโลมิว? อาจเพราะการเริ่มต้นของตัวละครนี้ซึ่งรับบทโดยเจมีไนน์ นรวิชญ์ ที่ได้ย้ายเข้ามาในโรงเรียนเทอมสุดท้าย ซึ่งตัวบาร์ธเองยังคงติดอยู่กับความขุ่นมัวและมีปมหลังแสนซับซ้อนเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง และครอบครัวที่ไม่เห็นด้วยในความเป็นตัวตนของเขา และเหตุต่างๆ ที่ทำให้เขาต้องย้ายเข้ามาในโรงเรียนศาสนาและค้นพบคำตอบบางอย่างในชีวิตหลังจากที่ได้เจอ ‘แทนรัก’ ซึ่งรับบทโดย โฟร์ท ณัฐวรรธน์ เสมือนกับนักบุญบาร์โธโลมิว ที่ก่อนที่จะเข้ามาเป็นอัครสาวกของพระเยซูก็เริ่มต้นจากความไม่เชื่อ ก่อนที่เพื่อนของนักบุญบาร์โธโลมิวอย่างฟิลิปจะชักชวนให้เขาได้เข้ามาพบกับพระเยซู

เมื่อองค์ประกอบของสถานที่ และสภาพอากาศกำลังพูดแทนตัวละคร

หากเราเริ่มสังเกตตั้งแต่ฉากเปิดตัวของบาร์ธในโบสถ์ที่ปรากฎตัวพร้อมความแปรปรวนในวันพายุเข้า อาจไม่ใช่แค่ต้องการอธิบายความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แต่อาจเป็นสัญญะของการ ‘ชำระล้าง’ บางสิ่ง หรือเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ รวมถึงหลายๆ ฉากที่ใช้น้ำเป็นตัวดำเนินเรื่องราว ขณะเดียวกันหลังจากที่ผ่านพายุครึ้มเหล่านั้นไปได้และทั้งสองตัวละครเริ่มเปิดใจในมุมที่ลึกซึ้งมากขึ้น ซีรี่ส์เรื่องนี้ก็ได้ทำงานกับน้ำอีกครั้ง หากแต่ใช้สระว่ายน้ำร้างที่มีเพียงสองตัวละครกับเฟรมที่กว้างขึ้น ราวกับพื้นที่นี้กลายมาเป็นพื้นที่ที่ปลอดจากกฎเกณฑ์และสายตาของผู้คน เป็นพื้นที่ที่ทั้งคู่ค่อยๆ เปิดเผยตัวตน และเติมเต็มกันและกันท่ามกลางความว่างเปล่า และถ้าสังเกตดีๆ เราก็จะพบอีกว่า ‘น้ำ’ ทำงานในทุกอีพีของเรื่องนี้ทั้งห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ น้ำตก ไปจนถึงน้ำตาในหลากหลายอารมณ์ของตัวละคร

สัญญะบนภาพวาด ‘Ticket to Heaven’ จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งอย่าง

เมื่อภาพวาดที่ใช้ชื่อเดียวกันกับซีรี่ส์ไม่ใช่แค่พร็อพประกอบฉากเพียงอย่างเดียว แต่จากการเริ่มเล่าเรื่องในอีพีแรก ที่คุณพ่ออานนท์อธิบายกับทั้งบาร์ธและแทนรักว่าภาพวาดบันไดไปที่สวรรค์นี้เต็มไปด้วยสัญญะมากมายที่ในเวลาต่อมาจะนำพาทั้งสองตัวละครนี้ไปค้นพบคำตอบของชีวิต แท้จริงแล้วสิ่งล่อตาล่อใจก่อนที่จะเดินไปสู่บันไดขั้นสูงสุดนั้นคือความรัก หรือการตั้งคำถามที่มนุษย์มีต่อความศรัทธาใช่หรือไม่?

Easter Egg ระหว่างทาง

ซีรี่ส์ได้ไล่ระดับความตื่นเต้นและความรู้สึกคนดูในทุกชั่วขณะ ทั้งการแสดงออกถึงความต้องการของตัวละครที่มีความดึงดูดเข้าหากัน, จังหวะที่ค่อยๆ เริ่มตกหลุมรัก และมีเขาเข้ามาอยู่ในส่วนหนึ่งชีวิตของตัวเองแบบไม่รู้ตัว และเริ่มค่อยๆ ยอมรับแบบไม่ต้องซ่อนแอบความรู้สึกของตัวละครเฉกเช่นฉากที่ต้องสลับตัวสะกดชื่อแบบถอยหลังบนจดหมาย และจุดที่อินเลิฟและยอมรับหัวใจตัวเองอย่างถีงที่สุด และเมื่อทุกปมที่ผู้สร้างค่อยๆ วางไว้ตลอดหลายอีพีเดินทางมาถึงบทสรุป อีพีสุดท้ายจึงไม่ใช่เพียงตอนจบของเรื่องราว แต่คือช่วงเวลาที่คำถามทั้งหมดกำลังรอการคลี่คลาย ว่าสุดท้ายแล้วตั๋วที่พาทั้งคู่ออกเดินทาง สัญญะอีกมากมายที่ผู้กำกับและตัวละครตั้งใจซ่อนไว้อย่างน่าสนใจ ที่แท้จริงแล้วหมายถึงการไปถึงจุดหมาย หรือการได้เป็นตัวเองอย่างเต็มหัวใจกันแน่

ในวันที่หัวใจเริ่มสวนทางกับศรัทธา

ฝนตก ฟ้าผ่า มวลบรรยากาศที่สุดจะอึมครีมอาจไม่ได้สะเทือนอารมณ์และบีบคั้นหัวใจเท่ากับซีนสำคัญในอีกซีนหนึ่งที่เป็นไวรัลในชั่วข้ามคืนอย่างฉากห้องน้ำของทั้งคู่ ส่วนประตูและตะแกรงเหล็กที่มีอยู่เดิมในโลเคชั่น ถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบ ราวกับว่ากำลังแบ่งกั้นตัวละครออกจากโลกภายนอก พร้อมสะท้อนกรอบของศาสนา กฎระเบียบ เป็นอีกหนึ่งฉากไฮไลต์ที่น่าสนใจและชวนติดตามอย่างถึงที่สุดว่าแทนรักจะจัดการความรู้สึกของตัวเองยังไงเมื่อหัวใจของเขากำลังสั่นคลอนกับสิ่งที่ตัวเองยึดมั่นมาตลอดชีวิต

แต่ถึงท้ายที่สุดแล้ว Ticket to Heaven เด็กชายไม่ไปสวรรค์ อาจไม่ได้พาผู้ชมออกค้นหาคำตอบว่าความรัก ศรัทธา หรือศีลธรรม สิ่งใดถูกหรือผิดกันแน่? หากแต่ค่อยๆ ชวนให้เราตั้งคำถามต่อความเชื่อ การตัดสิน และคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่ผู้สร้างรวมถึงนักแสดงซ่อนไว้ให้คนดูชวนคิดตามอย่างแยบยล และมากกว่าซีรี่ส์ที่ได้หยิบยกความหลากหลายทางเพศขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงของความเท่าเทียม แต่นี่คือผลงานที่ชวนให้ผู้ชมซีรี่ส์น้ำดีเรื่องนี้กลับมาทบทวนว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่กำหนดคุณค่าของมนุษย์คืออะไร ระหว่างกฎเกณฑ์ที่สังคมวางไว้ กับความซื่อสัตย์ต่อหัวใจของตัวเอง

Latest Posts

Don't Miss