ท่ามกลางความวุ่นวายในแต่ละสัปดาห์ สองนักแสดงหนุ่ม ตี๋ตี๋ วันพิชิต และ ป๋อ ศุภการ ได้แท็กทีมกันสร้างแฮปปี้ไวรัสผ่านซีรี่ส์ที่มีชื่อว่า ด้วงกับเธอ เสิร์ฟความสุขให้แฟนๆ ได้ตั้งหน้าตั้งตารอเติมด้วงและฉินในทุกๆ วันเสาร์ จนในที่สุดก็ใกล้ถึงคราวต้องโบกมือลาสองตัวละครนี้ เมื่อซีรี่ส์กำลังเดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย แอลจึงชวน ตี๋ตี๋-ป๋อ มาพูดคุยเปิดใจถึงทั้งความสำเร็จของซีรี่ส์ที่เกินความ ‘Not the best but still good’ ไปไกล, ความตื้นตันใจที่มีต่อแฟนๆ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้, การเจอพาร์ตเนอร์ที่ทำให้รู้สึก ‘ฉันว่าดีที่มีเธออยู่’ ตลอดจนหมุดหมายต่อไปที่วาดฝันอยากจับมือไปด้วยกัน ผ่านบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้



ELLE: โมเมนต์ไหนที่ทำให้รู้สึกเหมือนเป็น ‘จุดเปลี่ยน’ ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของทั้งคู่ไปเลย หลังจากซีรี่ส์ ด้วงกับเธอ ออกอากาศ?
TEETEE: ของตี๋น่าจะเป็นตอน EP.1 เลยครับ เราไม่คิดว่าซีรี่ส์เรื่องหลักของเราจะมีคนคอยซัพพอร์ตเยอะขนาดนี้ วันแรกที่แอบไปถ่ายงานกันที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แล้วเป็นวันที่กดบัตรพอดี ตอนบัตร sold out ยังหันไปหาพี่ป๋ออยู่เลยว่า “เฮ้ยพี่ มันจริงหรือเปล่า เว็บไซต์เป็นอะไรหรือเปล่า” รู้สึกว่าคนรอซัพพอร์ตเราเยอะมาก หรือแม้กระทั่งตอนปั่นเทรนด์ที่แฮชแท็ก #ด้วงกับเธอSeries ติดอันดับเทรนด์โลกเป็นครั้งแรก เราส่งไปให้พี่ป๋อว่า “พี่เราติดเทรนด์โลกจริงเหรอ” ในทุกๆ วันเสาร์ หลายครั้งเราคิดว่าการปั่นเทรนด์นั้นต้องยากแน่ๆ เลย แฟนคลับจะต้องพยายามสู้เพื่อเรามากๆ แต่ทุกคนก็ทำได้ พี่ๆ รักเรามากๆ เลยรู้สึกว่าหลายโมเมนต์ในชีวิตมันขึ้นมาแบบเกินคาดมาก และเปลี่ยนไปเยอะมากๆ แต่ที่สุดแล้วต้องขอบคุณพี่ๆ แฟนๆ ทุกคนเลยครับ


POR: จุดแรกของผมเหมือนตี๋เลย คือ EP.1 ตอนรู้ว่าบัตร sold out ก็ดีใจมาก แล้วพอมาวันจริง ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะร้องไห้ เพราะอย่างเรื่องที่แล้วเราก็ร้องไห้ใน EP. สุดท้ายเลย ก็คิดว่าชิลล์ๆ วันนี้ EP.1 สนุกๆ แต่พอขึ้นเวทีปุ๊บ ได้เห็นคนเป็นพันคนนั่งตรงหน้า แล้วเป็นงานที่เราเป็นเมนหลักครั้งแรกเลย ตื้นตันตั้งแต่ก่อนดูซีรี่ส์ด้วยซ้ำ รอบแรกที่ขึ้นไปพูดคุยก่อนดูซีรี่ส์ก็จะร้องไห้แล้วแต่กลั้นไว้อยู่ พอดูเสร็จปุ๊บก็คือ เรียบร้อย ร้องไห้ ถ้าถามว่าชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร เราอาจจะยังไม่ได้ใช้ชีวิตมากนักหลังจากซีรี่ส์ออนแอร์ เพราะทำงานทุกวัน แต่ทุกครั้งที่ไปงานต่างๆ คนมาหาเราเยอะขึ้นเยอะมาก ก็ตกใจทุกรอบเลย ยังไม่ชินสักที เวลาไปไหนมาไหนที่ไม่ใช่งาน ก็มีคนทักมากขึ้นเหมือนกัน


ELLE: ซีรี่ส์ชื่อ ‘ด้วงกับเธอ’ แล้วในชีวิตจริงล่ะ หากเปรียบอีกฝ่ายเป็นอะไรก็ตาม คิดว่าจะเปรียบได้กับอะไร?
TEETEE: ถ้าสำหรับตี๋ คงเป็น ‘ตี๋ตี๋กับพื้นที่ความสบายใจ’ เพราะรู้สึกว่า เป็นคนหนึ่งที่เราสามารถทำอะไรก็ได้ พูดอะไรก็ได้ สามารถแชร์ด้วยกันได้ตลอด เวลาเหนื่อย ท้อ หรืออะไรก็ตาม ก็มักจะมีเขาอยู่เคียงข้าง
POR: ของป๋อขอใช้เหมือนฉินแล้วกัน ‘ป๋อกับพระอาทิตย์’ รู้สึกว่าตี๋เป็นคนที่อบอุ่น และคอยเป็นอีกความสว่างในชีวิตเรา และอย่างที่ตี๋บอกไป เราสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง เราสนิทกันขึ้นมากจากตอนที่เป็นพาร์ตเนอร์กันแรกๆ ช่วงหลังมาหลายเดือนนี้เราสนิทกันจนสามารถคุยกันได้ทุกเรื่องจริงๆ



ELLE: นอกจากบทบาทพาร์ตเนอร์ในซีรี่ส์กันแล้ว ทั้งคู่กับเป็นสมาชิกร่วมวง DEXX ด้วยกันด้วย มีช่วงเวลาไหนไหมที่รู้สึกชื่นชมอีกฝ่าย ชวนให้รู้สึกว่า ‘ฉันว่าดีที่มีเธออยู่’?
POR: สำหรับผมคงเป็นความภูมิใจแล้วกัน ผมเห็นตี๋ตั้งแต่เข้ามาตอนแรกที่ได้ร่วมงานคัฟเวอร์กัน ตอนนั้นเห็นว่าตี๋เป็นเด็กที่ตั้งใจ แม้จะยังไม่ชินในสิ่งที่ทำ อาจจะด้วยชั่วโมงบินที่ยังไม่มาก จนพอได้ร่วมงานไปเรื่อยๆ จริงๆ ในฐานะ DEXX ช่วงแรกตี๋ยังมีคำถามอยู่เลยว่า “ต้องทำหน้าอย่างไร” “ท่อนนี้ต้องทำอะไร” แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว ทุกอย่างมันออกมาเป็นธรรมชาติ และภูมิใจที่ตี๋เก่งขึ้นทั้งการร้อง การเต้น ความรับผิดชอบ และมุมมองต่างๆ เติบโตขึ้นหมดเลย
TEETEE: ถ้าพูดถึงการเป็นพาร์ตเนอร์กัน มันดีใจอยู่แล้วตั้งแต่วันแรกที่เลือกพาร์ตเนอร์ เหมือนที่พี่เขาพูดว่า “ดีใจที่คนนั้นเป็นตี๋” ตี๋ก็ดีใจเหมือนกันที่คนข้างๆ ตี๋เป็นพี่เขา และรู้สึกว่าในส่วนของ DEXX ก็ดีใจที่ได้ร่วมวง และชื่นชมเขา ทุกคนรู้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยเดบิวต์มาแล้ว ดีใจที่เขายังชอบตรงนี้อยู่ ยังได้ทำหน้าที่ตรงนี้ที่เขาชอบจริงๆ ก็ชื่นชมเขามากๆ เพราะเขาเก่งมาก



ELLE: ซีรี่ส์เดินทางมาจนถึงโค้งสุดท้ายแล้ว หากสามารถทิ้งข้อความให้ตัวละครของเรา มีอะไรอยากจะบอกด้วงกับฉินเป็นการส่งท้ายบ้าง?
POR: อยากจะบอกว่า ดีใจกับฉินด้วยที่เจอความสุขแล้ว และอยากขอบคุณฉินที่มาให้เรารู้จัก ให้เราได้เป็นเขา ทำให้คนหลายๆ คนค้นพบเรามากขึ้น เอาจริงอยู่กับฉินมาปีกว่าๆ แล้ว รู้สึกผูกพันกับตัวละครมากๆ เรารู้เรื่องราวของฉินเยอะมาก ทั้งเรื่องในอดีตของเขา เรื่องในปัจจุบันของเขา อนาคตของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ดีใจมากๆ ที่ได้มาถ่ายทอดเขา
TEETEE: ตี๋ก็อยากจะบอกด้วงว่า ด้วงทำได้แล้วน้า ได้อยู่กับฉินแล้ว จีบฉินติดแล้วน้า ด้วงเก่งมากก (ลากเสียง) ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับด้วง ได้พาด้วงออกมาจากนิยาย เราเหมือนได้เจอคนๆ หนึ่งที่มีความคล้ายเราในระดับหนึ่ง ในวันที่เราเลือกนิยายเรื่องนี้ หรือเวลาผู้ใหญ่มาปรึกษาว่าอยากเล่นซีรี่ส์เรื่องไหน ตอนแรกที่เลือกเราก็ยังกังวลอยู่เลยว่า ภาพจำของแต่ละคน หรือตัวละครในใจผู้อ่านจะเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายก็ดีใจที่เราได้เป็นด้วงครับ


POR: ตอนแรกที่เห็นบทคร่าวๆ เรารู้สึกว่า เออ เหมือนเรามากๆ เลยนะ แต่พอได้เล่นไปเรื่อยๆ รู้สึกว่า ยากมาก ในการทำออกมา ทั้งด้วงทั้งฉินเลย ด้วงเองก็ต้องคีพคาแร็กเตอร์นี้ไว้ตลอดเวลา
TEETEE: แรกๆ ที่ให้สัมภาษณ์ เราเคยตอบว่า “เหมือนนะ คล้ายนะ” แต่จริงๆ มันคล้ายแค่ในส่วนหนึ่งเล็กๆ เท่านั้น นอกนั้นเขาก็เหมือนเป็นคนจริงที่ออกมาจากนิยายจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่า ดีใจมากที่ได้รู้จักกัน และขอบคุณด้วงมากจริงๆ ที่ทำให้ตี๋มาถึงจุดนี้ รักด้วงมาก และรักคุณฉินด้วยครับ
POR: ผมว่าสุดท้ายแล้ว การแสดงความรู้สึกต่างๆ ของฉินกับผมอาจจะเคยเหมือนกัน แต่เหตุผลที่ทำให้เป็นอย่างนั้นอาจจะคนละแบบ แต่ก็เข้าใจและรักในตัวละครนี้มากๆ เหมือนกันครับ



ELLE: ในขณะที่ซีรี่ส์กำลังจะจบลง แต่เส้นทางของ ‘ตี๋ตี๋-ป๋อ’ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ทั้งคู่เคยวาดฝันไว้ไหมว่า หมุดหมายต่อไปในอนาคต มีเป้าหมายใดที่เราอยากจะทำมันด้วยกัน?
POR: ที่จริงผมอะ ก่อนหน้าที่จะเจอตี๋อีก เคยมีความฝันว่า อยากจะมีอิมแพ็ค อารีน่าเป็นของตัวเอง เพราะว่าเราเคยขึ้นเวทีใหญ่ๆ หลายที่มากๆ แล้ว แต่ของตัวเองยังไม่เคย พอมาเจอตี๋ก็รู้สึกว่า อยากจะทำมันด้วยกัน
TEETEE: เหมือนกัน ก่อนตี๋จะมีพี่ป๋อ ก็มีโอกาสได้ไปชื่นชมพี่ๆ ในค่ายหลายท่าน หรือศิลปินหลายคนที่มีคอนเสิร์ตหรือแฟนมีตติ้งเป็นของตัวเอง ก็รู้สึกว่าการมีอิมแพ็ค อารีน่าเป็นของตัวเอง หรือไม่ว่าจะที่ไหนที่มีแฟนคลับมาคอยดูคอนเสิร์ตเรา มันเป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่มาก เลยอยากจะมีสิ่งนี้ไปด้วยกันกับพี่ป๋อ เหมือนอย่างที่พี่ป๋อพูด และในอนาคตก็อยากลองทำหลายๆ บทบาทกับพี่ป๋อเหมือนกันครับ ทุกพาร์ตเลย



นอกจากนั้น สองหนุ่ม ตี๋ตี๋ และ ป๋อ ยังได้มาพูดคุยพร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับสารพัดการ ‘จีบไม่จบ’ ตั้งแต่ในซีรี่ส์ด้วงกับเธอ ไปจนถึงชีวิตจริงของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นมุกจีบที่โดนเส้นที่สุดในซีรี่ส์ ตลอดจนวิธีพิชิตใจอีกฝ่าย ผ่านสัมภาษณ์ ELLE Ask Me Anything ที่จะทำให้คุณดูแล้วยิ้มตามได้อย่างแน่นอน ไปฟังคำตอบของพวกเขากัน!

