Peter Philips เผยดีเทลของเมกอัพลุคบนใบหน้าของ ต้าเหนิง กัญญาวีร์ การทำงานแบบเมกอัพอาร์ทติสท์มืออาชีพ และมุมมองต่อโลกความงามยุคปัจจุบัน

ELLE: ช่วยเหล่าถึงแต่ละลุคใน Cover Story ที่ ELLE ได้ร่วมงานกับ Dior Beauty ให้ฟังหน่อย? ครั้งนี้มีไฮไลท์อะไรบ้าง? 

Peter: “ในการถ่ายทำกับแมกกาซีน พื้นฐานของแต่ละเซ็ตนั้นจะเป็นการโชว์ถึงโปรดักส์ที่ผมรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ อย่างครั้งนี้ก็เป็นไอเท็มจาก Fall Collection ของปีนี้ ทั้งลิปสติก อายแชโดว์ และบลัชออน โดยผมจะรวมมันเข้ากับคอนเซ็ปต์ของการถ่ายทำอย่างครั้งนี้ที่บอกเล่าเรื่องราวภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Blooming Femininity’ ซึ่งรอบนี้เราได้ร่วมงานกับต้าเหนิงที่มีความโดดเด่นที่เธอสามารถเข้าได้กับทุกเมกอัพลุค เป็นความแตกต่างที่โดดเด่น ราวกับผืนผ้าใบที่ผมอยากจะรังสรรค์ผลงานไปพร้อมๆ กับทีมงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นช่างผมหรือช่างภาพ ที่ล้วนแล้วแต่อยากสร้างผลงานที่น่าดึงดูดออกมา 

สิ่งที่ผมตั้งใจทำในครั้งนี้ คือสร้างเมกอัพลุคที่มีความคลาสสิกแต่ใส่ความคูลและร่วมสมัยลงไปตามคาแรคเตอร์ของต้าเหนิง ครั้งนี้อาจจะไม่ใช่เวลาสำหรับเมกอัพลุคที่ยิ่งใหญ่มากนัก ผมอยากให้คนที่เปิดดูแมกกาซีนมีความคิดที่ว่า ‘ฉันก็สามารถใช้อายแชโดว์สีนี้ได้เหมือนกันนะ’ ผมจึงตั้งใจสร้างลุคที่ดูเข้าถึงง่ายแต่มีความน่าสนใจ เพื่อภาพที่ออกมาดีที่สุด อย่างลุคบนปกของเรา ผมชอบที่ทุกคนจะได้เห็นสีของบลัชออนที่ระเรื่อผ่านออกมาจากเส้นผม และสำหรับริมฝีปากผมใช้ลิปสติก Rouge Dior On Stage Ink Blur  สี 558 Rosewood Star ที่สร้างลุคริมฝีปากแบบแมตต์ฟุ้งเบลอสร้างความสมดุลกับผิวที่โกลว์สวย เป็นลุคที่เฟรชและเข้าถึงง่าย ส่วนลุคต่อๆ มาเหมือนเราได้เห็นเธอเปลี่ยนบทบาทไปตามเมกอัพแต่ละลุค อย่างลุคที่มีมวยผมด้านข้างใบหน้าช่วยเพิ่มความกราฟฟิกให้กับลุค ผมเลยเลือกกรีดไลเนอร์เส้นคมๆ เพื่อแมชต์เข้ากับทรงผม จับคู่เข้ากับบลัชออนสีระเรื่อ ผมผสม Dior Backstage Rosy Glow Stick สี 012 Rosewood และสี 077 Candy เข้าด้วยกัน ปิดท้ายที่ริมฝีปากสีซอฟต์ สร้างสมดุลของความมีชีวิตชีวาและความคูลในแบบ editorial ส่วนลุคสุดท้ายเป็นลุคที่คาแรคเตอร์ชัดเจนที่สุดในความคิดของผม เป็นการจับคู่สีขั้วตรงข้ามมาแมชต์กันระหว่างสีเขียวบนเปลือกตาจากพาเล็ตต์ Diorshow 5 Couleurs สี 365 Charmed Green และสีแดงบนริมฝีปากจาก Rouge Dior On Stage Shine สี 550 Red Shock และยังมีเปียผมที่มีความยาวแบบไม่รู้จบประดับด้วยดอกไม้สด เป็นลุคที่สร้างสมดุลให้กับองค์ประกอบที่แตกต่างกันสุดขั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ” 

ELLE: นอกจากการเลือกโปรดักส์ที่รังสรรค์ขึ้นใหม่แล้ว ในการถ่ายทำกับแมกกาซีน คุณคำนึงถึงองค์ประกอบไหนอีกบ้าง? 

Peter: “ ผมมองถึงคนที่จะมาเป็นแบบ มองถึงโครงหน้าและบุคคลิกของแต่ละคนที่แตกต่าง เพื่อสร้างเมกอัพที่เหมาะกับพวกเข้า แล้วก็ช่างภาพ เพราะช่างภาพแต่ละคนมีสไตล์การถ่ายภาพและการจัดแสงที่แตกต่างกันและมาแมชต์เข้ากับเมกอัพลุคในรูปแบบที่ผมสามารถแต่งได้เพื่อให้ทุกอย่างเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ความเข้มและอ่อนของเมกอัพจึงขึ้นอยู่กับสไตล์ของช่างภาพเช่นกัน และแน่นอนก็คือทีมแมกกาซีนในเรื่องของคอนเซ็ปต์ที่เราต้องการจะสื่อสารออกมา นอกจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของโทนสี ทรงผม และเนื้อสัมผัส รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ ต่างๆ เพื่อสร้างลุคที่สมบูรณ์แบบที่สุด แน่นอนว่าเรื่องของโทนสีนั้นเป็นสิ่งที่กำหนดมาแล้วจากไอเท็มที่เราวางกันไว้ว่าจะหยิบใช้ ผมชอบนะที่ได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ในขอบเขตที่ถูกกำหนดมา ไม่อย่างนั้นผมมองว่าผมกำลังทำงานกับความเป็นไปได้ที่กว้างจนเกินไปและไร้ที่สิ้นสุดของผลงานจนหลงทางได้” 

ELLE: คุณหาสมดุลระหว่างความงามที่คลาสสิกและองค์ประกอบของความงามที่กำลังเป็นเทรนด์ในเมกอัพลุคของคุณอย่างไร? 

Peter: “ ข้อได้เปรียบของการถ่ายแบบในแมกกาซีนหนึ่งข้อก็คือ มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าคุณแต่งเมกอัพลุคแบบใด แต่มันถูกถ่ายออกมาในรูปแบบใดมากกว่า ผลลัพธ์สุดท้ายที่เราต้องการคือภาพที่น่าดึงดูดและอยู่เหนือกาลเวลา บางเมกอัพลุคอาจจะดูน่าตื่นตาในชีวิตจริง แต่ถ่ายออกมาแล้วดูธรรมดา ในทางกลับกันหากปรับวิธีการถ่ายทำ ลุคนั้นก็อาจจะดูเข้าดับเทรนด์ในช่วงเวลานั้นๆ ก็เป็นได้ แน่นอนว่าการแต่งหน้านั้นสำคัญ แต่สเต็ปต่อไปคือการถ่ายทำ ผมจึงมักจะคำนึงถึงสไตล์ของช่างภาพ เพื่อสร้างผลงานที่สอดประสานกันลงตัวที่สุด รวมไปถึงคาแรคเตอร์ของแมกกาซีนเช่นกัน” 

ELLE: มีเมกอัพชิ้นไหนของ Dior Beauty ที่คุณมักจะหยิบขึ้นมาใช้ทุกครั้งในการถ่ายแมกกาซีนบ้างไหม? 

Peter: “ อย่างแรกเลยคืออายแชโดว์ทั้งหลาย เพื่อหาโทนสีที่เหมาะที่สุดในการสร้างเมกอัพลุคในแต่ละครั้ง ต่อมาคือรองพื้น ผมชอบใช้ Dior Forever Skin Wear Foundation เพราะมันให้ฟินนิชชิ่งแบบแมตต์ที่ผมสามารถสร้างให้เป็นงานผิวที่หลากหลายได้ ทั้งงานผิวที่เป็นธรรมชาติไปจนถึงแบบโกลว์ และอีกชิ้นหนึ่งจากคอลเล็กชั่น Backstage ก็คือ Dior Backstage Glow Maximizer Palette สี 001 Universal Glow ที่มีทั้งสีขาวมุก สีทอง สีชมพู และสีบรอนซ์ เป็นเหมือนฟินนิชชิ่งทัชให้กับเมกอัพลุคแต่ละครั้งได้” 

ELLE: ความแตกต่างระหว่างการรังสรรค์เมกอัพลุคเพื่อถ่ายทำและเพื่อรันเวย์คืออะไร? 

Peter: “สำหรับเมกอัพบนรันเวย์นั้นขึ้นอยู่กับดีไซน์เนอร์แต่ละคนเลยก็ว่าได้ เพราะมันเหมือนเป็นองค์ประกอบที่เข้าไปทำให้คอลเล็กชั่นเสื้อผ้านั้นๆ ของพวกเข้าสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และผมก็ไม่ได้อยากจะให้เมกอัพไปแย่งความโดดเด่นของเสื้อผ้าเช่นกัน หากพูดถึง Jonathan Anderson แล้ว แน่นอนว่าเขาไว้ใจผมได้ในเรื่องของานผิวที่สวยอย่างเป็นธรรมชาติ แต่บางครั้งระยะเวลาในการสื่อสารของเรานั้นสั้นกว่าที่คิด อย่างโชว์ Haute Couture Fall-Winter 2026 ที่ผ่านมา ผมได้คุยกับเขาในวันที่นางแบบเริ่มฟิตติ้งชุดก่อนโชว์ไม่กี่วัน เขาเล่าให้ผมฟังว่าภายในรันเวย์จะตกแต่งด้วยวัสดุเมทัลลิกและมีต้นไม้สีเขียวประดับเช่นกัน ผมเลยนึกถึงอายแชโดว์พาเล็ตต์ที่เราใช้กันอย่าง Diorshow 5 Couleurs สี 365 Charmed Green รวมไปถึงน้ำยาทาเล็บที่เขายังไม่เคยเห็นมาก่อน เขาก็เห็นด้วยกับโทนสีนี้ ส่วนตัวแล้วเขาชอบลุคที่มีอายไลเนอร์กลิตเตอร์จากรันเวย์คอลเล็กชั่น Dior Cruise 2027 ที่ลอสแองเจลลิสที่ผ่านมา ผมเลยเสนอทั้งลุคที่แต่งเปลือกตาด้วยอายแชโดว์สีเขียวพร้อมกับอายไลเนอร์กลิตเตอร์ในโทนใกล้เคียงกัน ผมเสนอไปประมาณ 5 รูปแบบและเขาชอบมันทั้งหมด (หัวเราะ) เป็นเมกอัพลุคที่เน้นงานผิวธรรชาติโดยมีลูกเล่นที่เปลือกตาสำหรับบางคน เป็นภาพของผู้หญิงดิออร์ที่อ่อนเยาว์และคูลอยู่ในหัวของ Jonathan มาตลอด 

อีกองค์ประกอบหนึ่งคือเรื่องของแสงบนรันเวย์ ผมเคยคอนทัวร์ใบหน้าของนางแบบบนรันเวย์ดิออร์เลยในแต่ละคอลเล็กชั่น แน่นอนว่ามันจะดูสวยเมื่อแต่งเสร็จแล้ว แต่บนรันเวย์นอกจากแสงไฟ ยังมีองค์ประกอบอีกมากมายทั้งฉากหรือการตกแต่ง มันสร้างแสงที่ไม่แน่นอน เงาหรือไฮไลท์ที่มากเกินไป และเราไม่อยากให้ใบหน้าของนางแบบออกมาไม่สวยงาม” 

ELLE: คุณคิดว่าเมกอัพลุคจากแมกกาซีนยังมีอิทธิพลต่อเทรนด์เมกอัพในปัจจุบันหรือไม่? และในทางกลับกันเทรนด์เมกอัพบนโลกโซเชียลมีอิทธิพลต่อเมกอัพลุคในแมกกาซีนบ้างไหมในปัจจุบัน? 

Peter: “ ผมมองว่าทั้งคู่มีอิทธิพลซึ่งกันและกัน สำหรับเมกอัพลุคในสไตล์ editorial นั้นเป็นสิ่งที่คุณค่อยๆ เปิดดูได้จากแมกกาซีน เป็นการเสพสื่อในรูปแบบที่ผู้บริโภคแมกกาซีนจะรู้อยู่แล้วว่าคุณสามารถใช้เวลากับมันได้จากการเปิดอ่านหนังสือหนึ่งเล่ม ส่วนเทรนด์ความงามจากโลกโซเชียลมีเดียเหมือนกับของว่างที่คุณสามารถสไลด์ดูได้อย่างรวดเร็วตลอดทั้งวัน เรียกว่าเป็นมุมมองต่อเรื่องความงามที่แตกต่าง แต่ทรงอิทธิพลไม่แพ้กัน” 

ELLE: นิยามของ ‘Luxury Beauty’ ในปัจจุบันสำหรับคุณแล้วคืออะไร? 

Peter: “ถ้าพูดถึงโปรดักส์ คงจะเป็นเรื่องของคุณภาพที่ยั่งยืน อาจจะไม่ได้ตามเทรนด์ขนาดนั้นเพราะเทรนด์มาแล้วก็ไปอย่างรวดเร็ว เอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงแพ็กเกจจิ้ง ที่ Dior Beauty เรามองว่าหากตัวโปรดักส์นั้นมีคุณภาพและองค์ประกอบที่ดีแล้ว มันสามารถกลับมาเป็นหรืออยู่ในเทรนด์ได้เรื่อยๆ ในระยะยาว ส่วนถ้าหากจะพูดถึงเรื่องของความงามแล้ว ถ้าหากโปรดักส์ความงามแต่ละชิ้นทำให้คุณรู้สึกดีและมั่นใจ ความรู้สึกนั้นแหละคือ ‘Luxury Beauty’ ”

ELLE: เราจะได้เห็นอะไรต่อไปสำหรับ Dior Makeup?

Peter: “ แน่นอนว่ามีอีกหลายโปรดักส์ที่น่าตื่นเต้นรอให้คุณได้สัมผัสกัน ที่มาพร้อมกับคุณภาพที่เชื่อถือได้และความน่าตื่นตาของแต่ละโปรดักส์เหมือนที่เราทำมาโดยตลอด เรากำลังจะมีรองพื้นรุ่นใหม่ที่อยากให้คุณรอติดตามและอีกอย่างคือ Holiday Collection ประจำปีนี้ที่โดดเด่นไม่แพ้ปีไหนๆ แน่นอน” 

Photographer:Sutthiwat Sangkong
Assistant Photographer:Amnaj Waimaiee, Chotitud Jainkiatfu, Traipat Maneesombutkul

Latest Posts

Don't Miss