เปิดบทสัมภาษณ์ของ Jackson Wang ถึงอัลบั้มล่าสุด ความรู้สึกต่อคอนเสิร์ตที่ไทย และข้อความถึงแฟนๆ ชาวไทย

เรื่องราวเซอร์ไพรส์และความพิเศษเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา เหมือนกับจังหวะชีวิตและสไตล์ที่มาพบกันอย่างเหมาะเจาะแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเสมอ แจ็คสัน หวัง กลับมาขึ้นปกนิตยสารแอล ประเทศไทยอีกครั้ง พร้อมกับเป็นตัวแทนหนุ่มยุคใหม่ถ่ายทอดความเรียบง่าย คลาสสิกของเครื่องประดับและนาฬิกาจาก Cartier ในฉบับเดือนธันวาคมนี้ พร้อมนั่งพูดคุยถึงอัลบั้มล่าสุด Magic Man 2, ความประทับใจต่อคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย ตลอดจนข้อความที่อยากจะส่งต่อถึงแฟนๆ ชาวไทยทุกคน

ELLE : ก่อนอื่นเลย เรารู้สึกยินดีมากที่คุณกลับมาขึ้นปก ELLE Thailand อีกครั้ง (ครั้งก่อนนั้นย้อนไปตอนฉบับเดือนสิงหาคม 2022 ก่อนอัลบั้ม Magic Man จะออก) เราอยากทราบถึงความเชื่อมโยงระหว่างอัลบั้มนั้นสู่ Magic Man 2 ล่าสุด

Jackson : Magic Man 1 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของงานศิลปินเดี่ยวที่มีวุฒิภาวะมากขึ้นสำหรับผม ก่อนอัลบั้มนี้เพลงส่วนใหญ่เหมือนกำลังพยายามสื่อว่าผมกำลังเติบโตขึ้น ผมคิดว่าสำหรับ Magic Man 2 เกี่ยวกับสิ่งที่ผมอยากจะแชร์กับผู้คน สื่อถึงอะไรที่ดูส่วนตัวมากขึ้น พื้นฐานคือการแชร์ถึงหนทางที่ผมฟื้นตัวจากหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวผมในทุกๆ แง่มุม

ELLE : เมื่อดูแค่ชื่อเพลงคร่าวๆ จากในอัลบั้ม เห็นมีชื่อเพลงอย่าง High Alone หรือ Not For Me คาดเดาว่าอัลบั้มนี้น่าจะเต็มไปด้วยความมืดหม่น ว้าเหว่ และสิ้นหวัง มันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า? เรายังคงสามารถเชื่อในเรื่องความรัก ความไว้เนื้อเชื่อใจ เหมือนในเพลง One Time ได้อยู่ไหม?

Jackson : สำหรับทั้งอัลบั้มของ Magic Man 2 นั้น ถ้าคุณดูลิสต์เพลงจากเพลงแรก High Alone ไปจนถึงเพลงสุดท้าย Made Me A Man มันคือการตื่นรู้จากความมืดมิดสู่การเกิดใหม่อีกครั้ง สิ่งที่ผมอยากแชร์กับผู้ฟังนั่นคือว่าเพราะผมไม่สามารถบอกให้ใครรู้สึกดีขึ้นได้ ทำให้แฮปปี้ขึ้นได้ ถ้าหากผมไม่แสดงให้พวกเขาเห็นถึงสิ่งที่ผมเคยเป็นตอนที่ยังอยู่ในมุมมืดในอดีต ดังนั้น ทั้งอัลบั้มนี้คุณจะได้เห็นด้านที่ซื่อสัตย์ที่สุดของผม เห็นตัวตนที่ผมเคยเป็นในอดีต ผมตื่นเต้นอยู่คนเดียวท่ามกลางผู้คนมากมาย ในปาร์ตี้ที่ทุกคนพูดถึงสิ่งดี สิ่งไม่ดีกับผม สำหรับผมนั่นมันทำให้รู้สึกเตลิดไปไกล ยิ่งเข้าถึงความรู้สึกนั้นมากเท่าไร ผมก็ยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวมากเท่านั้น นั่นคือเพลง High Alone ต่อมาคือเพลง Not For Me นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่ในช่วงนั้นในช่วงมืดบอด คืออัลบั้มนี้เหมือนแต่ละบทของชีวิต ช่วงที่เพลิดเพลินไป ช่วงที่สูญเสียตัวตน ช่วงที่ได้ตื่นรู้ ผมมั่นใจว่าสำหรับผู้ที่สนใจในอัลบั้มนี้อย่างดี สนใจในตัวผม คอมมูนิตี้ของผม เวลาได้ฟังแต่ละเพลง คุณจะรู้สึกเหมือนได้รับประสบการณ์ในเวอร์ชั่นของตัวเอง เพราะนี่ไม่ใช่อัลบั้มเพลงที่ทำออกมาอย่างไร้ที่มาที่ไป ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงไม่ใช่เวลานับปี ผมรู้สึกว่าในฐานะศิลปิน สักครั้งหนึ่งในชีวิตก็ควรซื่อสัตย์กับตัวเอง กับผู้ฟัง กับแฟนๆ ผมต้องการแชร์ความเป็น ‘ตัวเอง’ ไม่ใช่ ‘Jackson Wang’ ไม่ใช่ ‘Magic Man’ ไม่ใช่ ‘GOT7’ ไม่ใช่ ‘ไอดอล’ ไม่ใช่ ‘เคป๊อป ซีป๊อป หรือทีป๊อป’ ไม่ใช่ทั้งนั้น แต่เป็นตัวผมในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

ELLE : ช่วยแชร์ความรู้สึกสำหรับคอนเสิร์ตครั้งล่าสุดที่เพิ่งจัดในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3-4 ต.ค. 2025 ที่เพิ่งผ่านมานี้หน่อย

Jackson : ในคอนเสิร์ตนั้นแทบจะสื่อแบบเดียวกับในอัลบั้ม แต่เป็นในแบบที่คุณเห็นต่อหน้ากับตาตัวเอง ถ้าคุณฟังเพลงในอัลบั้ม เข้าใจในตัวผม คุณจะได้รับประสบการณ์นั้นผ่านจากแค่หู คุณดูมิวสิกวิดีโอของผม คุณจะได้รับประสบการณ์นั้นผ่านภาพที่เห็นพร้อมกับการฟัง แต่มันจะต่างออกไปถ้าคุณเห็นด้วยตาตัวเอง ผมสร้างสรรค์โชว์ทั้งหมด เพราะทุกๆ ครั้งก่อนหน้านี้ผมทำอะไรที่เชื่อมโยงกับเพลง ต่อยอดสู่การทำโชว์ ผมจะทำเป็น Power Point หรือทำเป็นไฟล์ PDF เลย ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมไม่มีใครคิดเลยว่าศิลปินจะทำแบบนี้ อาจคิดว่าคงจะมีใครคนอื่นคอยทำให้ คนทั่วไปจะคิดว่าศิลปินมักเป็นคนโง่แบบนั้นหรือ คงไม่สามารถกำกับมิวสิกวิดีโอในแบบที่ตัวเองต้องการได้ใช่ไหม คุณต้องทำมันให้ได้ เพราะมันเป็นงานศิลปะของคุณเอง นี่อัลบั้มของผมนะ! เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ ไม่ว่าจะออกมาดีแค่ไหน ผ่านผู้กำกับดีแค่ไหน แต่อาจไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ หรือไม่ใช่เรื่องที่ผมอยากสื่อออกไป

ทั้งหมดที่เห็นในคอนเสิร์ตคือ 100% จากตัวผม ทั้งตัววิดีโอที่ใช้ ลำดับเพลง แต่ละพาร์ตของคอนเสิร์ต การจัดแสง การเคลื่อนไหว การลื่นไหลของโชว์ทั้งหมด ต้องใช้เวลาเตรียมตัวราว 3-4 เดือน แล้วแต่ละมิวสิกวิดีโอของอัลบั้มนี้ก็เชื่อมโยงกันด้วย รวมๆ แล้วต้องใช้เวลาเป็นปีในการเตรียมการในอัลบั้มนี้ทั้งหมด ทั้งหมดมันเชื่อมต่อกัน ถ้ามีบางจุดผิดไป จุดอื่นก็จะผิดไปด้วย มันใช้เวลามากๆ ครับในการทำอะไรแบบนี้

ELLE : คราวก่อนเราถามคุณถึงพลังเหนือธรรมชาติ ถ้าหากคุณมีพลังนั้นในตอนนี้จะยังคงเป็นพลังแบบเดียวกับที่คุณบอกไหม พลังแบบในเอ็มวี ‘Cruel’ ที่เป็นอมตะ ไม่สามารถทำลายได้?

Jackson : ตอนนี้ผมอยากเป็นเจ้าของ Foodland อยากให้ที่นั่นมีเมนูของ Jackson

ELLE : ถ้าคุณสามารถกลับไปพบคนหนึ่งได้ในอดีต คนนั้นคือใคร และคุณจะพูดอะไรกับเขา/เธอคนนั้น?

Jackson : ผมอยากจะพบกับมนุษย์คนแรกบนโลกครับ แต่ไม่รู้ว่าผมจะพูดอะไรกับเขานะ อยากจะพูดทักว่า “เป็นอย่างไรบ้างเพื่อน?” (หัวเราะ)

ELLE : ในตัวคุณ 100% จะแบ่งไปด้วยอะไรบ้างในปี 2025 นี้

Jackson : ผมพบแต่ความสงบสุขภายในใจ จริงๆ แล้วเป็นภายในจิตใจผมเองต่างหากที่บอกผมว่าผมได้พบกับความสงบสุขแล้ว ดึงตัวเองกลับมาได้จนรู้สึกสงบสุขเสียที ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ตั้งแต่ยังเป็นเด็กที่เข้ามาสู่โลกอุตสาหกรรมบันเทิง ได้พบเห็นสิ่งต่างๆ มากมาย ต้องพบเจอกับสิ่งที่เข้ามาทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อมตั้งรับ ตอนนี้ผมอายุ 31 แล้ว ได้ทำงานและเดินทางไปในหลายเมือง หลายประเทศ จนมาถึงจุดนี้ผมคิดว่าตัวเองไม่ยึดติดกับอะไรมากขึ้น ผมพบกับความสงบภายในจิตใจ ผมให้เวลากับตัวเองมากขึ้น ให้ความทุ่มเทและความรักมากขึ้น ผมเลยอยากแบ่งปันกับผู้คนให้มากขึ้นว่าไม่ว่าคุณจะผ่านอะไรมาขนาดไหน อย่าลืมให้เวลา ให้ความรักกับตัวเอง คุณรู้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ รู้ต้นสายปลายเหตุของทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เวลาจะทำอะไรก็พยายามจดสิ่งที่ควรแก้ไข เรียนรู้ ยอมรับข้อผิดพลาด แล้วก้าวต่อไปข้างหน้าให้ได้

ELLE : ปีนี้เป็นปีครบรอบ 80 ในการก่อตั้งนิตยสาร ELLE ด้วย คุณรู้สึกอย่างไรบ้างในการมีส่วนเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ด้วยการมาเป็นฟรอนต์แมนของ ELLE Thailand? และคุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Cartier อีกครั้ง?

Jackson : สุขสันต์วันครบรอบ 80 ปีครับ!ELLE เป็นส่วนสำคัญหลักเสมอในการส่งอิทธิพลทางด้านรสนิยม มาตรฐานการใช้ชีวิต และสไตล์ ผมเลยมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งครับ หวังว่าในโอกาสครบรอบ 90 ปี ผมจะได้กลับมาร่วมงานในแบบนี้อีกเป็นการปิดจบปลายปีกับฉบับธันวาคม ตอนครบรอบ 100 ปีก็ด้วย และสำหรับ Cartier ผมมีโอกาสได้ร่วมงานมาเป็นเวลาพักใหญ่ๆ แล้ว น่าจะราว 6-7 ปีแล้ว ผมเป็น Cartier Boy – – ใช่ครับ! (พูดเป็นภาษาไทย) ผมกลายเป็นแฟนของแบรนด์และได้เรียนรู้อะไรมากมายเช่นกัน

ELLE : ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาพักเพื่อไปหาแรงบันดาลใจ หรือเพื่อรีชาร์จพลังใหม่หรอกใช่ไหม เพราะเวิลด์ทัวร์ของคุณยิงยาวไปถึงปีหน้าโน้นเลย?

Jackson : ผมพักเบรกไป 1 ปีเลยในปีที่แล้ว เพื่อทำอัลบั้มใหม่นี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผมพักเบรกนานขนาดนั้น เขียนเพลงทุกวันเหมือนกับเขียนบันทึกประจำวัน ถ้าถามว่าทำไมผมยังไม่อยากพักตอนนี้ นั่นก็เพราะผมกำลังมีความสุขกับสิ่งที่ผมทำ แล้วผมก็รู้สึกสงบขึ้นมากแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าอยู่ภายใต้ความกดดันอะไร ผมรู้สึกว่าเกือบทุกสิ่งที่ผมกำลังทำนั่นมันเป็นสิ่งที่ผมชอบจริงๆ ไม่ว่าจะการถ่ายแบบเพื่อนิตยสาร ถ่ายทำคอนเทนต์ การเพอร์ฟอร์ม ทำเพลง ดูแฟชั่นโชว์ ผมชอบทำทั้งหมดนั้น มันเป็นแพสชั่นของผม ดังนั้น ถ้ามันเป็นเรื่องของแพสชั่นเลยไม่ได้รู้สึกเครียดอะไร

ELLE : ข้อความส่งท้ายถึงแฟนๆ ชาวไทยและผู้อ่าน ELLE

Jackson : ก่อนอื่นเลยยินดีด้วยกับ ELLE ในโอกาสครบรอบ 80 ปี แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครับ ขอบคุณที่ในหลายครั้งผมกลับมาเราได้ร่วมงานกันตลอด สำหรับแฟนๆ ชาวไทย ทุกๆ ครั้งที่ผมกลับมาจะมีทั้งความรัก การซัพพอร์ต ผมซาบซึ้งมากๆ หลายต่อหลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถแชร์ความรู้สึกนั้นออกไปได้ มันอาจเป็นความรู้สึกที่ไม่ได้ยืนยาวตลอดไป แต่ผมถึงอยากจดจำเอาไว้และแชร์ออกไป รวมถึงโอกาสทั้งหมดที่ทำให้ผมได้กลับมา ผมจะเก็บไว้ในใจผมเสมอ อยากขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนั้นครับ

Latest Posts

Don't Miss