ในวันที่คำว่าอินโทเวิร์ตไม่ใช่นิยามของความเงียบอีกต่อไป เอเอ-อชิรกรณ์ สุวิทยะเสถียร หนึ่งในสมาชิกของวง BUS because of you i shine คือภาพสะท้อนของความนิ่งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เขาอาจไม่ใช่คนที่พูดเยอะแต่ทันทีที่ดนตรีเริ่ม เสียงของเขากลับชัดเจน ทำให้ความเงียบในแบบของเอเอจึงไม่ใช่ระยะห่าง แต่คือพื้นที่ที่เขาเลือกสื่อสารอย่างตั้งใจ ทั้งบนเวทีและในชีวิตจริงนั้น เอเอกำลังเติบโตอย่างมั่นคงและเข้าใจบทบาทของตัวเองมากขึ้นในทุกก้าว บทสนทนาครั้งนี้แอลขอพาไปรู้จักเอเอในมุมที่ลึกกว่าเสียงเพลง มุมของเด็กหนุ่มที่ดูนิ่งแต่ยังคงชัดเจนเสมอ

ELLE: ตั้งแต่วันที่ได้เป็น BUS จนถึงวันนี้ ช่วงไหนที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นจริงๆ?
AA: ผมว่าเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ Happy BUSDAY รอบปีแรก มันเป็นครั้งแรกที่พวกเรามีคอนเสิร์ตของตัวเอง แล้วก็เป็นครั้งแรกที่เราทำงานกับพี่ๆ ผู้ใหญ่หลายๆคน เราต้องทำงานกันเอง ต้องทำอะไรหลายอย่างเอง
ELLE: รู้สึกปลดล็อกตัวเอง?
AA: เคยได้ยินไหมครับ มันเรียกว่า ‘Spotlight Effect’ เหมือนความรู้สึกที่คนเราโดนมองตลอดเวลา เวลาเราไปไหนคนก็จะสังเกตเราตลอดเวลา เราก็จะไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง ซึ่งจริงๆ แล้วคนรอบข้างอาจไม่ได้สนใจเราขนาดนั้น ไม่ได้มองเราตลอดเวลา เพราะเขาก็มีสิ่งที่เขาอยากทำในชีวิตอะไรแบบนี้ แล้วก็ผมรู้สึกว่ามันดีมาก ทำให้เรากล้าแสดงออกมาขึ้น ผมมองมันในเชิงโพซิทีฟมากกว่า เราก็ควรปล่อยวาง ควรทำในสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ ไม่ต้องสร้างกำแพงของตัวเอง ไม่ต้องคิดว่ามีคนคอยตัดสินตลอดเวลา ผมเป็นอินโทรเวิร์ตนะ หลายๆ ครั้งที่ผมไม่ค่อยกล้าแสดงออกบางอย่าง แต่พอมีความคิดนี้เข้ามาแล้วมันดีสำหรับผมมากจริงๆ

ELLE: ถ้าสมมติวันนี้ ELLE หรือว่าคนอ่านเป็นเพื่อนสนิทของเอเอ มีนิสัยอะไรที่ไม่เคยบอกใครที่ไหนมั้ย?
AA: ปกติข้างนอกผมอาจจะดูนิ่งๆ แต่ถ้าเกิดว่าอยู่กับเพื่อนจริงๆ ผมจะพูดอะไรไม่ค่อยถูก แบบว่าพูดไปเรื่อยแล้วก็…เอาเป็นว่าเป็นคนที่ไม่ได้จริงจังขนาดนั้นแล้วกัน ก็เล่น เป็นคนที่อยู่ในสถานการณ์ไหนก็สามารถยิ้มได้ครับ
ELLE: ถ้าสมมติว่า BUS เป็นครอบครัว คิดว่าตัวเองจะรับบทเป็นอะไรในครอบครัวนี้?
AA: ผมน่าจะเป็นตำแหน่งทำทุกอย่าง แบบบางวันอยากซักผ้าก็จะไปซักผ้า บางวันอยากทำอาหารก็ทำอาหาร ผมคิดว่าผมเป็นคนที่ขี้เกียจ (อมยิ้ม) ถ้าสมมติว่าเพื่อนๆ ทำงานทุกวัน ผมอาจจะมีจังหวะที่นั่งดูทีวี เล่นอยู่บ้าน

ELLE: มีข้อความไหนจากแฟนคลับที่ทำให้รู้สึกว่าการมาเป็นศิลปินมันคุ้มค่ามากๆ เลย?
AA: ผมรู้สึกว่ามีหลายๆ ข้อความละกัน ไม่ใช่แค่ข้อความเดียว หลายๆ คนเขียนเข้ามาว่า ช่วงเวลาที่รู้สึกเศร้า รู้สึกไม่ดีในชีวิต พอได้เห็นเอเอเขาก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาแล้ว ผมรู้สึกว่าแค่ได้อ่านสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ผมมีความสุขแล้วครับ

ELLE: 3-5 ปีต่อจากนี้เอเอตั้งเป้าหมายของตัวเองไว้ยังไงบ้าง?
AA: ยังไม่รู้เลย 3-5 ปีจะเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังไม่ได้แน่ใจอะไรขนาดนั้น มันก็มีสิทธิ์ไปได้หลายทางนะครับ หนึ่งในทางที่ไปได้ก็คืออยู่ใน BUS ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นทางที่ผมรู้สึกว่าเป็นไปได้มากๆ เพราะเอาจริงๆ เป้าหมายของเราคืออยากทำเพลงไปเรื่อยๆ ทำผลงานไปเรื่อยๆ ให้ดี ผมเป็นคนชอบดนตรี ชอบวงการเพลงอะไรแบบนี้อยู่แล้ว เป็นการอยู่ในที่ที่ผมมีความสุขอยู่แล้ว ถ้าสมมติว่าผมไม่ได้อยู่ใน BUS แล้ว ผมรู้สึกว่าก็ยังจะมีงานอดิเรกหรืออะไรบางอย่างที่ทำเกี่ยวกับเพลงอยู่เพราะเป็นสิ่งที่ผมรักในชีวิตนี้
ELLE: ถ้าสมมติเอเอได้ไปทำงานคนเบื้องหลัง จะทำตำแหน่งอะไร?
AA: ถ้าเป็นเบื้องหลังจริงๆ ผมสนใจหลายอย่างนะ เรื่องการแต่งเพลง การโปรดิวซ์ หรือการแต่งเพลงผมก็ชอบ เอาจริงเรื่องการถ่ายรูปผมก็อาจจะทำได้ ถ่ายวิดีโออะไรแบบนี้ไปเรื่อย ไม่รู้เหมือนกันว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่ว่าก็รอให้ มันเป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น แล้วผมก็หวังว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า อยากทำอะไรที่ตัวเองชอบมากๆ จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการร้องเพลง การเต้น ฮอบบี้ต่างๆ ที่ผมมีเช่นการเล่นกีต้าร์ การทำเพลง การถ่ายรูปอะไรงี้ อยากทำอะไรที่ส่งเสริมที่ผมชอบครับ


อ่านบทความ: 12 หนุ่มวง BUS because of you i shine กับการเดินทางสู่ปีที่ 3 ในฐานะผู้เล่นในสนามที-ป๊อปที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ
Interview: Tikumporn Chaiyakote
Text: Chanel panyaworn
Photographer : Wasu Sukatocharoenkul
Fashion Editor : Preuksapak Chorsakul
Makeup : Witsarut Jullasorn, Saran Anaphon, Chawika Lieochaiyaphan
Hair : Roangritz Apisitvachiramatee, Sukwasa khadphab, Chanyanuch Woraphakpridakun
Assistant Photographer : Similan Prangprasert, Santipong jodnok, Danai sompong
Assistant Stylist : Junjira Wangaug, Tidawan Suttichai, Ploypailin diloksri, Nichapat Thongjring

