แอลได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับ Boucheron ในการเฉลิมฉลองเปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกขึ้นที่ซินเทียนตี้ ย่านประวัติศาสตร์อันเต็มไปด้วยเรื่องราวและความมีชีวิตชีวาของมหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ที่ ณ แฟล็กชิปสโตร์แห่งนี้ยังหล่อหลอมไว้ด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมและศิลปะของจีนที่ผ่านการตีความใหม่อย่างทันสมัย และผสมผสานเข้ากับประเพณีและงานฝีมือการรังสรรค์เครื่องประดับอัญมณีของเมซงแห่งนี้ได้อย่างกลมกลืนเสมือนกับไร้ซึ่งพรมแดน


เมื่อประวัติศาสตร์มาบรรจบกับความร่วมสมัยของย่านซินเทียนตี้ที่กำลังได้รับความนิยมของทั้งเหล่าผู้คนท้องถิ่นและนักเดินทางจากทั่วโลก เมซง Boucheron ก็ได้สอดแทรกตัวอยู่ท่ามกลางความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมและศิลปะของย่านสำคัญนี้ โดยอาศัยแนวคิดในการเลือกใช้ตัวอาคารเก่าแก่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความทรงจำแบบเดียวกับเมื่อครั้งที่ Frédéric Boucheron ตัดสินใจเลือกคฤหาสน์สกุลนอเซมาเป็นอาคารบูติกและสำนักงานใหญ่ที่จัตุรัสว็องโดมของกรุงปารีสเช่นกัน การเลือกเฟ้นอาคารและย่านประวัติศาสตร์สำหรับเป็นที่ตั้งของแฟล็กชิปสโตร์บนพื้นที่ 278 ตารางเมตรที่กลายเป็นตัวแทนของแบรนด์ในมหานครเซี่ยงไฮ้นี้ จึงผ่านขั้นตอนและการเสาะหาอย่างพิถีพิถัน และยังได้ทำงานร่วมกับทั้งสถาปนิก นักออกแบบ และศิลปินชื่อดังมาสร้างสรรค์ความโดดเด่นอันมีเอกลักษณ์ที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมและสถานที่ตั้งได้อย่างลงตัว

จุดเด่นแรกนั้นต้องยกให้กับสถาปัตยกรรมสือขู้เหมิน ซึ่งแปลตรงตัวว่า ประตูหิน ตามรูปแบบประตูปูนปั้นนูนโค้งแบบยุโรป ที่เป็นกระแสความนิยมทางวัฒนธรรมระหว่างตะวันตกและตะวันออกอันเป็นมรดกอันรุ่งโรจน์ในอดีตของมหานครเซี่ยงไฮ้ ย่านที่รวมทุกความทันสมัยบนแผ่นดินจีนระหว่างยุคอาณานิคมในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 นอกจากนี้ ยังรวมไว้ด้วยศิลปะจีนและอิทธิพลของตะวันตกซึ่งสามารถสัมผัสได้ทั่วแฟล็กชิปสโตร์แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงอาคารแบบบ้านลานเรือนจีนรองรับหลังคาเก๋งจีน และงานก่ออิฐแบบยุโรป ซุ้มประตูโค้งสไตล์บาโรกเหลี่ยมมุม และแนวระเบียงลานโล่งของชั้นบนในสไตล์นีโอคลาสสิก ส่วนภายในตกแต่งด้วยความละเอียดอ่อนของศิลปะแบบจีนและสไตล์อาร์ตเดโคที่เป็นรหัสสัญลักษณ์ประจำเมซง ทั้งหินอ่อนสีที่คัดสรรมาเพื่อรังสรรค์เป็นโครงสร้างหลักภายใน ตลอดจนการเลือกใช้สัดส่วนสมมาตรซึ่งตัดด้วยประกายเงาวาวของโลหะ หรือเฉดสีเมทัลลิก รวมถึงรูปทรงเจียระไนเหลี่ยมมรกตเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านวัสดุต่างๆ ตามธรรมเนียมนิยมของวัฒนธรรมจีนซึ่งผสมผสานไว้อย่างสอดคล้องทั่วบูติก




ภายในอาคารประวัติศาสตร์ได้รับการออกแบบและตกแต่งโดยความร่วมมือกับ Mingzhu Nerval สตูดิโอสถาปนิก ซึ่งออกแบบสวนกลางกรุง 2 อารมณ์เพื่อเป็นตัวแทนการอยู่ร่วมกันระหว่างวัฒนธรรมต่างขั้ว ท่ามกลางความสวยงามของสวนสวยสไตล์เมซง ที่เป็นการผสมผสานศิลปะการจัดส่วนแบบฝรั่งเศสและแบบจีน ซึ่งผู้มาเยือนบูติกแห่งนี้ย่อมสัมผัสได้ถึงความสงบร่มรื่นอย่างแท้จริง ตั้งแต่แมกไม้เขียวขจีของสวนภายนอกรายรอบตัวอาคารไปจนถึงศาลาเปิดโล่ง ก่อนเข้าสู่บรรยากาศเรือนกระจกของศิลปะจัดสวนธรรมชาติและสถาปัตยกรรมเยว่เหมิน หรือประตูพระจันทร์ รับไปกับโครงสร้างเหล็กดัดลายเหลี่ยมมรกตสัญลักษณ์ของเมซง ซึ่งให้ความรู้สึกราวกับยก Jardin d’hiver หรือ สวนฤดูหนาว ใจกลางบูติกเลขที่ 26 จัตุรัสว็องโดมมาไว้ในตัวอาคารนี้ ขณะที่พื้นที่ชั้น 1 ถูกจัดวางสัดส่วนไว้สำหรับจัดแสดงผลงานจิวเวลรี่หลากหลายคอลเล็กชั่น ผสมผสานเข้ากับชิ้นงานศิลปะอันล้ำค่าและสร้างสรรค์โดยศิลปินจีน ทั้งโถงกลางจัดแสดงเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง ก่อนเข้าสู่ห้องต่างๆ ที่แบ่งออกเป็นพื้นที่สำหรับอวดโฉมหลากหลายคอลเล็กชั่นไอคอนนิกของเมซง ส่วนบนชั้น 2 ยังมอบเป็นพื้นที่ของ VIP Lounge สำหรับรับรองลูกค้าอย่างเป็นส่วนตัวและได้ใช้เวลาชมชิ้นงานอย่างใกล้ชิด รวมถึงระเบียงสำหรับเพลิดเพลินกับสิ่งแวดล้อมอันอบอวลไปด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของซินเทียนตี้

ในโอกาสของการเฉลิมฉลองเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ ณ ซินเทียนตี้ มหานครเซี่ยงไฮ้ Boucheron ยังได้จัดนิทรรศการเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง Histoire de Style 2026 Nom : Boucheron, Prénom : Frédéric ครั้งพิเศษขึ้นควบคู่กัน โดยจัดแสดงทั้งผลงานชิ้นประวัติศาสตร์ของเมซง และคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี่ที่มีไฮไลต์ผลงาน 4 ชิ้น ได้แก่ The Address, The Spark, The Silhouette และ The Untamed ซึ่งต่างก็ร่วมกันถ่ายทอดถึงมุมมองอันหลากหลายของเฟรเดอริก บูเชอรง นับตั้งแต่การตัดสินใจมาเปิดบูติกที่ปลาส ว็องโดม การปฏิวัติสร้อยคอ Question Mark การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องประดับกับการแต่งกาย อย่างการตัดเย็บและกูตูร์ ไปจนถึงมุมมองธรรมชาติที่ไม่ถูกปรุงแต่งที่ถ่ายทอดผ่านงานหัตถศิลป์อันเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และทรงพลัง





แนวคิดของการผสมผสานระหว่างประเพณีการรังสรรค์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของพื้นถิ่นได้ถูกหล่อหลอมไว้อย่างพิถีพิถันภายในแฟล็กชิปสโตร์แห่งนี้ และยังร่วมสะท้อนถึงปรัชญาของเมซงในการเป็นดั่งสะพานเชื่อมโยงค่านิยมร่วมแม้ต่างพรมแดนและวัฒนธรรม อย่างตะวันตกและตะวันออก และฝรั่งเศสกับจีน ที่นำทางไปสู่การจุดประกายอารมณ์ จินตนาการ และความน่าหลงใหลในหลากหลายมุมมองของความสวยงามทางศิลปะและวัฒนธรรม
ELLE Says:
ห้องที่ประทับใจมากที่สุดภายในแฟล็กชิปสโตร์แห่งนี้ คือพื้นที่ของเรือนกระจกที่ตกแต่งด้วยศิลปะการจัดสวนธรรมชาติผสมผสานกับสถาปัตยกรรมเยว่เหมินหรือประตูพระจันทร์ ซึ่งรับไปกับโครงสร้างและลวดลายเหลี่ยมเจียระไนมรกตอันเป็นสัญลักษณ์ของเมซง ทำให้รู้สึกเหมือนได้เดินเยี่ยมชมสวนเขียวขจีที่พรั่งพราวไปด้วยประกายแสงเจิดจรัสของเหล่าจิวเวลรี่ได้อย่างชวนให้เคลิบเคลิ้มหลงใหลจนแทบลืมเวลากันเลยเชียว



