EXCLUSIVE! ทีมผู้สร้างซีรีส์ ทนายปีศาจ เปิดที่มาลุคทนายขบถของ ‘ทนายจิตตรี’ นั้นแฝงนัยใดไว้บ้าง?

เมื่อผมคืออารมณ์ที่ไม่อาจสะกดไว้ได้ รองเท้าส้นสูงคือความเจ็บปวดที่ถูกทำให้เป็นแฟชั่น แล้วเสื้อผ้าหน้าผมของ ‘ทนายจิตตรี’ จะแฝงนัยใดไว้บ้าง

ELLE ได้คำเฉลยจากทีมผู้สร้างซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ – The Evil Lawyer’ อย่าง ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับและทีมเขียนบท รวมทั้ง วิสาข์ คงคา คอสตูมดีไซเนอร์ ผู้ปั้นลุคที่ทำให้จิตตรีกลายเป็นทนายในฝัน (ดีหรือร้าย) ของใครหลายคน และจะเป็นตัวละครที่ตราตรึงในใจคนดูไปอีกนานแสนนาน

Spoiler Alert! บทสัมภาษณ์เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์

ELLE: เหตุผลที่ปรับตัวละครทนายจิตตรีจากผู้ชายมาเป็นผู้หญิงคืออะไร และเมื่อเปลี่ยนเพศของตัวละครทนายจิตตรีแล้ว สิ่งที่ต่างออกจากไปจากเวอร์ชันผู้ชายคืออะไร

Director: เหตุผลมาจากน้องข้าวตู หนึ่งในทีมเขียนบทซึ่งเป็นผู้หญิงครับ ในตอนต้นตัวละครจิตตรีจะเป็นทนายผู้ชายอาวุโส ส่วนเมฆเป็นทนายหนุ่ม เป็นครูและศิษย์กัน แต่ทีมเขียนบทรู้สึกว่า ด้วยไดนามิกของเรื่องที่อยู่ในแวดวงกฎหมายซึ่งเต็มไปด้วยผู้ชาย ถ้าเปลี่ยนจิตตรีเป็นผู้หญิง น่าจะช่วยเสริมให้ตัวละครแข็งแรงขึ้น มีความแข็งแกร่ง ท่ามกลางบุรุษทั้งหลายครับ

ELLE: ลุคของทนายจิตตรีจะเป็นที่จดจำได้ แม้คนๆ นั้นจะไม่ได้ดู หรือยิ่งถ้าได้ดูซีรีส์ จะยิ่งจำภาพได้ ทำให้ทนายจิตตรีกลายเป็น iconography ในโลกของเรื่องเล่า เล่าถึงที่มาที่ไปหรือ reference ในการออกแบบลุคของทนายจิตตรี อาทิ  

– ผมหยิกหยองพองฟู (เหมือนนักร้องแนว Hair Band ยุค 1970s)
– ลุคลำลองของทนายจิตตรีเป็นแนว 70s เช่นกัน เสื้อเชิ้ตเข้ารูปกับกางเกงยีนเหมือนลุคฮิปปี
– ทนายจิตตรีใส่กระโปรงเหนือเข่าในศาล (และเธอสวมครุยทนายสีดำคลุมทับ ทำให้คล้ายว่าจะสุภาพ)
– สูทของทนายจิตตรี ไม่ได้คมกริบ เข้ารูปเป๊ะ แต่มีความโปร่งโคร่ง
– รองเท้าส้นสูง (คนดูมักได้ยินเสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นเป็น ambience จางๆ เสมอ) 

Director: ภาพรวมของการออกแบบเสื้อผ้าและโพรดักชันดีไซน์ของซีรีส์ ทนายปีศาจ เริ่มต้นมาจากหัวใจของซีรีส์ นั่นก็คือ ‘ศาลอาญา’ เพราะเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่นั่น ส่วนตัวมองว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมของศาลอาญา ไม่ว่าจะเป็นห้องพิจารณาคดี หรือโถงบันได จะให้ความรู้สึก Vintage และ Timeless จึงรู้สึกว่าการออกแบบโพรดักชันหรือการหาโลเคชันอื่นๆ ก็ควรจะเกาะเกี่ยวอยู่กับตัวศาล จึงนำมาซึ่งโลเคชันบ้าน โรงพยาบาล ชุมชน ท่าเรือ หรืออะไรก็ตามที่อยู่ในยุคใกล้เคียงกับศาลอาญา ดังนั้นจึงจะไม่เห็นตึกล้ำๆ หรือบ้านเรือนไทยโบราณในซีรีส์ แต่งานโพรดักชันทุกอย่างจะเกาะไปกับศาลอาญา ส่วนการออกแบบเครื่องแต่งกายก็จะตามมาครับ อย่างจิตตรีที่จะดู Vintage และ Timeless เช่นเดียวกัน 

Costume Designer: ตัวละครจิตตรีทำให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง Erin Brockovich ซึ่งมีบางอย่างที่ไม่ปกติในรูปแบบของคนในอาชีพทนาย แต่ขณะเดียวกันก็ดูปกติในความเป็นมนุษย์ทั่วไป อาจเป็นเพราะเอรินมีบาดแผลปมเดียวกันกับจิตตรีในแบบคนโดนกระทำที่ต้องลุกขึ้นสู้ จนเข้าไปแนบชิดกับความขบถบางอย่างในตัวเอง จึงนึกถึงสไตล์ของผู้หญิงในยุคปลาย 70’s ต้น 80’s รวมไปถึงผมฟูดัดลอนหยิก เป็นซิลูเอตต์ที่ถูกต้อง และเป็นภาพสะท้อนตัวตน ซึ่งส่งผลต่อความรู้สึกรับรู้ถึงการเป็นคนแบบทนายจิตตรีได้ง่ายเเละตรงไปตรงมา 

การที่ทนายจิตตรีถูกออกแบบให้มีทรงผมหยิกฟูแทนที่จะเป็นผมตรง เรียบ หรือรวบตึง ก็คือการยืนยันตัวตนว่าทนายจิตตรีคือคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับขนบปกติทั่วไปอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งการเลือกใช้สีเเละเลือกให้ตัวละครจิตตรีมีเครื่องแต่งกายชิ้นที่เป็นลายพิมพ์ก็เพราะอยากให้มีเท็กซ์เจอร์ มีความฉ่ำ กร้านโลก รู้สึกได้ว่าผ่านอะไรในชีวิตมา ไม่กลัว มั่นใจ และเมื่อได้ภาพรวมแล้ว ทุกอย่างก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาประกอบกัน  

การออกแบบเครื่องแต่งกายให้จิตตรี มีตั้งแต่ชุดสูทโอเวอร์ไซซ์ ใส่เเบบผู้ชาย แต่ใส่กับรองเท้าส้นสูงหัวเเหลม กระโปรงสั้นเหนือเข่ากับแจ็กเกตวินเทจโอเวอร์ไซซ์ ชุดลายเสือทับด้วยเเจ็กเกตตัวสั้น ชุดเสื้อกระโปรงสั้นเข้าชุด ผ้าวูลที่ดู conservative หรือเเม้กระทั่งชุดที่เรียบร้อยดูเป็นทางการในเเบบทนายทั่วไป และปิดจบด้วยต่างหูโอเวอร์ไซซ์ ยิ่งตอกย้ำ statement บางอย่างในตัวละครจิตตรี ทุกชุดเป็นชุดที่ใส่ว่าความ ยืนยันความไม่ยึดติดกับรูปแบบ การให้จิตตรีใส่ชุดที่หลากหลายในการทำหน้าที่ทนายในศาล เป็นการแอบใส่มิติบางอย่างให้สื่อสารกลายๆ ว่าคือการคาดเดาทางไม่ได้ หรือไม่สามารถจับแพตเทิร์นได้

ELLE: ผู้หญิงสองคนในเรื่อง ทนายจิตตรี vs. อัง ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมเหมือนกัน แต่ด้วยวิธีการที่ต่างกัน เครื่องแต่งกายของเธอสะท้อนการต่อสู้นี้อย่างไร (จิตตรีอาจจะถูกอธิบายไปแล้วในข้อ 1-3 ส่วนตัวละครอัง มักจะใส่เครื่องประดับสีทองชิ้น statement ตลอดเวลา) 

Director: ด้วยภูมิหลังของตัวละคร “อัง” เป็นทนายสิทธิมนุษยชน และทำงานให้ศูนย์ทนายฯ แน่นอนว่าการแต่งตัวก็จะมาจากภูมิหลังนี้ อังจึงจะไม่ใช่คนที่แต่งตัวเป็นสาวหวานน่ารัก แต่จะดูทะมัดทะแมง และแสดงออกว่าเขาต่อสู้เพื่ออะไรบางอย่างอยู่เสมอ

Costume Designer: ผู้หญิงทั้งสองคนมีจุดร่วมคือเป็นนักต่อสู้เหมือนกัน แต่สู้ด้วยวิธีการที่ต่างกัน การออกแบบเครื่องแต่งกายให้อังก็ใช้หลักการเดียวกันกับจิตตรีแต่เเค่กลับด้านกัน โดยจัดการให้อังอยู่กันคนละฝั่งกับจิตตรี อังแต่งตัวอยู่ในโครงสร้างที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย เข้าถึงง่าย ตรงไปตรงมา รวมทั้งการใช้โทนสีก็ใช้เพียงไม่กี่สี คุมโทน ต่างจากจิตตรี แม้จะใส่เครื่องประดับสีทองเหมือนๆ กัน เเต่ก็คนละสไตล์ คนละฟังก์ชัน เครื่องประดับของอังอาจทำหน้าที่ให้เธอดูถูกต้อง เหมาะควร แต่เครื่องประดับของจิตตรีคือเครื่องตอกย้ำว่าเธอไม่ต้องการความถูกต้อง แค่เธออยากหยิบมันมาใส่ก็เท่านั้น

ELLE: ทิ้งท้ายถึงการออกแบบคาแรกเตอร์ตัวละคร “โกศล” ว่าทำไมนึกถึงปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม และเล่าถึงการทำงานกับปีเตอร์ที่ปรากฏตัวสั้นๆ แต่คนดูชมเปาะว่า impact มาก

Director: “โกศล” หรือชายปริศนาตอนท้ายเรื่อง เป็นตัวละครที่ลึกลับที่สุดในซีรีส์เรื่องนี้ และเป็นตัวละครที่ต้องการพลังอำนาจภายในของนักแสดงสูงมาก นึกถึงพี่ปีเตอร์เพราะเป็นคนที่มีความเข้มข้นข้างในสูง รับรู้ได้ผ่านเสียง ผ่านแววตา และเราก็ดูเขาจากบทบาทอื่นๆ ที่เขาเคยเล่น รู้สึกว่าพี่ปีเตอร์น่าจะแบกรับความเข้มข้นของตัวละครโกศลได้ครับ

การออกแบบเครื่องแต่งกายของโกศลมาจากการคิดว่า คนที่อยู่ในตำแหน่งแห่งที่แบบนี้ คนที่มีอำนาจมากแต่ไม่แสดงออก เขาจะต้องให้ความรู้สึก low profile ผมรู้สึกว่า “power stays in the shadow” คนที่มีอำนาจไม่ต้องฟู่ฟ่า ไม่ต้องอวดรวย ไม่ต้องแต่งตัวหรูหรา แม้ว่าเขาจะอยู่ในอำนาจและมีเงินหรือมีคอนเน็กชัน ผมคิดว่าคนที่เป็นของจริงมันซ่อนอยู่ข้างใน โกศลจึงใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงดำขาตรง ซึ่งเป็น statement ของการที่เรารู้ว่าคนคนนี้ต้องการแค่นี้ในการแต่งตัว เขาใส่สร้อยใส่แหวนนิดหน่อย ซึ่งแน่นอนว่าคงเป็นสิ่งที่มีความหมายกับโกศล ไม่อย่างนั้นคงไม่เลือกมาใส่ เพราะคนแบบนี้ช่างเลือก และทำเท่าที่จำเป็น เขาถึงอยู่ใน shadow อยู่ในอำนาจ และขับเคลื่อนสังคมนี้ให้ไปในทิศทางที่เขาต้องการ จึงออกมาเป็นรูปแบบที่ทุกคนได้เห็นในตัวโกศลครับ

Text : Suphakdipa Poolsap
Photos: Courtesy of Netflix

Latest Posts

Don't Miss