Van Cleef & Arpels อวดโฉมเรือนเวลาสุดวิจิตรบรรจงที่ Watches & Wonders 2026

กว่าหนึ่งศตวรรษที่ Van Cleef & Arpels ก้าวไปตามครรลองฝันของการใช้ชีวิตและสอดคล้องไปกับวิถีแห่งจักรวาล ซึ่งเมซงเองก็ได้สรรค์สร้างผลงานหลายต่อหลายชิ้นเพื่อยกย่องความงดงามเหล่านั้นโดยอาศัยทุกมวลทักษะความชำนาญ ทั้งในรูปแบบของเครื่องประดับ และเครื่องบอกเวลา อย่างนาฬิกาพกติดตั้งระบบซ้อนกลไกขับเคลื่อนหน้าปัดแสดงปรากฏการณ์ข้างขึ้นถึงข้างแรมของดวงจันทร์เมื่อปีค.ศ. 1929 หรือในทศวรรษ 1950 ที่ Van Cleef & Arpels ได้นำจินตนาการอันมีต่อห้วงเวหนยามค่ำคืนมารังสรรค์เป็นเครื่องประดับ Meteor secret และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ Van Cleef & Arpels ได้กลับมาจัดแสดงที่นิทรรศการ Watches and Wonders 2026 พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของแรงบันดาลใจ สะท้อนความตั้งใจในทุกผลงานว่าเรือนเวลาทุกเรือนได้สะท้อนถึงแก่นแท้ของ Poetry of Time หรือบทกวีบอกเวลา จะมีเรือนไหนน่าสนใจบ้าง? ตามมาดูกันได้เลย

Midnight Jour Nuit Phase de Lune

จากผลงานรุ่นต้นแบบอันเป็นจุดเริ่มต้นคอลเล็กชั่นนาฬิกาข้อมือระบบซ้อนกลไกขับเคลื่อน 24 ชั่วโมงรุ่น Jour Nuit เมื่อปีค.ศ. 2008 และถูกนำมารังสรรค์ขยายผลในปีค.ศ. 2024 Van Cleef & Arpels ได้แนะนำรุ่นใหม่อย่าง Midnight Jour Nuit Phase de Lune ซึ่งอาศัยแรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์ข้างขึ้นถึงข้างแรมของดวงจันทร์ ออกแบบระบบซ้อนสองกลไกติดตั้งไว้ในตัวเรือน ในขณะที่กลไกแรกคือระบบขับเคลื่อนผืนหน้าปัดหมุนวนต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงจากกลางวันสู่กลางคืน อันเป็นที่มาของชื่อผลงานสะท้อนรายละเอียดการออกแบบบนหน้าปัดกลไกลำดับสองคือ astronomical complication ที่แสดงปรากฏการณ์ดิถีจันทร์ อันหมายถึงการเปลี่ยน รูปทรงของดวงจันทร์จากข้างขึ้นถึงข้างแรม ภายในกรอบตัวเรือนทองคำสีขาวของงานออกแบบ Midnight ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มม. พื้นหน้าปัดจำลองความวิจิตรตระการตาของเวิ้งจักรวาลประดับหมู่ดาวประกายบรอนซ์ลงสู่แผ่นแก้ว Murano aventurine glass ดำขลับได้อย่างสมจริง เป็นผลจากความมุ่งมั่นสรรค์สร้างของแผนก Innovation Department ของ Van Cleef & Arpels เคลือบสีไล่เฉดจากดำถึงขาวต่างโค้งขอบดาวเคราะห์โลกเป็นแผ่นประกบด้านหน้าทำหน้าที่เสมือนกลไก เล่น-ซ่อน-หา ระหว่างพระอาทิตย์กับพระจันทร์เคลื่อนคล้อยตามวิถีโคจร 24 ชั่วโมงต่อวัน ระหว่างวัน

Midnight Heure d’ici & Heure d’ailleurs

นาฬิกาข้อมือ Midnight Heure d’ici & Heure d’ailleurs มอบความรู้สึกละเมียดละไมในทุกครั้งเมื่อก้มลงดูเวลา ต่างเขตภูมิภาคบนดาวเคราะห์โลกผ่านช่องตัวเลขที่คล้ายจุดประกายจินตนาการให้ก้าวผ่านสู่อีกมิติ ผ่านงานออกแบบตัวเรือน Midnight ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 38 มม. รองรับ การจัดสัดส่วนองค์ประกอบระหว่างทองคำสีกุหลาบขัดผิวเนื้อซาตินกรอบหน้าปัดกับตัวเลขบอกชั่วโมงบนพื้นหน้าปัดลงยาลายนูนสีน้ำตาลเข้มเหลือบโทนจากอบอุ่นถึงเย็นตาตามมุมกระทบแสงตกแต่ง เหมาะสำหรับตัดเย็บเครื่องแต่งกายบุรุษ โดยเฉพาะเสื้อกีฬา และเสื้อผ้าลำลอง บ่งบอกถึงความเป็นผู้ชาย ของ Van Cleef & Arpels ดังปรากฏบนผืนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือบุรุษ Pierre Arpels ด้วยการใช้เส้นโครงสร้างเรียบง่าย สะอาดตา เร่งระดับความคมชัดให้แก่สัดส่วนอสมมาตร ส่วนภายในตัวเรือนนาฬิกา Van Cleef & Arpels Midnight รุ่นนี้ ติดตั้งไว้ซึ่งระบบขึ้นลานในตัวโดยอัตโนมัติประกอบกลไก jumping hours พร้อมพลังงานสำรอง 65 ชั่วโมง ด้วยการรังสรรค์พัฒนาระบบซ้อนกลไกรุ่นต้นแบบให้รุดหน้า โดยอาศัยฟันเฟืองเดี่ยวที่ขับเคลื่อนไปพร้อมการหมุนตัวของสองแผ่นจานตัวเลขบอกชั่วโมงต่างเขตเวลากับกลไกตีเข็มย้อนกลับบอกนาที เท่ากับว่า เมื่อเข็มเคลื่อนไปถึงเลขนาทีที่ 60 ตามลำดับขีดบนหน้าปัด ก็จะดีดตัวย้อนกลับไปยังจุดตั้งต้นที่เลข 0 ขณะเดียวกับการเปลี่ยนตัวเลขบอกชั่วโมงต่อไป เป็นการเริ่มต้นวงจรใหม่ และการเดินทางครั้งใหม่ของทั้งตัวเลข และเข็มบอกเวลา เพื่อมอบความสะดวก และคล่องตัวในการใช้งาน

Ludo Secret

เครื่องประดับซ่อนเวลา Ludo Secret watch เป็นผลงานรังสรรค์ ยกย่องความงามสง่าเหนือกระแสความนิยมทางยุคสมัยให้แก่หนึ่งในสัญลักษณ์งานออกแบบของ Van Cleef & Arpels นั่นก็คือสร้อยข้อมือ Ludo เส้นแรก ซึ่งได้รับการสรรค์สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1934 โดยตั้งชื่อตามชื่อเล่นของลูอิส อารเปลส์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งเมซง รูปทรงคล้ายเข็มขัดผู้ชาย ทำให้ Ludo กลายเป็นเครื่องประดับแฟชันที่ถูกใจของเหล่าสุภาพสตรีหัวขบถแห่งวงสังคมชั้นสูงในระหว่างทศวรรษ 1930 และครองความนิยมอย่างแพร่หลายนับแต่เปิดตัว และเพื่อสืบสานความต่อเนื่องทางรสนิยมชมชอบต่อลูกเล่นลวงตา (trompe-l’œil) ได้จำลองแบบแถบเข็มขัดสะท้อนถึงแรงบันดาลใจจากศิลปะการแต่งกาย อันนำมาซึ่งผลงานความสำเร็จมากมายนับแต่เริ่มต้นดำเนินกิจการ เครื่องประดับซ่อนเวลาลูโดฝังไพลินรุ่นใหม่ คือการนำผลงานรุ่นต้นแบบ เมื่อปีค.ศ. 1949 มารังสรรค์ด้วยสายคาดทรงแถบอิงแอบแนบข้อมือถัก ที่มอบความอ่อนช้อย และเมื่อกดขอบข้างซ่อนกลไกลงไปพร้อมกัน แผ่นประกบคู่ หัวเข็มขัดจะง้างตัวเปิดออกเผยให้เห็นหน้าปัดแผ่นแม่มุกขาวสลักลายริ้วรัศมีตะวันรองรับความงามสง่าของงานฝังไพลินเม็ดเดี่ยวเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมบาแก็ตต์ในตำแหน่งต่างตัวเลข 12 นาฬิกาเหนือคู่เข็มทองคำบอกเวลา

Perlée

ลูกปัดทองอันทรงแบบฉบับของคอลเล็กชันเครื่องประดับ Perlée ได้ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นวงล้อมทอประกายล้อแสงระยิบระยับรอบกรอบหน้าปัดนาฬิกาข้อมือรุ่นใหม่ตัวเรือนทองคำสีขาวหลอมรวมไหวพริบในการพลิกแพลงทักษะความชำนาญแขนงต่างๆ ซึ่งภายใต้ความอ่อนช้อยของกระจกแก้วคริสตัลครอบกรอบตัวเรือนทรงกลมเดินขอบลูกปัดทองกลมกลึงเรียงแถวคู่ขนานแวววาวราวจะเป็นหลักฐานความพิถีพิถันอันเป็นเลิศของงานขัดผิวขึ้นเงาราวกระจก คือหน้าปัดแก้วพรรณราย aventurine glass สีน้ำเงินเข้มมิดไนต์บลูเหลือบเฉดจุดประกายจินตนาการถึงเวิ้งจักรวาลล้ำลึกไร้ขอบเขต รองรับความละเอียดอ่อนของนวัตกรรมเชิงเทคนิคในงานฝีมือสลักลายริ้วรัศมีตะวันหรือ guilloché ก่อร่องลึกสลับสันเหลี่ยมอย่างต่อเนื่องเพิ่มการเล่นแสงกระจายตัวออกมารายรอบ เกิดประกายสว่างทวีความคมชัดให้แก่ลูกเล่นตัดเฉดของสีเข็ม

Lady Rencontre Céleste et Lady Retrouvailles Célestes

นอกจากจะเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งและสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ของ Van Cleef & Arpels มานับแต่แรกเริ่มจนปัจจุบัน ความรัก ยังนำมาซึ่งปรัชญาการออกแบบ Poetry of Time คอลเล็กชั่นที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งความสุข จุดประกายความฝัน และจินตนาการผ่านการหลอมรวมไหวพริบทางความชำนาญในงานหัตถศิลป์หลากแขนงเข้ากับนวัตกรรมทางการผลิต ซึ่งความวิจิตรบรรจงในรายละเอียดบนหน้าปัดทั้งสองยังคงป็นเสมือนบทเติม ด้วยลูกเล่นตัดเฉดของสีน้ำเงินต่างโทนกับประกายแสงของทองคำสีขาวและเพชรจากนาฬิกาข้อมือ Lady Rencontre Céleste คือการได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งของประติมากรรมทองคำสีขาวฝังเพชรขึ้นรูปมิติทรงคู่รักประสานมืออยู่หลังมวลเมฆลงยาลายฉลุ plique-à-jour ฝังเพชรท่ามกลางผืนฟ้าราตรีประดับดาว ขณะที่วงหน้าเพชรเดี่ยวเหลี่ยมกุหลาบของทั้งสอง ให้ความรู้สึกถึงการสบตาจ้องมองอย่างดื่มด่ำเสน่หาใต้แสง นวลละมุนจากจันทร์เสี้ยวฝังเพชร พื้นหน้าปัดจำลองมิติเวิ้งว้างสลับซับซ้อนที่แสดงถึงความชำนาญในงานลงยาล่องลายนูน champlevé กับงานลงยาผงสีก่อเงาแสงหรือ grisaille มาสู่เทคนิคจิตรกรรมย่อส่วน

Latest Posts

Don't Miss