5 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภาพยนตร์ ’10DANCE’ ที่เมื่อได้รู้แล้วจะทำให้คุณอินจนอยากกลับไปดูซ้ำอีกรอบ!

อีกหนึ่งโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่ของ Netflix ญี่ปุ่นซึ่งเรียกให้ผู้ชมมามุงได้ตั้งแต่วันเปิดตัวนักแสดงนำ สำหรับภาพยนตร์สร้างจากมังงะเรื่องดัง 10DANCE ซึ่งคว้าตัวนักแสดงระดับแนวหน้าอย่าง Ryoma Takeuchi และ Keita Machida มาถ่ายทอดบทบาทของสองนักเต้นต่างสไตล์ผู้ที่แค่วิสัยทัศน์ก็ดูจะไม่ลงรอยกันเท่าไรแล้ว แต่ทั้งสองก็แท็กทีมกันแลกเปลี่ยนศิลปะแห่งการเต้นเพื่อพิชิตการแข่งขันที่มีชื่อว่า ’10DANCE’ ทั้งเนื้อเรื่องเข้มข้นน่าสนใจ งานภาพสุดละเมียดละไม รวมไปถึงเคมีทรงพลังและการแสดงอันไร้ที่ติ พาให้ล่าสุดภาพยนตร์เรื่องนี้ติดอันดับ TOP4 หนังต่างประเทศที่มียอดผู้ชมสูงสุดบน Netflix ทั่วโลก ณ ขณะนี้แล้ว และวันนี้แอลก็ไม่รอช้า รวบรวม 5 เกร็ดน่ารู้ที่จะทำให้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อินยิ่งกว่าเคย

#1 When A-List Actors Meet (Again!)

แค่เผยนักแสดงนำก็สร้างเสียงฮือฮานับตั้งแต่เปิดตัวโปรเจ็กต์แล้ว เพราะภาพยนตร์เรื่อง 10DANCE นำแสดงโดย Ryoma Takeuchi และ Keita Machida สองนักแสดงระดับหัวแถวของญี่ปุ่นผู้เคยฝากฝีมือและกวาดรางวัลผ่านหลากหลายผลงานเรื่องดัง ไม่ว่าจะเป็น Ryoma Takeuchi ที่ก่อนจะมาสวมบทบาท ซูซูกิ ชินยะ แชมป์ลีลาศละตินแดนซ์ผู้ใช้ชีวิตอย่างพลิ้วไหวและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณอันเร่าร้อน เขาก็เคยสร้างตำนานในฐานะ Kamen Rider Drive และ Itaewon Class เวอร์ชั่นญี่ปุ่นมาแล้ว ขณะที่ Machida Keita ผู้เคยครองใจแฟนๆ จากซีรีส์ Cherry Magic มาแล้วก็ได้หวนกลับมาแสดง Boys’ Love อีกครั้ง ถ่ายทอดบทบาท สึงิกิ ชินยะ นักกีฬาลีลาศบอลรูมแดนซ์ระดับโลก แต่อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งคู่เคยร่วมงานกันหรอกนะ!

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 สมัยที่ทั้งคู่ยังเป็นนักแสดงดาวรุ่ง Ryoma Takeuchi และ Keita Machida เคยมีผลงานการแสดงร่วมกันแล้วในซีรี่ส์เรื่อง Sumika Sumire ว่าด้วยหญิงสาววัย 65 ปีที่มีโอกาสได้ย้อนเวลากลับมาใช้ชีวิตวัยรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัยอีกครั้ง โดย Keita Machida รับบทเป็นพระเอกผู้อ่อนโยนและจิตใจดี และมีเพื่อนร่วมแก๊งที่ได้ Ryoma Takeuchi มาสวมบทบาทสร้างสีสันนั่นเอง ตามมาด้วยในปี 2017 กับซีรี่ส์ยามเช้าเรื่อง Hiyokko ซึ่งแม้จะปรากฏตัวในเรื่องเดียวกัน และมีความเกี่ยวพันกับตัวเองไม่ต่างกัน แต่ตัวละครของทั้งคู่กลับไม่เคยเผชิญหน้ากันเลย! จึงถือว่า 10DANCE เป็นการโคจรมาปะทะฝีมือกันแบบเต็มตัวในรอบเกือบ 9 ปี ในบทบาทที่มีความเข้มขึ้นมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยภาพลักษณ์ที่เติบโตกว่าเคย ในฐานะนักแสดงระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น

#2 From The Phenomenon Manga

ก่อนจะมาเป็นภาพยนตร์ Boys’ Love ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวสุดเข้มข้นของแวดวงนักเต้นนี้ ต้นฉบับของ 10Dance อย่างมังงะในชื่อเรื่องเดียวกันก็เคยสร้างปรากฏการณ์มาก่อนเช่นกัน จากผลงานปลายปากกาของนักเขียน Inouesatoh ซึ่งโดดเด่นด้วยการทลายกรอบระหว่างความเป็นมังงะ Boys’ Love กับ Seinen Sport Manga หรือมังงะแนวกีฬาสำหรับผู้ใหญ่ที่มุ่งความสนใจไปที่ความดุเดือดของการแข่งขัน ถ่ายทอดเรื่องราวอันสมจริงที่เหล่านักกีฬาลีลาศมืออาชีพต่างต้องเผชิญ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสอดแทรกความเย้ายวนมันทรงเสน่ห์ผ่านความสัมพันธ์ของสองตัวละครที่แม้จะมีสไตล์การเต้นไปจนถึงวิถีชีวิตที่แตกต่าง แต่กลับหลอมรวมกันผ่านการแลกเปลี่ยนเทคนิกการเต้นเพื่อพิชิตการแข่งขัน 10DANCE ได้อย่างดี

ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่มังงะเรื่อง 10DANCE จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะจากแฟนๆ มังงะ Boys’ Love หรือแม้กระทั่งจากแวดวงกีฬา จนสามารถครองบัลลังก์อันดับ 1 จาก Kono BL ga Yabai! 2019 ซึ่งเป็นงานประกาศรางวัลประจำปีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการการ์ตูนวายญี่ปุ่น เปรียบได้กับเวทีประกาศรางวัลออสการ์ประจำวงการนี้เลยก็ว่าได้ พร้อมถูกเสนอชื่อเข้าชิงในเวที Manga Taisho ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นมังงะวายท่ามกลางมังงะกระแสหลักนี้บ่อยครั้งนัก นอกจากนี้ยังถูกซื้อลิขสิทธิ์มาแปลเป็นหลากภาษาทั่วโลก รวมถึงไทยด้วยเช่นกัน

#3 10DANCE is Love Language

แน่นอนว่าหัวใจหลักของภาพยนตร์ 10DANCE ก็คือการเต้น ดังชื่อเรื่อง10DANCE ซึ่งมาจากการแข่งขันลีลาศที่ถูกยกให้เป็นไตรกีฬาสุดโหดในโลกการเต้น เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันจะต้องเผยทักษะผ่านท่าเต้นทั้ง 5 จังหวะของบอลรูมแดนซ์ อย่าง Waltz, Tango, Viennese Waltz, Slow Foxtrot และ Quickstep กับ 5 จังหวะของละตินแดนซ์ อย่าง Samba, Cha-Cha-Cha, Rumba, Paso Doble และ Jive อันเป็นประเภทการเต้นที่แสนจะแตกต่าง ต้องอาศัยทั้งความอึด ความจำอันดีเลิศ และความชำนาญ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เรื่องราวความรักในภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกถ่ายทอดผ่านภาษากายอย่าง ‘การเต้น’ ไม่ว่าจะเป็นการเกี้ยวพาราสีอย่างงามสง่าและมีหลักการของ บอลรูมแดนซ์ หรือการเย้ายวนใจที่ร้อนแรงและเปี่ยมด้วยอารมณ์ของ ละตินแดนซ์ ซึ่งสะท้อนถึงคาแร็กเตอร์ต่างขั้วของสองตัวละครได้อย่างดี

10DANCE จึงเป็นภาพยนตร์ที่พาผู้ชมไปสำรวจความรู้สึกของตัวละครได้โดยปราศจากประโยคบอกรักด้วยคำหวานมากมาย หรือแม้แต่การร่วมรักอย่างโจ่งแจ้งหลายต่อหลายครั้ง แต่ขณะเดียวกันก็ยังสัมผัสได้ถึงห้วงอารมณ์ของทั้งคู่ที่ค่อยๆ พัฒนาผ่านการเต้น จากที่ต่างฝ่ายต่างมีทักษะด้านลีลาศคนละสาย ต่างค่อยๆ เรียนรู้ทั้งสไตล์การเต้นที่ผิดจากธรรมชาติที่ตนเคยชินอย่างสุดขั้ว รวมถึงเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จากความสัมพันธ์ที่ทั้งชิงดีชิงเด่น แต่ก็อดชื่นชมและเคารพในความสามารถของอีกฝ่ายไม่ได้ ก็กลับกลายเป็นแรงดึงดูดมหาศาล ก่อตัวเป็นสายใยที่สอดประสานกันอย่างแนบแน่นราวกับคู่เต้นรำที่จะขาดใครคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้

และกว่าจะเป็นท่าเต้นที่สวยงามไร้ที่ติอย่างที่เราได้ชมกัน ทั้ง Ryoma Takeuchi และ Keita Machida ต่างก็ต้องฝึกลีลาศอย่างหนักเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน วันละ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดเป็น Muscle Memory ที่ร่างกายสามารถจดจำท่าและถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้โดยไม่ต้องพะวงถึงท่าเต้น นอกจากนี้ยังมีการจ้างที่ปรึกษาด้านการเต้นและแชมป์ลีลาศตัวจริงมาประกบนักแสดง จนสามารถทำให้ผู้ชมเชื่อได้อย่างสนิทใจว่าพวกเขาเป็นแชมป์ลีลาศมืออาชีพกันทั้งคู่จริงๆ

#4 That Iconic God’s Dance Scene

หนึ่งในฉากที่แฟนๆ มังงะคาดหวัง และภาพยนตร์ก็เสิร์ฟมาได้อย่างถึงใจ คงต้องยกให้กับฉากจูบบนรถไฟอันว่างเปล่า ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นฉาก God’s Dance เพราะนอกจากจะเป็นเลิฟซีนสุดเร่าร้อนแล้ว ยังเป็นดั่งไคลแมกซ์สำคัญของเรื่องที่สอดแทรกด้วยสัญญะ และถ่ายทอดอย่างประณีตอีกต่างหาก จนถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในฉากที่งดงามที่สุดของเรื่อง โดยฉากนี้เคยจะเล่าผ่านภาพที่พร่ามัวและสั่นไหวประหนึ่งความวุ่นวายที่เข้ามาปะทะกับชีวิตของคนเจ้าระเบียบอย่าง สึงิกิ ชินยะ เช่นเดียวกับเกล็ดหิมะที่ถูกทำลาย ราวกับกำแพงภายในใจที่สั่นคลอนและยอมเปิดเปลือยความรู้สึกที่แท้จริงในใจของทั้งคู่ ซึ่งไม่อาจจะปิดบังได้อีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น แม้เราจะได้เห็นตัวละครวาดลวดลายตามหลักของตนอย่างชำนาญ แต่การเต้นระบำของทั้งสองในฉากนี้กลับอาศัยการ ‘ด้นสด’ ที่ทั้งคู่ improvise ขึ้นมาโดยไม่คำนึงถึงท่วงท่ามาตรฐานอีกต่อไป หากแต่เป็นการปลดปล่อยจิตใจให้โลดแล่นไปตามสัญชาติญาณที่ตนมี ละทิ้งทั้งตัวตนและเทคนิก เหลือเพียงการรับส่งความรู้สึกต่อกับบนฟลอร์ที่มีเพียงทั้งสองเท่านั้น

#5 Patriarchy, Gender Norms and Inequality

เพราะลีลาศนั้นเป็นกีฬาที่ถูกมองว่ายึดโยงกับกรอบไบนารีที่ต้องจับเข้าคู่กันระหว่างชายและหญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบอลรูมแดนซ์ที่มีกฏเกณฑ์ว่า ชายต้องเป็น ‘ผู้นำ’ และหญิงต้องเป็น ‘ผู้ตาม’ การเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของสองตัวละครชายจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมาก ว่าจะเป็นอย่างไร หากผู้ที่คุ้นเคยกับการนำทั้งสองต้องมาจับมือร่วมวาดลวดลายด้วยกัน นอกจากท่าเต้นแบบ Male-Male Pairing จะยากลำบากด้วยสรีระที่แตกต่างจากการเต้นของชายหญิงแล้ว เรื่องของจิตใจเองก็น่าจับตาว่าพวกเขาจะยอมปล่อยวางอำนาจความเป็นชายที่ยึดถือเอาไว้ไหม และท้ายที่สุด เมื่อทั้งคู่ได้เผยการเต้นระบำอันแสนงดงามร่วมกันจนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาทุกคู่แล้ว ก็ถือเป็นการพิสูจน์ว่า ศิลปะนั้นไร้เพศ และกรอบที่สังคมวางไว้ก็ไม่อาจลดทอนความงามของสิ่งที่พวกเขาเป็น

นอกจากนั้น การเต้นสองสไตล์ยังสอดแทรกเรื่องราวความต่างของสองชนชั้นในสังคมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น บอลรูมแดนซ์ที่มากกฎเกณฑ์ สะท้อนถึงสังคมชนชั้นสูงและความหรูหรา ขณะที่ละตินแดนซ์กลับระเบิดพลังและความเป็นอิสระของชนชั้นแรงงาน ดังที่ตัวละคร ซูซูกิ ชินยะ ได้กล่าวถึงความต่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันดังเส้นขนาน บนหน้าประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับต้นกำเนิดของการเต้นทั้งสอง สะท้อนวิถีชีวิตที่ต่างของสองตัวละครได้อย่างดีว่า

“ในช่วงที่พระราชินีอลิซาเบธที่ 2 เสิร์ฟไก่ราชาภิเษก

กัสโตรก็เริ่มจุดไฟแห่งการปฏิวัติที่คิวบา

ระหว่างเราสองคนคงมีระยะห่างประมาณนั้น”

Latest Posts

Don't Miss