เดินทางมาสู่ช่วงสุดท้ายของปี 2025 กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมกับสารพัดเรื่องราวที่ทยอยมาถึงบทสรุป แต่ถ้าหากจะต้องสรุปวงการบันเทิงไทยในปีนี้ เชื่อว่าหลายคนอาจรู้สึกไม่ต่างกันว่า วงการบันเทิงไทยนั้นได้เติบโตมากขึ้นจากคำว่า ‘แจ้งเกิด’ มาสักระยะแล้ว และเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการ ‘ต่อยอด’ กระแสให้ดำรงอยู่และขยับขยายอิทธิพลต่อไป แต่จะมีปรากฏการณ์อะไรบ้างที่โดดเด่นจนคาดว่าน่าจะได้ไปต่ออีกไกลในปีหน้า แอลได้พาคุณมาสำรวจหลากหลายมิติเหล่านี้ไปพร้อมๆ กันแล้ว
‘THAINESS’ is The Key
เริ่มตั้งแต่เพลงกุหลาบของ F.HERO ร่วมกับ ก้านตอง ทุ่งเงิน และ SARAN ที่ครองใจทุกเพศทุกวัยแบบไม่มีอะไรมากั้น หรือจะเป็นเพลง Bad Shawty ของหนุ่มๆ วง PROXIE ที่ปลุกปรากฏการณ์เต้นหน้ารถแห่ทุกหนทุกแห่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มาจนถึงบท “ไอร่ารู้ไหม…” จากซีรี่ส์ เพียงเธอ ของสองสาวสุดฮอต หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส ที่แห่ต่อบทกันทั่วบ้านทั่วเมือง จนปิดท้ายปีไปกับสารพัดบทพูดสุดไวรัลของคุณธีร์ จากซีรี่ส์ มีสติหน่อยคุณธีร์ ของ ปอนด์ ณราวิชญ์ และ ภูวินทร์ ที่ขยันสร้างตำนานใหม่ในทุกสัปดาห์ หากจะหาจุดร่วมกันของหลากผลงานไวรัล เชื่อว่าก็คงจะหนีไม่พ้นความ ‘โดนเส้นคนไทย‘
เพราะไม่มีใครจะเก็ตมุกคนไทยมากไปกว่าคนไทย ผลงานเหล่านี้ล้วนดึงเอาซับคัลเจอร์ต่างๆ อยู่ฝังอยู่ในสายเลือดของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นคำซ้อนความหมายกับภาษาถิ่น วัฒนธรรมพื้นบ้านและ ‘วัยรุ่นรถแห่‘ หรือบทละครที่มีความโอเวอร์ประหนึ่งหลุดออกมาจากละครย้อนยุค และฉากดราม่าสุดไอคอนิกประจำโทรทัศน์ มาเล่าใหม่ในบริบทที่แตกต่าง สร้างความเป็นไทยแบบโลคัลที่เข้าถึงได้ทุกบ้านให้กลายมาเป็นวัฒนธรรมป๊อบรูปแบบใหม่ที่ร่วมสมัยและต่อยอดได้อีกไกล
ข้อได้เปรียบที่แข็งแกร่งที่สุดของการโดนเส้นคนไทยนั้นคือความสามารถในการจับจุดร่วมกันของสังคมไทยได้อย่างถูกต้อง แบบที่แม้คุณจะไม่ได้เป็นแฟนคลับก็สามารถที่จะอินกับเทรนด์นี้ไปด้วยได้ หรือภาษาที่เข้าใจง่ายก็คือ ‘การตกมักเกิล’ การทลายกรอบแฟนด้อมนี้เองเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผลงานเหล่านี้ไม่เพียงทำงานแค่เพียงในหมู่แฟนคลับหรือคนกลุ่มในกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป หากแต่ยังแพร่ไปสู่วงกว้าง แถมถูกนำไปต่อยอดกระแสผ่านเหล่าคนดังไปจนถึงคนทั่วไปที่โดดลงมาร่วมกระแสเทรนด์ และยังสามารถสร้างการรับรู้ให้แก่ตัวศิลปินจนขยับขยายฐานแฟนคลับได้อีกด้วย ขณะเดียวกัน ความเป็นไทยเหล่านี้ก็ยังได้ปรากฏสู่สายตาของแฟนคลับอินเตอร์อีกจำนวนไม่น้อย ถือเป็นเครื่องมือซอฟพาวเวอร์ที่น่าภาคภูมิใจไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว
Blooming Girls Love Power
ต้องยอมรับเลยว่ากระแสซีรี่ส์ Girls Love นั้นมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ และความสำเร็จของพวกเธอก็ไม่เพียงการันตีด้วยจำนวนซีรี่ส์ที่มีเพิ่มขึ้นมาพร้อมกับแนวที่มีให้เลือกรับชมได้หลากหลายยิ่งขึ้น ฐานแฟนคลับสุดเหนียวแน่นจนทุบสถิติ คว้าตำแหน่งซีรี่ส์ที่มียอดเทรนด์สูงสุดทะลุ 10 ล้านทวีตทางแอปพลิเคชั่น X (ทวิตเตอร์) อย่างซีรี่ส์ เพียงเธอ โดย หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส และตามมาด้วย คุณวาฬร้านชํา โดย มิ้ลค์ พรรษา และ เลิฟ ภัทรานิษฐ์ หากแต่ยังคงสร้างปรากฏการณ์ในอีกหลากหลายแวดวงอีกด้วย

ที่เห็นได้ชัดก็คงจะเป็นวงการแฟชั่นที่เราได้เห็นสาวๆ ก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงการร่วมงานในประเทศเท่านั้น หากแต่ยังโดดเด่นในระดับโกลบอลจนแม้กระทั่งแบรนด์แฟชั่นลักชัวรียังหันมาให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการไปบินลัดฟ้าไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ที่ต่างแดน พร้อมสร้างมูลค่าสื่ออย่างมหาศาล ตลอดจนมอบตำแหน่งสำคัญ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ ฟรีน สโรชา ได้ตำแหน่งแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ Valentino และตามมาด้วย ตามมาพาร์ตเนอร์อย่าง เบคกี้ รีเบคก้า กับการเป็นเฮ้าส์แอมบาสซาเดอร์ของ CHANEL ก่อนจะปิดท้ายปีแบบปังๆ กับการเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ Dior ของ หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส ผู้แท็กทีมกันครองหัวตาราง EMV ของปารีสแฟชั่นวีก ฤดูกาล Spring/Summer 2026 ที่ผ่านมา



Mascots are The New Superstars
จากมาสคอตกล้วยกรุงศรีที่เต้นแรงแซงหน้าเพื่อนจนเป็นไวรัล และน้องเนย Butterbear ได้สร้างปรากฏการณ์ความนุ่มฟูแบบฮีลใจแฟนๆ ไม่เพียงในไทย หากแต่ยังไปไกลถึงต่างแดนในปีที่ผ่านมา มาถึงปี 2025 นี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ที่ครองหน้าไทม์ไลน์โซเชียลมีเดียในแทบทุกแพลตฟอร์ม ตลอดจนครองใจแฟนๆ ได้มากที่สุดก็คือ เหล่ามาสคอต

และที่ไม่พูดถึงไปไม่ได้เลยก็คือเหล่าหลานๆ มาสคอต GMMTV ที่เป็นตัวแทนแฟนคลับในอุดมคติของเหล่าศิลปินจากค่าย GMMTV ซึ่งถูกสร้างมาเสิร์ฟความน่ารักพร้อมกับสตอรี่ลูกหลานของศิลปิน โดยมีแฟนคลับสวมบทบาทคุณย่าคุณยายหรือพี่สาวซึ่งยิ่งสร้างความรู้สึกผูกพันขึ้นมาอีกระดับ จนกลายเป็นอีกหนึ่งในไอดอลที่มีทั้งช่องทางโซเชียลมีเดียให้คอยติดตามความเคลื่อนไหว ร่วมปรากฏตัวพบปะแฟนคลับตามอีเวนต์ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ ตลอดจนมีงานโฆษณาเป็นของตัวเองแล้ว! ความนิยมของเหล่ามาสคอตไม่เพียงสร้างสีสันให้ครึกครื้นแค่ภายในแฟนด้อมเท่านั้น หากแต่ยังสามารถต่อยอดได้อีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์หรือไอเท็มต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ตุ๊กตาพวงกุญแจ ที่มาแปะมือเทรนด์แฟชั่นฮิตอย่างชาร์มตกแต่งกระเป๋าหรืออาร์ตทอย ให้แฟนๆ ได้คอมพลีตลุคไปพร้อมๆ กับถ่ายทอดตัวตนความชอบ ชวนให้จับตามองว่าในปี 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เหล่าหลานๆ มาสคอตของเราจะมาโลดแล่นในรูปแบบไหนอีกบ้าง
From T-POP To Global
กระแส T-POP เองก็ยังคงเติบโตขึ้นสม่ำเสมออย่างน่าจับตาผ่านสีสันเฉพาะตัวและเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใครจนเราเริ่มได้เห็นเหล่าศิลปิน T-POP เข้ามาครองใจแฟนๆ ครองชาร์ตเพลง ตลอดจนครองพื้นที่สื่อมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งที่พิเศษมากยิ่งขึ้นในปีนี้คือ การส่งออกศิลปิน T-POP สู่สายตาแฟนคลับทั่วโลก ไม่ว่าจะผ่านเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ อาทิ สาวๆ วง 4EVE และ MILLI ที่ไปเขย่าเวทีพร้อมแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ในงาน Head in the Clouds ที่ลอสแอนเจลิส หรือจะ เจฟ ซาเตอร์ และ หนุ่มๆ วง BUS กับงาน Summer Sonic 2025 ที่โตเกียว และเตรียมตัวขึ้นสเตจรายการเพลง M Countdown ที่เกาหลีในปีหน้า ตลอดจนการขยับขยายสเกลของโชว์การแสดง ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตในประเทศ รวมไปถึงการบินลัดฟ้าไปทัวร์คอนเสิร์ตในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Hello Boysss Asia Tour ที่จับมือหนุ่มๆ วง PROXIE, PERSES และ ATLAS ไปด้วยกัน รวมถึง LYKN ที่ประกาศจัดเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตกว่า 18 เมืองทั่วโลกและอีกมากมาย ตอกย้ำความไม่ธรรมดาของกระแส T-POP ไทยที่เริ่มทะลุพรมแดนไปเจาะตลาดในต่างแดนแล้ว

Greatest GHOST
ดูเหมือนว่าในปี 2025 นี้ เหล่าคุณ ‘ผี’ จะทำงานหนักเป็นพิเศษ ชนิดที่มีให้เราเลือกรับชมกันได้ตั้งแต่ต้นปียันท้ายปี และอย่างที่เราทราบกันดีว่าเรื่องผีๆ ของไทยเรานั้นทำถึงมาแต่ไหนแต่ไร จนกลายเป็นอีกหนึ่งสินค้าส่งออกความหลอนไปตราตรึงใจผู้ชมอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงปีนี้ ดูเหมือนว่าเรื่องราวของผีไทยจะถูกขยับขยายขอบเขตไปมากกว่าเพียงความสยองขวัญเท่านั้น หากแต่ยังกลายมาเป็นอีกหนึ่ง ‘ภาพแทนสังคม’ อีกด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปีที่สองนักแสดงฝีมือดีอย่าง บิวกิ้น พุฒิพงศ์ และ พีพี กฤษฏ์ ได้คัมแบ็กผลงานคู่ที่หลายคนตั้งตาอย่างภาพยนตร์เรื่อง ซองแดงแต่งผี ซึ่งสร้างจากต้นฉบับเวอร์ชั่นไต้หวัน Marry My Dead Body ออกมาในช่วงหลังจากที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ไม่นานอย่างพอเหมาะพอเจาะ เราได้เห็นผีตี่ตี๋ที่นอกจากจะไม่ได้น่ากลัวแล้วยังเต็มไปด้วยความน่ารัก แถมยังสะท้อนชีวิตและสิ่งที่ผู้คนในคอมมูนิตี้ LGBTQ+ ต้องเผชิญ แม้ใน เช่นเดียวกับภาพยนตร์ไทยที่คว้ารางวัลไกลถึงเทศกาลหนังเมืองคานส์อย่าง ผีใช้ได้ค่ะ ที่ใหม่ ดาวิกา สวมบทบทผีสาวสิงเครื่องดูดฝุ่น ผู้แม้จะจากโลกนี้ไปแล้วก็ยังไม่อาจหลุดพ้นจากอำนาจทางสังคม ทุนนิยม และผลกระทบจากเกมการเมืองที่มากดทับ ชวนให้เราฉุดคิดขึ้นมาได้ว่า ปัญหาในเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะหลีกหนีไปได้ หากไร้ซึ่งการแก้ไข ผลพวงต่างๆ ก็จะตามเรามาแม้กระทั่งในโลกหลังความตายเลยทีเดียว


เรื่องผีและความเชื่อของไทยยังสร้างมาเป็นเครื่องมือในการสอดแทรกซอฟต์พาวเวอร์ได้อย่างแยบยล อย่างที่ซีรี่ส์เรื่อง เขมจิราต้องรอด โดย เก่ง หฤษฎ์ และ น้ําปิง นภัสกร ที่พาผู้ชมไปสัมผัสเสน่ห์แบบไทยแท้ๆ ถึงจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งนอกจากเราจะได้เห็นความเชื่อและไสยศาสตร์ไทยแล้ว ยังสอดแทรกวิถีชีวิตและประเพณีแบบไทยๆ ให้ผู้ชมได้สัมผัส เช่นเดียวกับซีรี่ส์ Enigma Black Stage โดย วิน เมธวิน และ เต้ย จรินทร์พร ที่ชูทั้งความเชื่อและความวิจิตร น่าพิสมัยของศิลปะการแสดงและการแต่งกายอย่างไทยดั้งเดิมสู่สายตาโลกด้วยเช่นกัน

