จากพาเลตต์สีของเครื่องสำอางและโลกแห่งน้ำหอมของ CHANEL และความหลงใหลในความเป็นอิสรเสรีในการสร้างสรรค์ผลงานของ Gabrielle Chanel ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจครั้งใหม่ให้กับคอลเล็กชั่นแคปซูลในปีนี้ของนาฬิกาข้อมือ CHANEL Blush ด้วยการตีความใหม่ของเฉดสี สไตล์ และพลังแห่งความกล้าหาญและอิสระตามแบบฉบับของเฮาส์

ผู้มาก่อนกาลอย่างกาเบรียล ชาเนล ได้ฝากผลงานรังสรรค์ไว้มากมายทั้งในโลกแห่งน้ำหอมและเครื่องสำอางจากการเปิดตัวของน้ำหอม N°5 และไลน์เครื่องสำอางที่มีความโดดเด่นอย่างมากท่ามกลางช่วงทศวรรษ 1920 ไม่ว่าจะเป็นแป้งและลิปสติกในตลับเคลือบแล็กเกอร์สีดำที่ราวกับถูกลดทอนสีสันลง เพื่อเผยให้เห็นความงดงามจากทั้งสิ่งที่ดูเหมือนจะแตกต่าง แต่ก็เติมเต็มซึ่งกันและกันได้อย่างลงตัว แรงบันดาลใจนี้เองที่ทำให้ Arnaud Chastaingt ผู้อำนวยการสตูดิโอสร้างสรรค์นาฬิกาของ CHANEL ได้เลือกนำมาประยุกต์ใช้ในการรังสรรค์นาฬิกาคอลเล็กชั่นแคปซูล CHANEL Blush ที่เรียกได้ว่าแสนจะดึงดูดสายตาได้ตั้งแต่แรกเห็น


จุดเด่นของคอลเล็กชั่นแคปซูลนี้อย่างแรกย่อมต้องยกให้กับการเลือกใช้พลังแห่งพาเลตต์สีที่สตูดิโอสร้างสรรค์เครื่องสำอางได้ออกแบบไว้ และถูกนำมาตีความใหม่ด้วยสีสัน โดยผ่านความเชี่ยวชาญเชิงหัตถศิลป์ชั้นสูงของ CHANEL ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคนิคแบบไล่เฉดสีชมพูที่ดูราวกับถูกแต่งแต้มลงอย่างบางเบาบนมาร์กเกอร์บอกชั่วโมง ก่อนจะไล่ระดับเฉดสีเข้มขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงสีแดงสดใส สะท้อนความประณีตและความละเมียดละไมเสมือนการแต่งเติมใบหน้าด้วยเครื่องสำอางของหญิงสาว นอกจากนี้บนพื้นผิวที่ประดับลายนูนก็ยังดูราวกับอายแชโดว์ หรือสีที่สาดกระเซ็นอย่างอิสระที่แสดงออกถึงความเป็นธรรมชาติและมีชีวิตชีวาอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหญิงสาวแต่ละคน กระนั้นกว่าจะมาเป็นภาพอันงดงามราวกับใบหน้าที่แต่งเติมด้วยเครื่องสำอางไว้อย่างทรงเสน่ห์นี้ ก็ต้องผ่านทั้งกระบวนการออกแบบและใช้เทคนิคงานฝีมืออันประณีตหลากหลายรูปแบบผสมผสานกัน อาทิ การลงยาหรืออีนาเมลแบบ Grand Feu การลอกลายและการพิมพ์แพดบนหน้าปัด การฝังอัญมณีแบบเปลือยโปร่ง การลงสีบนงานศิลปะแบบย่อส่วน และการแกะสลักทอง ซึ่งต่างถูกนำมาใช้ร่วมกันเพื่อรังสรรค์ผลงานแต่ละเรือนในคอลเล็กชั่นเรือนเวลาที่ยังกลายเป็นเครื่องประดับได้ด้วยนี้

คอลเล็กชั่นแคปซูล CHANEL Blush เผยโฉมด้วยนาฬิการุ่นไอคอนนิกต่างๆ ของเฮาส์ ทั้ง J12 Blush กับตัวเรือน 2 ขนาด และ 2 คาลิเบอร์กลไก ตามมาด้วย Première ใน 2 เวอร์ชั่น ทั้ง Charms Blush และ Cuff Blush และความทันสมัยสไตล์เครื่องประดับบอกเวลาอย่าง Code COCO Blush นาฬิกากำไลข้อมือพร้อมโลโก้แบบลายนูนเป็นตัวอักษรเอกลักษณ์ทั้ง 6 ตัวของ CHANEL คู่มากับสายหนังลูกวัวสีชมพูทอประกายและประดับเพชรบนหน้าปัดด้านหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ยังมีไฮไลต์ของบรรดานาฬิกาแห่งงานหัตถศิลป์อย่าง Boy·Friend Blush สดใสด้วยการตกแต่งภาพของมาดมัวแซลที่กำลังส่งจูบหรือลวดลาย ‘COCO Kiss’ พร้อมด้วยสีสันสไตล์ป๊อปอาร์ตบนหน้าปัดและสายหนังลูกวัวลายควิลต์สีชมพู และ J12 Pink Palette ประดับด้วยแซปไฟร์ทรงบาแกตต์สีชมพูแบบไล่เฉด กับอีกหลากหลายผลงานในคอลเล็กชั่นแคปซูลนี้ที่เต็มไปด้วยสีสันของเฉดชมพูและแดง รวมถึงกิมมิกของลวดลายที่ชวนให้หลงรัก


นับเป็นอีกผลงานที่แสดงออกถึงสไตล์อันสร้างสรรค์และเป็นอิสระโดยแท้ของ CHANEL รวมถึงการเสาะหาความงดงามอันโดดเด่นและมีสไตล์เฉพาะตัวที่จะเหมาะกับแนวคิดอันแสนขบถของผู้หญิงยุคใหม่
ELLE Says:
ถ้าหากให้เลือกหนึ่งในผลงานในดวงใจ ส่วนตัวแล้วขอยกให้กับนาฬิกาข้อมือรุ่น Mademoisselle J12 Blush Caliber 12.1 38 MM ที่นับเป็นความครบเครื่องและสื่อถึงแรงบันดาลใจของคอลเล็กชั่นพิเศษนี้ได้อย่างดี ด้วยหน้าปัดที่ตกแต่งด้วยภาพของกาเบรียล ชาเนล แบบขาวดำ กำลังหันหน้ามายังโต๊ะเครื่องแป้งและรายล้อมไปด้วยเครื่องสำอางชิ้นสำคัญ อย่าง อายแชโดว์ แป้ง ลิปสติก ถ่ายทอดด้วยเทคนิคการลอกลายโทนสีเงินและชมพูอ่อน ทั้งหมดนี้ยังหมุนรอบหน้าปัดด้วยดิสก์หมุนครบรอบใน 5 นาทีได้ด้วย เป็นงานศิลป์ที่ทรงคุณค่าและเป็นตัวแทนการสร้างสรรค์นาฬิกาของเฮาส์ได้อย่างดี


