Friday, March 6, 2026

รวม 7 น้ำหอม ‘กลิ่นชา’ ที่หอมจนคนต้องเหลียวหลังมอง

กลิ่นชานับเป็นหนึ่งในโน้ตน้ำหอมที่ถูกหยิบมาใช้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะสามารถให้ความรู้สึกสะอาด สดชื่น และผ่อนคลาย ในเวลาเดียวกัน ทั้งยังมีเสน่ห์ที่ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แถมยังเข้ากับทุกฤดูกาลอีกด้วย วันนี้เราจึงชวนมาทำความรู้จักกับ 7 น้ำหอมกลิ่นชาที่เราคัดสรรมาแล้วว่าดีที่สุดสำหรับคุณ

สารสกัดจากใบชา (Tea Extract) และ Tea Accord ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างกลิ่นให้อารมณ์ ใส เบา โปร่งโล่ง ไม่หวานเกินไป และไม่จัดจ้านจนล้น นอกจากนี้ชาแต่ละชนิดยังมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่าง ทำให้นักปรุงน้ำหอมเลือกหยิบมาใส่เพื่อเพิ่มมิติในกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชาขาว ชาเอิร์ลเกรย์ หรือชาอู่หลง และยิ่งใกล้เข้าสู่หน้าหนาว กลิ่นชาก็ยิ่งเหมาะเพราะให้ความรู้สึก อบอุ่น ผ่อนคลาย เหมือนนั่งจิบชาร้อนในวันที่อากาศเย็น

Thé Matcha 26 (100 มล. 10,890 บาท) จาก LE LABO

ถ้าพูดถึงน้ำหอมกลิ่นชา Le Labo Thé Matcha 26 คือชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยกลิ่นชาเขียวที่สดชื่นและโปร่งเบา ผสานกับความสดใสของเบอร์กามอตและมะลิ ทำให้กลิ่นนี้มีความเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจได้กลิ่นที่หอมสะอาดและสดชื่นสุดๆ ส่วนบางคนอาจรู้สึกถึงความละมุนนุ่มนวล เป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่เหมาะกับทุกโอกาสและใช้ได้ทุกวันจนน่าประทับใจ

Velvet Infusion (100 มล. 14,000 บาท) จาก DOLCE&GABBANA

กลิ่นชาดำที่หอมสว่างและสดชื่น มีโน้ตของซิตรัสและมะนาวแมนดารินเข้ามาผสมผสานได้อย่างลงตัว กลิ่นนี้มอบความรู้สึกอบอุ่นและโคซี่เหมือนได้นั่งจิบชาร้อนๆ ในห้องในวันสบายๆ เป็นกลิ่นที่เหมาะกับการฉีดในช่วงฤดูหนาวอย่างน่าเหลือเชื่อ ให้ความรู้สึกเหมือนได้โอบกอดตัวเองท่ามกลางอากาศเย็นๆ

Wulong Cha X (100 มล. ประมาณ 6,990 บาท) จาก NISHANE

โดดเด่นด้วยกลิ่นชาอู่หลงที่มีความหอมหวานแบบฟลอรัลจากดอกแมกโนเลีย ผสานความสดชื่นของซิตรัสได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อฉีดครั้งแรก คุณจะรู้สึกเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ท่ามกลางสวนชาที่ฝนตกชุ่มฉ่ำ หลังจากนั้นกลิ่นจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความหอมที่ละมุนและผ่อนคลาย แต่ยังคงความหรูหรานุ่มนวลเอาไว้ เป็นกลิ่นที่เหมาะกับค่ำคืนที่อยากอยู่กับตัวเอง หรือช่วงเวลาที่ต้องการความสงบเป็นพิเศษ

Virēre EDP (50 มล. 5,350 บาท) จาก AESOP

หากคุณไม่ชอบน้ำหอมกลิ่นชามินิมัลทั่วไป Virēre EDP จาก AESOP คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยกลิ่นหอมเขียวที่สดชื่น ผสานกลิ่นซิตรัสที่อบอุ่น รวมถึงกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ สมุนไพร และกลิ่นไม้ ที่มอบมิติที่ลึกซึ้งและมีชั้นเชิงให้กับน้ำหอมกลิ่นนี้ มอบเสน่ห์แบบ free-spirited ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งจิบชาในสวนมะเดื่อและต้นไม้ ชวนให้รู้สึกถึงอิสระและความสุขได้อย่างน่าประทับใจ

Earl Grey & Cucumber (100 มล. 6,400 บาท) JO MALONE LONDON

เป็นกลิ่นที่เหมาะมากสำหรับอากาศร้อน โดดเด่นด้วยกลิ่นเปิดของเบอร์กามอตจากชาเอิร์ลเกรย์ที่ผสมครีมมิลค์ได้อย่างละมุน ตัดกับความสดฉ่ำของแตงกวาเขียว ให้ความรู้สึกเบาสบายเหมือนได้นอนพักผ่อนบนเก้าอี้นุ่มๆ ในสปา จิบ infused water ที่มีทั้งใบชาและแตงกวา เป็นกลิ่นที่สดชื่นและโปร่งสบาย เหมาะกับการฉีดไปออฟฟิศในทุกๆ วัน

The Vert (100 มล. 5,700 บาท) จาก BVLGARI

Bvlgari The Vert คือกลิ่นที่สื่อถึงความสดชื่นตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด ด้วยกลิ่นชาเขียวที่ผสมผสานกับซิตรัสและดอกไม้สีขาวได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเหมือนได้จิบชาเขียวเย็นๆ ในวันที่อากาศร้อนท่ามกลางความสงบ มอบความสดใสและโปร่งสบายได้อย่างน่าทึ่ง เป็นกลิ่นที่ทุกคนควรมีติดไว้

Thé Cachemire EDP (100 มล. 11,800 บาท) จาก DIOR

ปิดท้ายด้วยน้ำหอมชาขาวที่นุ่มละมุนราวกับเสื้อสเวตเตอร์แคชเมียร์ โดดเด่นด้วยความสดชื่นของชาขาว ผสานกับกลิ่นละมุนของดอกแมกโนเลียที่ให้ความรู้สึกสะอาด สดชื่น และอ่อนโยน กลิ่นช่วงท้ายอบอวลด้วยเครื่องเทศที่มอบความหรูหราเหมือนอยู่ในสวนชา แต่ยังคงความเบาสบายด้วยกลิ่นมัสก์ เป็นกลิ่นที่เหมาะกับค่ำคืนในวันสำคัญ หรือวันที่ต้องการความสมบูรณ์แบบให้กับลุคของคุณ

Latest Posts

Don't Miss