Monday, January 12, 2026

5 ไฮไลท์สำคัญที่น่าจับตามองเกี่ยวกับ Menswear คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2026

นับถอยหลังอีกไม่กี่อึดใจก็จะถึงช่วงเวลาของฤดูกาลเเฟชั่นวีคของเหล่าคุณผู้ชายในคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2026 เเต่สิ่งที่เราเห็นในปรากฏการณ์ครั้งนี้คือการกำลังเคลื่อนไหวอย่างมีนัยยะสำคัญของ ลอนดอน ปารีส และมิลานเเฟชั่นวีคก็ยังคงเป็นสนามหลักของดีไซเนอร์ทั่วโลก แต่แนวโน้มในปีนี้กลับสะท้อนการเปลี่ยนผ่านที่เข้มข้นยิ่งกว่าฤดูกาลไหนๆ ปารีสยังคงทรงพลัง ทั้งในแง่ดีไซน์และการแสดงตัวตนของเมืองกับการจัดโชว์ เเต่ในขณะที่มิลานกลับเงียบลงอย่างน่าแปลกใจ แม้จะมีโชว์เเละแบรนด์ใหญ่ร่วมอยู่ คำถามสำคัญคือ ‘ทำไมเมืองแฟชั่นระดับตำนานจึงเริ่มเสียตำแหน่ง?’ และในอีกมุมหนึ่ง เราเห็น ‘พลังจากเหล่าคนดัง’ ที่เริ่มส่งเสียงดังจากฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะเหล่าดาราไทย ที่ไม่เพียงแค่เข้าไปปรากฏตัว แต่เริ่มเปลี่ยนบทสนทนาในแถวหน้าของรันเวย์ระดับโลก

#1 A New Era for the French Gentleman Begins

หลังจากสะเทือนวงการมาหลายซีซั่นในนาม Loewe และ JW Anderson ปีนี้คือการ ‘ขึ้นเวทีใหญ่’ ครั้งแรกของ Jonathan Anderson กับการเปิดตัวในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Dior Men ที่ ปารีสเเฟชั่นวีคกับการมาของเขาไม่ได้เปลี่ยนแค่ดีไซน์ของแบรนด์ แต่กำลังจะนิยาม ‘ผู้ชายแบบ Dior’ ใหม่อีกครั้งในเเบบฉบับของเขา กล้าขึ้น, นุ่มขึ้น แต่ทรงพลังคอลเล็กชั่นแรกที่กำลังจะเปิดตัวนั้นจะออกมาเป็นอย่างไรจะพาเราให้นึกถึงความอ่อนโยนในโลกชายแบบร่วมสมัยหรือไม่ เเละในครั้งถือเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนทิศที่เหล่าแฟนๆ ของ Dior และนักวิจารณ์ต่างเฝ้ารอ เพราะมันจะบอกทิศทางใหม่ของหนึ่งในแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกแฟชั่น

#2 Thai stars will take over the front row

ปรากฏการณ์ ‘Thai on Front Row’ ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่กลายเป็นการวางตำแหน่งระดับสากลของวงการบันเทิงไทยในเวทีแฟชั่นระดับโลก กับผลงานที่ผ่านมาของเหล่าดาราไทยที่ได้ไปสามารถชื่อเเละสร้างมูลค่าสื่อเอาไว้อย่างมากมาก ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ชื่อของ มาย ภาคภูมิ และอาโป ณัฐวิญญ์ เคยสร้างกระแสในผ่านคลิปที่เป็นไวรัลในการไปเเฟชั่นวีคมาเเล้ว

เเละในปีนี้ทั้งปารีสเเละมิลานเเฟชั่นวีคมีชื่อของ วิน เมธวิน, น้ำตาล ทิพนารี เเละ โฟร์ท ณัฐวรรธน์ ร่วมชมโชว์จากแบรนด์ใหญ่แบบแน่นฟรอนต์ แต่ละคนไม่ได้เพียงเข้าร่วมในฐานะแขกรับเชิญ แต่มีบทบาทสำคัญในการสื่อสารวัฒนธรรม นี่คือสัญญาณว่า ‘คนไทยกำลังเข้าใกล้การเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นระดับโลก’

#3 The Great Fashion Capital Shift

แม้มิลานเเฟชั่นวีคจะยังคงมีโชว์ onsite ถึง 15 โชว์, 41 พรีเซนเทชั่น และ 17 อีเวนต์ โดยมีโชว์เด่นจาก Prada และ Giorgio Armani แต่บรรยากาศโดยรวมกลับเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด เหตุผลหลักคือหลายแบรนด์ใหญ่ เช่น Gucci, Moschino, Versace, JW Anderson, Dsquared2 ต่างหันไปจัดโชว์แบบรวมเพศกับโชว์หรือแยกออกไปนอกฤดูกาล หลายผู้ซื้อและนักวิจารณ์เลือก ‘ข้าม’ Milan SS26 โดยตรง เพื่อพักก่อนเดินทางต่อสู่ปารีสซึ่งถูกคาดหวังสูงกว่า ในขณะเดียวกัน London Fashion Week ปีนี้ถึงขั้นยกเลิกโชว์ทั้งหมดในฝั่งผู้ชาย ยิ่งตอกย้ำว่า ปารีสยังคงเป็นจุดศูนย์กลางของโลกแฟชั่นอย่างไม่มีข้อกังขา แฟชั่นวีคกำลังปรับตัว และ ปารีสคือเมืองที่ยังยืนอยู่บนรากฐานของความคิดสร้างสรรค์และความเป็นผู้นำ

#4 New Names Take the Milan Stage

ถึงแม้ว่าทิศทางการเติบโตของตลาด Menswear โตขึ้น และได้รับความสนใจมากขึ้นก็ตาม แต่ก็มีดีไซเนอร์ไม่น้อยที่เลือกจะเดินรวมกันกับของ Womenswear เป็น Co-ed Show และการยุบของ London Fashion Week สำหรับฝั่งผู้ชายในปีนี้ ทำให้หลายแบรนด์ฝั่ง British Fashion เลือกมาโชว์กับทาง Milan Fashion Week เป็นครั้งแรก อย่าง Paul Smith ที่ปกติจะเดินโชว์ใน Paris Fashion Week หรืออย่างแบรนด์ Vivienne Westwood โดย Andreas Kronthaler เลือกมาปลดปล่อยพลังโชว์พรีเซ้นเทชั่นที่มิลานเช่นกัน นอกเหนือจากนั้นทาง Florence ก็น่าสนใจไม่น้อย กับการมาโชว์ของแบรนด์ Homme Plissé Issey Miyake ในฐานะ Guest ที่ Pitti Uomo

#5 AI Take Over the Runway

ปฏิเสธไม่ได้เลยสำหรับการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของ AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ในส่วนของวงการแฟขั่นก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากการนำเอา AI มาประยุกต์ใช้ในส่วนต่างๆ ทั้งซอฟแวร์กระบวนการผลิต การพัฒนาออกแบบและดีไซน์ รวมถึงช่วยวิเคราะห์รายละเอียดการตลาดของเทรนด์ผู้บริโภคหลังบ้าน ทั้งด้าน E-commerce , Retail หรือควบรวมของ Omni Chanel ได้เป็นอย่างดี

สำหรับ SS2026 ของ Fashion Week นี้ หากเราได้เห็นการก้าวล้ำของนวัตกรรมบางอย่างในโชว์หรือการออกแบบเสื้อผ้า เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ชม ไม่ว่าจะเป็น Generative AI , Virtual Reality (VR) สร้างบรรยากาศใหม่ที่ดูเสมือนจริง หรือการสร้างวิชวลของเสื้อผ้าที่ดูซับซ้อนผสานเทคโนโลยีสุดล้ำ เช่น แบรนด์ Anrealage ใน FW2025 สร้างชุดจากจอสกรีน LED ที่เปลี่ยนกราฟฟิกเปรียบดั่งลวดลายของชุดเรืองแสงได้ ใช้ AI มาสร้างอัลกอริทึ่มปรากฎแพตเทิร์นบนลายผ้า หรือแบรนด์ Moncler ที่สร้างโชว์จาก AI-generated ในรันเวย์ปี 2024 และคอลแลบกับ Maison Meta สร้างเสื้อผ้าบางส่วนผ่านการออกแบบจาก AI เช่น เสื้อแจ็กเก็ต Verone AI รวมถึงการมาถึงของ AI Fashion Week (AIFW)

Latest Posts

Don't Miss