เรียกได้ว่าคึกคักตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียวสำหรับวงการบิวตี้ ที่หลายต่อหลายแบรนด์ต่างขนโปรดักส์ใหม่ แคมเปญสุดปัง หรือการคอลาบอเรชั่นแบบไม่มีใครยอมใคร จนเกิดกระแสทั่วโลกโซเชียล และแน่นอนว่า Cosmetify ก็ไม่พลาดที่จะมาจัดอันดับของ Beauty Index ในไตรมาสแรกของปี บอกได้เลยว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งแบรนด์ที่ไวรัลจนขึ้นมาไต่อันดับขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ และแบรนด์ที่ถูกเบียดตกอันดับเพราะเทรนด์และความเร็วบนโซเชียล ว่าแต่จะมีแบรนด์ไหนกันบ้างไปดูกันเลย!

ในไตรมาสแรกของปี 2025 มีการสับเปลี่ยนลำดับที่น่าสนใจ เพราะไม่เพียงแค่แบรนด์ที่ไวรัลติดกระแสเพียงเท่านั้น แต่ยังความสม่ำเสมอทางการตลาดและคอมมูนิตี้ของแบรนด์ก็มีส่วนอย่างมากในการพาแบรนด์เหล่านั้นขึ้นแท่นเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการความงาม โดย Huda Beauty คว้าอันดับที่หนึ่งในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดด้วยพลังโซเชียลมีเดียกว่า 67.6 ล้านผู้ติดตาม และ engagement rate ที่สูงถึง 1,095% ด้วยกระแสไอเท็มไวรัลอย่างแป้งม่วง Easy Bake Loose Powder สี UBE Birthday Cake ที่ดันยอดค้นหาเพิ่มกว่า 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน


ขณะที่ Fenty Beauty ตามมาอันดับ 2 ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการสร้างตัวตนที่แข็งแรงของแบรนด์ ส่วน NYX พุ่งแรงขึ้นมาที่อันดับ 3 จากกระแสใน TikTok ของบลัชออน Buttermelt Blush และสกินทินต์ Buttermelt Glaze ทางด้าน Dior Beauty ยังคงรักษาความนิยมไว้ได้ด้วยแคมเปญใหญ่ที่ดึงเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกมาร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของแบรนด์

ต่อมาอันดับที่ 5 Rare Beauty ก็ยังคงแข็งแกร่งด้วยการสร้างแบรนด์ที่โดนใจและคอนเทนต์ที่ถ่ายทอดตัวตนของ Selena Gomez (โดยเฉพาะไอเท็มฮอตล่าสุดอย่าง Bouncy Blush) แม้ยอดค้นหาจะลดลงจากปีก่อนก็ตาม สำหรับ Charlotte Tilbury ตกมาอยู่ที่ลำดับที่ 6 ถูกเบียดโดยแบรนด์ลูกใหม่ที่มีความเร็วกว่า แต่ยังคงรักษาความนิยมไว้ได้เฉกเช่นเดียวกันกับ Dior Beauty


e.l.f. Beauty ในลำดับที่ 7 ก็ยังคงเป็นที่รักของเด็ก Gen Z และได้กระแสจากไอเท็ม dupe ที่เป็นไวรัลในโลกออนไลน์ แต่ก็ยังเจอปัญหาด้านยอดค้นหาที่เริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ และปัญหาตลาดที่เริ่มอิ่มตัว สำหรับแบรนด์บอดี้แคร์ยอดฮิตอย่าง Sol de Janeiro ที่เคยพุ่งแรงในดัชนีรอบที่แล้ว ก็ตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 8 เพราะเจอทั้งปัญหาผลิตภัณฑ์ที่ซ้ำซ้อนในตลาด และกระแสที่มีวี่แววว่าเริ่มจะอิ่มตัว


ฝากฝั่งแบรนด์สายมินิมัลอย่าง Rhode หล่นมาอยู่ในอันดับที่ 9 แต่ด้วยความนิยมและ engagement ที่ยังคงน่าประทับใจ ทำให้แบรนด์ยังอยู่ในชาร์ต สุดท้ายในลำดับที่ 10 Patrick Ta ขึ้นมาอยู่ใน 10 อันดับแรกได้ด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์และแรงสนับสนุนในคอมมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้จะมีจำนวนผู้ติดตามไม่มากเท่าแบรนด์ใหญ่ แต่ก็สามารถสร้างแรงกระเพื่อมในคอมมูนิตี้อย่างน่าทึ่ง


สำหรับในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 คาดว่า Sol de Janeiro น่าจะมีวีวี่แววคัมแบ็ก เพราะการเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายที่ออกมาในซัมเมอร์ ส่วน Rhode ก็ได้ขยายไลน์เมกอัพ และล่าสุดกับการขายกิจการให้กับ e.l.f. Beauty พร้อมกับการขยายเข้าสู่ Sephora ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำให้ Rhode ไต่อันดับขึ้นอยู่ในลำดับต้นๆ ในไตรมาสต่อไป สำหรับแบรนด์อื่นๆ ยังคงต้องจับตาและลุ้นต่อไปว่าในไตรมาสหน้าจะเป็นอย่างไร แอลคอยอัพเดตให้สาวกบิวตี้อย่างแน่นอน
Source: Cosmetify.com

