Hermès ในคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2026 กระเป๋าไม่ได้เป็นแค่ไอเท็มสวยๆ สำหรับถือถ่ายรูป แต่เป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อ ‘ใช้ชีวิตจริง’ ทั้งวันทำงาน วันเดินทาง ไปจนถึงทริปสั้นๆ แบบ 48 ชั่วโมง ความพิเศษคือ Hermès ยังคงยืนอยู่บนรากของแบรนด์ โลกของการขี่ม้า งานอานม้า และงานฝีมือที่ละเอียดในระดับที่แบรนด์อื่นทำแทนไม่ได้ และนี่คือ 10 ใบเด่นที่พลาดไม่ได้ของฤดูกาลนี้

หนึ่งในไฮไลต์ที่สะท้อนดีเอ็นเอของ Hermès ได้ชัดที่สุดคือ Haut à Courroies ที่มาพร้อมลายพิมพ์ Fast Poudré ลายนี้จับช่วงจังหวะที่ ‘คนกับม้า’ ลอยขึ้นพร้อมกันในเสี้ยววินาที เหมือนภาพหยุดเวลาอยู่กลางอากาศ เป็นความสวยแบบไม่ต้องพยายาม และเป็นการบอกว่า Hermès ยังผูกพันกับต้นกำเนิดโลกของนักขี่ม้าอยู่เสมอ จากนั้นคือชิ้นที่พูดได้เต็มปากว่าเป็นไอเท็มระดับไอคอน Birkin bag in Doblis calfskin หนัง Doblis ให้สัมผัสนุ่มลึก ดูแพงแบบไม่ต้องมีลูกเล่นเยอะ จุดเด่นของ Birkin ใบนี้คือความ ‘คลาสสิกที่มีพลัง’ หยิบใช้เมื่อไหร่ก็ยังดูดี และยิ่งอยู่ในคอลเล็กชั่นนี้ยิ่งเหมือนเป็นเสาหลักของทั้งซีซั่น



ถัดมาคือกลุ่มกระเป๋าที่ให้ความรู้สึกว่า Hermès กำลังพูดกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะ Sac Haut reissue ที่ยึดต้นแบบกระเป๋า Haut bag จากยุค 1930s ใบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทริปสั้นๆ แบบ 48 ชั่วโมง ใส่ของได้จริง มีช่องด้านนอกสำหรับของจำเป็น และด้านในมีช่องจัดระเบียบครบ จุดน่าสนใจคือมันทำให้ ‘กระเป๋าเดินทาง’ ดูโมเดิร์นได้โดยไม่ทิ้งความคลาสสิกเลย


เมื่อพูดถึง Kelly ซีซั่นนี้ Hermès ทำให้ Kelly ดูใช้งานง่ายขึ้น ชิ้นที่เด่นมากคือ Pochette Kelly Double Tour คลัตช์ที่นำดีเทลสร้อย Kelly Double Tour bracelet มาเป็นจุดนำสายตา แต่ความเก่งจริงคือระบบเปิดปิดแบบ trompe-l’oeil ที่ทำให้เปิด clasp ได้ในท่าเดียว โดยไม่ต้องแกะสายหรือทำอะไรให้ยุ่งยาก ด้านในยังมีช่องคู่สำหรับเก็บของจำเป็น เป็นคลัตช์ที่ดูเรียบแต่คิดมาแล้วทุกจุด


ส่วนคนที่อยากได้ Kelly แบบ ‘ชีวิตจริง’ ต้องมองไปที่ Kelly Hobo ที่ได้แรงบันดาลใจจากโค้ดของ So-Kelly แต่ให้ภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัยขึ้น ใบนี้มีความคล่องตัวสูง เหมาะกับวันทำงานหรือวันเดินเมือง สายปรับได้ และรุ่นใหญ่ยังมี slip pockets ด้านใน ชัดเจนว่า Hermès ตั้งใจทำให้เป็นกระเป๋าที่หยิบใช้ได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่สวยบนชั้นวาง


อีกเส้นเรื่องสำคัญของซีซั่นนี้คือกระเป๋าที่สะท้อน ‘สปิริตของการเดินทาง’ แบบชิคๆ อย่าง Bel-il และ Petit Bel-il ที่ได้แรงบันดาลใจจาก sailor bags แต่ถูกทำให้ดูเนี้ยบขึ้นด้วยวัสดุ H canvas และหนัง Swift calfskin ใบใหญ่ให้ฟีลนักเดินทาง มีสัดส่วนเท่และบาลานซ์ดี ส่วนใบเล็กให้ความ sporty chic ใช้งานง่าย ทั้งสองใบมีระบบปิดที่ปลอดภัยด้วยสายหนังและ padlock ซิกเนเจอร์ เป็นดีไซน์ที่ดูสนุก แต่ยังคงความหรูแบบ Hermès



ถ้าจะเลือกหนึ่งใบที่แสดงงานฝีมือแบบสุดทางที่สุดของฤดูกาลนี้ ต้องยกให้ Sac Filature กระเป๋าที่ใช้เทคนิค ligature จากงานอานม้า การเชื่อมเส้นหนังด้วยด้ายแฟลกซ์จนกลายเป็นโครงตาข่ายที่ห่อหุ้ม pouch หนัง Milo lambskin ที่อยู่ด้านใน ใบนี้มีเสน่ห์ตรง ‘ความโปร่ง’ ที่ทำให้มองเห็นข้างในได้แบบมีสไตล์ และยังมีหูจับที่ได้แรงบันดาลใจจาก Kelly handle เป็นการโชว์งานช่างแบบไม่ต้องพูดเยอะในหมวด travel item ที่จริงจังที่สุดคือ Sac Porte-habits Long Courrier กระเป๋าสำหรับเดินทางที่รวม garment bag กับ travel bag เข้าด้วยกัน ใส่สูทได้สองชุดและประกบกับช่องกลางสำหรับทริป 48 ชั่วโมงได้พอดี ด้านในมีระบบแขวนชุดจริงจัง พร้อมช่องเสียบการ์ดหนัง เป็นไอเท็มที่ตอบโจทย์คนเดินทางบ่อย โดยเฉพาะสายทำงานที่ต้องเนี้ยบตลอดเวลา


และอีกหนึ่งรายละเอียดที่ทำให้คอลเล็กชั่นนี้สมบูรณ์คือ cases ที่ได้แรงบันดาลใจจาก trunkmaking ด้วยมุมเสริมความแข็งแรง หูจับนูน และซิปที่ให้ความรู้สึกเหมือนกล่องเดินทางชิ้นเล็กๆ ไอเท็มนี้ทำให้ของจำเป็นอย่างโทรศัพท์ พาสปอร์ต หรือเครื่องประดับดูพิเศษขึ้นทันที รุ่นเล็กยังมีสายถอดได้สำหรับแขวนกับกระเป๋าใบใหญ่ด้วย

