ในวันที่หลายคนเพิ่งเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าอยากเป็นใคร? แต่ ภีมวสุ-วสุพล พรพนานุรักษ์ หนึ่งในสมาชิกของวง BUS because of you i shine เลือกที่จะค่อยๆ หาคำตอบนั้นผ่านทุกช่วงเวลาของการเป็นศิลปิน เพราะการเติบโตของเขาไม่ได้เกิดขึ้นภายในวันเดียว แต่มันสะสมจากทุกเวที ทุกเสียงเชียร์ที่ผ่านมา และทุกวันที่ต้องรับมือกับความคาดหวัง จากเด็กคนหนึ่งที่เคยเขียนเนื้อเพลงลงในสมุดการบ้านโดยไม่รู้ว่ามันจะพาเขาไปในเส้นทางไหน วันนี้เขากลับเริ่มเห็นภาพตัวเองชัดขึ้นทั้งในฐานะศิลปิน และเด็กหนุ่มวัย 19 ที่กำลังเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเอง วันนี้แอลชวนภีมวสุมานั่งพูดคุยถึงการเติบโตในปีที่สามของการเป็นสมาชิกวง BUS บทเรียนของคำว่า coming of age และวันที่เขาเริ่มมั่นใจว่าเส้นทางศิลปินคือสิ่งที่เขาอยากเขียนต่อไปด้วยมือของเขาเอง

ELLE: ตั้งแต่วันที่ได้เป็น BUS จนถึงวันนี้ ช่วงไหนที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นจริงๆ?
PEEMWASU: ผมรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นจริงๆ ในทุกๆ chapter ของ BUS ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ หรือว่า Happy BUSDAY รู้สึกตัวเองโตขึ้นทุกวัน ในเรื่องที่เจอในแต่ละอย่างในการเป็นศิลปิน ทุกอย่างสอนผมให้โตขึ้นในทุกๆ วัน เป็น coming of age อยู่ทุกวัน เอาจริงๆ ตอนเดบิวต์มาแรกๆ ผมยังไม่ได้ชัดว่าชอบตัวเองในเส้นทางศิลปินขนาดนั้น ณ ตอนนั้น ผมเป็นไอดอล ในเวย์คนเดียวอะ ยังไม่ค่อยเห็นภาพ การที่ได้ทำโซโล่ครั้งแรก ได้ลงมือทำกับมัน ได้เห็นภาพมากขึ้น ผมว่าตอนนี้เข้าปีที่สามแล้ว ผมว่าผมมีสิ่งหลักๆ ที่ผมชอบ ผมชอบทำมัน พยายามกับมัน รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ผมก็เห็นภาพมันเหมือนกัน วันนี้เห็นภาพมากขึ้นว่าตัวเองจะเป็นยังไงในเส้นทางศิลปิน
ELLE: แอบเห็นภีมวสุไปอัดเพลง ร้องเพลง โปรดิวซ์เพลง หรือว่าเขียนเพลงอย่างเดียวกันนะ?
PEEMWASU: เอาจริงๆ ผมรู้สึกว่าชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ตอนสมัยป.6 เคยอยากไปรายการ The Rapper แต่ว่าทุกคนอาจจะยังไม่รู้ ตอนที่ผมเรียนโรงเรียนประจำใช่มั้ย เขาจะให้เอาสมุดมาทำการบ้าน แต่ผมไม่ทำการบ้าน ผมจะชอบเขียนอะไรลงไป ตอนเด็กๆ เมื่อนานมาแล้ว พอโตมาก็ห่างหายกับมันไป เราไม่ได้ใช้อะไรเกี่ยวกับมัน แต่พอเป็นศิลปินรู้สึกว่า พอเริ่มเห็นคนนู้นคนนี้ทำเพลงอะไรงี้ เรารู้สึกว่าเราก็เขียนได้นี่นา เราก็มีแบบชอบไปแอบ ไม่แอบ ก็เขียนนี้แหละ ตอนนี้ก็เขียนในโทรศัพท์ในโน้ตไรงี้เต็มเลย ก็ยังไม่ได้ปล่อยออกมาให้ทุกคนดู ทั้งหมดเป็นเพลง เป็นเนื้อเพลงอะไรแบบนี้

ELLE: ก่อนหน้านี้เด็กชายภีมวสุ สวนกุหลาบ นักบาสโรงเรียน มันคนละแบบไหม?
PEEMWASU: คนละแบบจริง บาสเป็นสิ่งที่ผมชอบอีกแบบหนึ่ง เป็นกีฬาที่ผมชอบ ตอนนั้นผมไม่รู้ตัวเองว่าผมมีหัวด้านเป็นศิลปินนี้เหมือนกัน เพราะมีบาสแล้วก็มี TikTok ไง มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้บริหารคาริสม่าของผม ตอนเป็นศิลปินก็ สามารถใช้ TikTok ได้ด้วย รู้สึกว่าตอนแรกตัวเองไม่มีหัวแต่พอโตมารู้สึกว่าตัวเองก็พอมีเซนส์อะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ก็ชอบเขียน พอโตมาก็เป็นศิลปิน ศิลปินต้องมีเรื่องที่เล่า
ELLE: ถ้าสมมติว่า BUS เป็นครอบครัว คิดว่าตัวเองจะรับบทเป็นอะไรในครอบครัวนี้?
PEEMWASU: ผมว่าผมเป็นน้องเล็กเลยอย่างแรก น้องเล็กที่มีความรับผิดชอบ นำพี่ได้ในบางเรื่อง ผมรู้สึกว่าบางเรื่องผมพูดพี่ๆ ก็ฟัง อาจจะเป็นน้องเล็กที่ดูเหมือนไม่ใช่น้องเล็ก เหมือนเพื่อนกันมากกว่า แต่ว่าตามใจไหม เวลาไหนที่ผมทำตัวเหมือนน้องเล็กมากๆ หมายถึงว่าบางทีมันจะมีออกมาไม่รู้ตัวไง พี่ๆ ก็ชอบแซว มักเน่อะไรแบบนี้ เฮ้ย นี้มักเน่เหรอๆ แต่ว่าอาจจะไม่บ่อยมาก

ELLE: มีข้อความไหนจากแฟนคลับที่ทำให้รู้สึกว่าการมาเป็นศิลปินมันคุ้มค่ามากๆ เลย?
PEEMWASU: ข้อความที่เขาขอบคุณ ที่เขาบอกว่าผมเป็นความสุขให้เขาได้ ขอบคุณที่ทำให้ยิ้มได้ในวันที่เขาอาจจะเจอเรื่องไม่ดีมา ถือว่าเป็นคำง่ายๆ แต่ว่ามีความหมายและก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมอยากยืนอยู่ตรงนี้เหมือนกัน
ELLE: ภาพจุดสูงสุดของ BUS สำหรับภีมวสุมันคือจุดไหน จะทำอะไรกับเพื่อนๆ บ้างภายใน 3-5 ปี?
PEEMWASU: ผมว่าเป็นจุดที่เรา 12 คนมีความสุขที่จะทำมันด้วยกัน ไม่รู้ว่าจุดไหน ไม่รู้ว่าเราไปได้ไกลถึงไหน

ELLE: เราจะเห็นว่าภีมวสุมีความไฮป์ เป็นลูกหมาที่แบบไฮป์ ไฮป์แฟนๆ เพื่อนๆ ในวง มีพลังบวกเสมอเลย ถ้าเราท้อเราจัดการความรู้สึกยังไงบ้าง?
PEEMWASU: วันที่ท้อเหรอครับ เอาจริงๆ มันก็เป็นสิ่งที่ยากเหมือนกันเพราะว่าผมก็ยังเด็ก 19 ปีนี้กำลังจะ 20 วันที่ท้อผมก็มีเพื่อน มีพี่ มีแม่ มีน้อง มีพี่ย้ง วันไหนที่ผมรู้สึกว่าผมรู้สึกเซนซิทีฟ วันที่ท้อก็จะมีพี่ย้ง ผมคุยได้ทุกเรื่องนะกับพี่เขา แต่อยากบอกว่าทุกคนมีแค่ตัวเองนะเวลาที่ท้อ คนที่พาตัวเองกลับมาได้ดีที่สุดก็คือตัวเอง อาจจะต้องใช้เวลากับมัน อาจจะพักบ้าง อาจจะนอน อาจจะไม่ดีขึ้นในวันนี้ แต่ก็อย่ายึดติดกับมันนาน พยายามหาอะไรทำที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นบ้าง

ELLE: อยากจะพูดอะไรกับภีมวสุในวัย 19 บ้าง?
PEEMWASU: อยากจะบอกว่าไม่ต้องเครียดเยอะกับเรื่องอะไรอย่างนี้ อยากจะบอกว่าช่วงนี้ไม่ต้องเครียดเยอะ อาจจะเป็นเพราะว่าผมเพิ่งพักมาด้วยมั้ง มันเลยรู้สึก emotional คนที่ซัพพอร์ตเราเยอะแยะเต็มไปหมดเลย แล้วก็อย่าลืมให้ตัวเองออกไปใช้ชีวิตบ้าง หาเวลาพักให้กับตัวเองบ้าง หาเวลาไปพักผ่อนเยอะๆ สนุกในสิ่งที่ตัวเองทำ appreciate ของการมีอยู่ของทุกคนที่อยู่ในชีวิตครับ

อ่านบทความ: 12 หนุ่มวง BUS because of you i shine กับการเดินทางสู่ปีที่ 3 ในฐานะผู้เล่นในสนามที-ป๊อปที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ
Interview: Tikumporn Chaiyakote
Text: Chanel panyaworn
Photographer : Wasu Sukatocharoenkul
Fashion Editor : Preuksapak Chorsakul
Makeup : Witsarut Jullasorn, Saran Anaphon, Chawika Lieochaiyaphan
Hair : Roangritz Apisitvachiramatee, Sukwasa khadphab, Chanyanuch Woraphakpridakun
Assistant Photographer : Similan Prangprasert, Santipong jodnok, Danai sompong
Assistant Stylist : Junjira Wangaug, Tidawan Suttichai, Ploypailin diloksri, Nichapat Thongjring

