Louis Vuitton เปิดโลกใต้ท้องทะเลผ่านลวดลายโมโนแกรมบน High Trunks

Louis Vuitton ยังคงต่อยอดมรดกแห่งการสร้างสรรค์หีบเดินทางอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยนับตั้งแต่สิทธิบัตรลวดลายโมโนแกรมในปี 1905 ได้ระบุว่าลาโมโนแกรมสามารถปรับเปลี่ยนลวดลายทั้งในด้านสี ขนาด และวัสดุ ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้กลายมาเป็นรากฐานสำคัญของการนำมาตีความและสร้างสรรค์ใหม่อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และสำหรับคอลเล็กชั่น Men’s Spring/Summer 2027 นี้ Pharrell Williams ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์เสื้อผ้าผู้ชาย ได้เปิดตัว High Trunks ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกใต้ท้องทะเล ซึ่งหีบแต่ละใบถ่ายทอดการตีความใหม่ของ Courrier Lozine 110 ผ่านเทคนิคที่หลากหลาย สะท้อนให้เห็นว่าโมโนแกรมยังคงเป็นแรงบันดาลใจในการคิดค้นและทดลองกับวัสดุใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ยังคงหยั่งรากลึกอยู่ในมรดกแห่งงานทำหีบเดินทางของเมซง

UNDER THE SEA: LEATHER MARQUETRY

Leather Marquetry Under the Sea Courrier Lozine 110 คือผลงานชิ้นพิเศษเพียงหนึ่งเดียว ที่เฉลิมฉลองความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล โดยสอดคล้องกับโลกแห่งท้องทะเลซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคอลเล็กชั่น Men’s Spring/Summer 2027 หีบใบนี้ถ่ายทอดภาพพาโนรามาใต้มหาสมุทรอันประณีต ตั้งแต่แนวปะการัง ปลาเขตร้อน ไปจนถึงพืชพรรณใต้น้ำ ซึ่งแต่ละด้านก็ได้เผยให้เห็นองค์ประกอบที่แตกต่างกัน

ภายนอกของหีบประกอบขึ้นจากชิ้นหนังที่ตัดแยกเป็นรายชิ้นมากกว่า 1,500 ชิ้น ก่อนนำมาประกอบด้วยมือผ่านกระบวนการทำงานอันพิถีพิถันนานหลายร้อยชั่วโมง เพื่อถ่ายทอดโลกใต้ทะเลให้มีชีวิตชีวา ผ่านหนังมากกว่า 35 ชนิด ได้รับการคัดเลือกโดยพิจารณาจากลายผิว สี และสัมผัส โดยแต่ละชนิดช่วยสร้างมิติของเฉดสีที่แตกต่างและเติมความรู้สึกถึงความลึกและการเคลื่อนไหว มุมโลหะรูปทรงเปลือกหอยยังช่วยต่อยอดแรงบันดาลใจจากท้องทะเลให้ครอบคลุมไปถึงรายละเอียดอื่นๆ ของหีบ สะท้อนทั้งความแม่นยำของงานฝีมือและความคิดสร้างสรรค์

MOTHER OF PEARL MARQUETRY

สำหรับ Mother of Pearl Marquetry Courrier Lozine 110 Louis Vuitton ได้ผสาน 2 ศาสตร์งานฝีมืออันโดดเด่นเข้าด้วยกัน ผ่านความร่วมมือกับช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้านมาร์เก็ตรีชาวฝรั่งเศส โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนึ่งในสมบัติล้ำค่าที่เปล่งประกายที่สุดของท้องทะเล หีบใบนี้นำลวดลาย Louis Vuitton Monogram มาตีความใหม่ผ่านประกายเหลือบรุ้งของเปลือกหอยมุกที่ได้มาอย่างยั่งยืนจากหอยนางรมขนาดใหญ่ ทำให้พื้นผิวของหีบสามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ไปตามการตกกระทบของแสง

เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความงดงามล้ำค่ากับความแข็งแรงของโครงสร้าง เปลือกหอยมุกที่ตัดเป็นชิ้นขนาดเล็กนับพันชิ้นได้รับการฝังด้วยมืออย่างพิถีพิถันลงบนไม้ลาร์ชรมควัน ซึ่งเลือกใช้ทั้งจากความทนทานและเอกลักษณ์ของเนื้อไม้ตามธรรมชาติ ซึ่งไม้ได้ผ่านกระบวนการรมควันที่เปลี่ยนโทนสีให้ซึมลึกเข้าไปทั่วทั้งเนื้อไม้ ก่อนขัดแต่ง เคลือบผิว และลงน้ำยาเคลือบเงาเพื่อเผยให้เห็นองค์ประกอบสุดท้าย ซึ่งบน Courrier Lozine 110 มีการประกอบชิ้นส่วนเปลือกหอยมุกมากกว่า 2,000 ชิ้น ขณะที่แผ่นไม้ หมุดย้ำ และรายละเอียดโลหะที่เข้าชุดกันช่วยขยายงานฝีมือให้ครอบคลุมไปทั่วทั้งหีบ

CHROME WAVE: SCULPTED AND COVERED WITH CHROME

แรงบันดาลใจของผลงานได้มาจากการเคลื่อนไหวของมหาสมุทร Chrome Wave Courrier Lozine 110 ก็ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเสมือนผลงานศิลปะเชิงประติมากรรม รูปทรงที่พลิ้วไหวสะท้อนจังหวะการเคลื่อนตัวของคลื่นผ่านรูปทรงร่วมสมัย ขณะที่พื้นผิวสะท้อนแสงจะเปลี่ยนแปลงไปตามแสงโดยรอบอยู่ตลอดเวลา แผ่นอะคริลิกใสถูกแกะสลักด้วยมือเป็นรูปทรงคลื่น ก่อนสลักลายโมโนแกรมด้วยเลเซอร์ลงบนผิว รวมถึงการเคลือบโครเมียมสีเงิน 2 ชั้น และหีบใบนี้ยังประดับด้วยดอกไม้โมโนแกรมสะท้อนแสงนีออน ซึ่งปรากฏขึ้นราวกับประกายสีสันที่วาบผ่านพื้นผิวโครเมียมแกะสลัก เมื่อเปิดหีบออกจะพบกับการตกแต่งภายในด้วยหนังสีครีมแบบดั้งเดิม พร้อมเติมรายละเอียดด้วยงานปัก Louis Vuitton สร้างความตัดกันอย่างร่วมสมัย

สำหรับ Mother of Pearl Marquetry, Chrome Wave, Summer Captions และ Liquid Python Courrier Lozine 110 จะเปิดให้สั่งทำโดยใช้ระยะเวลารอผลิต 10 เดือน ขณะที่ผลงานชิ้นอื่นๆ จากคอลเล็กชั่น High Trunks จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป

Latest Posts

Don't Miss