เมื่ออุตสาหกรรมความงามเปลี่ยนเลนส์ภาพจำการรักษาผิว จากผิวตึงเรียบเนียนสู่ ‘ผิวอ่อนเยาว์’

ถือเป็นอีกปีในโลกของอุตสาหกรรมความงามที่ภาพจำของการสร้างผิวที่อ่อนเยาว์นั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผิวที่เรียบเนียน ตึงกระชับ ไร้ซึ่งรอยเหี่ยวย่นใดๆ หรือ ‘ผิวอ่อนเยาว์อย่างสมบูรณ์’ ที่หลายๆ คนต่างตามหาและพยายามจะรักษาไว้ให้นานที่สุด จากการใช้สกินแคร์ลดเลือนริ้วรอย หรือการยกกระชับที่ถูกมองว่าเป็นของสำหรับผู้สูงวัยนั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่ล้าหลัง กับเลนส์ที่ถูกเลือกใช้มามองเรื่องความอ่อนเยาว์ของผิว ที่เคยเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ กลับเป็นการพยายามรักษาและยืดอายุความอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืนแทน

ด้วยค่านิยมที่เปลี่ยนไป พร้อมกับการเข้าถึงความรู้ที่ง่ายดายขึ้น การชะลอวัยหรือเฟ้นหาหนทางสู่ผิวอ่อนเยาว์ที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องของคนที่มีอายุ กลับกลายเป็นเรื่องที่ล้าสมัยไปแล้ว รวมไปถึงเทรนด์ของการดูแลตัวเองที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน การเริ่มใส่ใจผิวหน้าจึงเป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้ในวัยรุ่นช่วงต้นๆ รวมไปถึงทุกเพศด้วยซ้ำไป จากแนวคิดที่จะแก้ปัญหาในช่วงอายุที่มากขึ้น ก็กลายเป็นการเลือกที่จะป้องกันแต่เนิ่นๆ ในช่วงเริ่มต้นแทน และเทรนด์นี้ก็เริ่มเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อช่วง 4-5 ปีก่อน และกำลังเปลี่ยนโลกแห่งการดูแลผิวไปอย่างสมบูรณ์แบบ

แน่นอนว่าอุตสาหกรรมความงามต้องปรับตัวตามเทรนด์นี้ด้วยเช่นกัน จากที่เคยเห็นหลายๆ แบรนด์ตั้งใจสร้างสกินแคร์เพื่อมุ่งที่จะลดเลือนริ้วรอยลึก หรือสร้างความตึงกระชับเท่านั้น มาในปัจจุบันแบรนด์ความงามไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ต่างก็พัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มที่เราเรียกว่า ‘ผลิตภัณฑ์องค์รวม’ หรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถจัดอยู่ในหมวดเดียวกับผลิตภัณฑ์ช่วยชะลอวัยที่เราเคยเห็น แต่เป้าหมายนั้นกลับเป็นการรักษาหรือเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวจนถึงระดับชั้นเซลล์ เพื่อให้เซลล์ได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว หรือจะเรียกว่ายืดอายุก็ได้

ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีกลุ่มเป้าหมายของคนที่มีอายุเริ่มต้นที่ 20 ปี เรียกได้ว่าลดลงมาจากผลิตภัณฑ์ชะลอวัยที่เราเคยเห็นมากเลยทีเดียว

‘ผลิตภัณฑ์องค์รวม’ เหล่านี้มักจะมากับคีย์เวิร์ดที่แตกต่าง ซึ่งคำหนึ่งที่เราจะเห็นได้บ่อยๆ ก็คือ ‘Rejuvenation’ หรือถ้าแปลให้เข้าใจง่ายก็คือ การคืนความมีชีวิตชีวาให้กับผิวของคุณนั่นเอง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกคิดค้นให้มีกลไกที่แตกต่างจากสกินแคร์ที่ช่วยสร้างความอ่อนเยาว์ที่เราคุ้นชิน จากการโฟกัสเฉพาะแค่ประเด็นนั้นๆ อย่างเรื่องริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ความแห้งกร้าน หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอเพราะอายุที่มากขึ้น สกินแคร์รุ่นใหม่เหล่านี้กลับมุ่งเสริมความแข็งแรงให้กับผิวองค์รวม ถึงจะฟังดูไม่เจาะจงเท่าไร แต่การบำรุงในรูปแบบนี้จะช่วยสร้างพื้นฐานที่ดีให้กับผิว และยังช่วยต่ออายุให้เซลล์ผิวทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลต่อในอนาคตเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เราอาจจะไม่ต้องนั่งเสียเวลาซ่อมผิวกันอย่างหนักหน่วงแบบที่เคยเป็นมาในอดีตก็ได้

ผลิตภัณฑ์องค์รวมเหล่านี้มีหลายแบรนด์ที่โดดเด่น อย่างเช่น N°1 de CHANEL สกินแคร์ในแพ็กเกจจิ้งสีแดงสดล่าสุดจาก CHANEL ส่วนผสมหลักเป็นดอกคามิลเลียสีแดงที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูการทำงานของเซลล์ผิวที่ใกล้จะเสื่อมสภาพ ด้วยการวิจัยจากแล็บของ Chanel ทำให้เรารู้ว่าเมื่อเซลล์ผิวเผชิญกับสิ่งเร้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะหรือความตึงเครียด เซลล์ผิวจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ และที่แย่ไปกว่านั้นคือเซลล์ผิวที่ใกล้ตายเหล่านี้มีกลไกที่จะส่งสัญญาณให้เซลล์ผิวรอบข้างเสื่อมสภาพลงเช่นกัน สำหรับสารสกัดจากดอกคามิลเลียสีแดงนั้นจะไปช่วยฟื้นชีวิตให้กับเซลล์ผิว ยืดอายุให้ผิวคืนความมีชีวิตชีวาและกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งตระกูลสกินแคร์ที่มาพร้อมกับมุมมองความอ่อนเยาว์ที่ยั่งยืนที่น่าสนใจไม่ต่างกัน ก็คือคอลเล็กกชั่น Dior Capture จาก Dior Beauty ที่ทำการวิจัยโดยทีม Dior Science อย่างลึกซึ้ง พร้อมกับการร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องการชะลอวัยถึงระดับเซลล์จากอีกหลายมหาวิทยาลัยชื่อดัง สู่การพัฒนาสูตรอีกครั้ง เพื่อมอบการบำรุงไปจนถึงชั้นเซลล์ กระตุ้นการทำงานที่ดียิ่งขึ้นด้วยการส่งออกซิเจนเข้าสู่เซลล์อย่างเต็มประสิทธิภาพ สร้างผิวที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน พร้อมยังมีให้เลือกอย่างครบกิจวัตร ไม่ว่าจะเป็นเซรั่ม อายครีม และครีมสำหรับกลางวัน รวมไปถึงเซรั่มในรูปแบบ ‘ช็อต’ ในหลอดรูปทรงคล้ายเข็มฉีดยา เพื่อฟื้นฟูผิวอย่างเจาะจง ด้วยเรตินอลและกรดไฮยาลูรอน

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่ออกผลิตภัณฑ์จำพวกเดียวกันนี้ให้ได้เห็นในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นออยล์สำหรับผิวหน้าชิ้นใหม่จาก Charlotte Tilbury อย่าง Collagen Superfusion Facial Oil ซึ่งมีเนื้อออยล์ที่บางเบากว่าปกติ อุดมไปด้วยสารบำรุงมากมาย อาทิ คอลลาเจนจากพืชธรรมชาติและน้ำมันสกัดจากซูเปอร์ฟู้ดที่จะช่วยเข้าฟื้นบำรุงผิวในภาพรวมอย่างสมบูรณ์แบบ หรือจะเป็น All Day All Year ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Sisley ที่ผสานประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยและยังเป็นเกราะป้องกันให้กับผิว อันเนื่องมาจากมลภาวะ รังสียูวี แสงสีฟ้า และปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาผิว มอบเนื้อที่เบาสบายเหมาะกับการใช้ชีวิตในเมืองเป็นที่สุด หรือจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นเฉพาะจุดอย่าง GenOptics Under Eye Circle จาก SK-II ที่ผนวกรวมเทคโนโลยีอันล้ำหน้าในการบำรุงผิวเข้ากับส่วนผสมเด่นของแบรนด์อย่าง Pitera ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์สำหรับรอบดวงตาที่นอกจากจะฟื้นฟูแล้ว ยังเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิวอีกด้วย

มากไปกว่านั้น ในวงการแพทย์หรือวงการความงามยังปรับเปลี่ยนตัวเองให้ตามเทรนด์การชะลอวัยแบบองค์รวมนี้เช่นกัน ดังที่เราได้เห็นเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นดูแลและฟื้นฟูผิวแบบองค์รวมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทรีตเมนต์รุ่นใหม่ๆ หรือเครื่องมือแบบใหม่ที่นอกจากตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาผิวที่คนไข้กังวลแล้ว มักจะมีการเสริมความโดดเด่นของระดับคอลลาเจนในผิวให้มากขึ้นไปในตัว เพื่อผิวสวยและผลลัพธ์ในแต่ละครั้งที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น และยังมีเครื่องมือการตรวจสภาพผิวที่พัฒนามาอย่างดี สามารถบอกข้อกังวลของผิวแต่ละคนได้อย่างตรงจุด ซึ่งทำให้เราเข้ารับการดูแลในเรื่องที่เราต้องการ ไม่จำเป็นต้องทำหลายอย่างจนบางครั้งก็ส่งผลเสียต่อผิวในระยะยาว

Latest Posts

Don't Miss