สิ่งที่ควรรู้ ก่อนปราบวิญญาณในซีรี่ส์ ‘The East Palace บูรพาอาถรรพ์’ นำโดย นัมจูฮยอก-โนยุนซอ

ดูเหมือนช่วงนี้จะมีซีรี่ส์ฟอร์มยักษ์ปล่อยมาให้แฟนๆ ซีรี่ส์เกาหลีอย่างเราชมกันแบบไม่มีหยุดพัก รวมไปถึงซีรี่ส์ออริจินัล Netflix เรื่องล่าสุดอย่าง The East Palace ซึ่งได้สองนักแสดงน่าจับตาอย่าง นัมจูฮยอก และ โนยุนซอ มาประชันฝีมือกันผ่านเรื่องราวที่เสิร์ฟให้ครบรสจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ว่าด้วยคำสาปที่จองจำราชวงศ์และพาเราท่องไปในภพแห่งกวี (ซึ่งไม่ได้แปลว่า นักเขียน หากแต่มาจากคำว่า 귀신 ซึ่งแปลว่า วิญญาณ, ภูติผี ในภาษาเกาหลี) กับสองคู่หูปราบผีที่ต่างกันสุดขั้ว

และหากใครที่กำลังวางแผนจะรับชมซีรี่ส์เรื่องนี้ล่ะก็ นี่คือสิ่งที่ควรรู้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้กำกับชเวจองกยู, นัมจูฮยอก, โนยุนซอ และโจซึงอู งานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ที่จะยิ่งทำให้การดูของคุณเต็มไปด้วยอรรถรสมากยิ่งขึ้น!

พล็อตเข้มข้นโดยดรีมทีม

เพียงดูโปสเตอร์และตัวอย่างที่ปล่อยออกมาก็เชื่อได้ว่าจะต้องถูกใจสายซีรี่ส์แนวลี้ลับอย่างแน่นอน เพราะ The East Palace เป็นซีรี่ส์ดราม่าย้อนยุคที่เล่าถึงคำสาปที่หลอกหลอนภายในพระราชวัง โดยมีตัวเอกคือ กูชอน (รับบทโดย นัมจูฮยอก) ชายหนุ่มผู้สามารถก้าวข้ามเขตแดนเข้าไปในภพขอเหล่าวิญญาณได้ กับ แซงกัง (รับบทโดย โนยุนซอ) นางในผู้มีความสามารถพิเศษในการได้ยินเสียงของวิญญาณ และมีปมบางอย่างแฝงอยู่ ทั้งคู่แท็กทีมกันปราบผี พร้อมเสิร์ฟทั้งฉากแอคชั่น ระทึกขวัญ และอีกมากมาย การันตีด้วยปลายปากกาของสองนักเขียนบท ควอนโซรา และ ซอแจวอน ผู้เคยสร้างผลงานขึ้นหิ้งให้แก่แนวเหนือธรรมชาติมาแล้วอย่าง Bulgasal: Immortal Souls และ The Guest พร้อมได้ผู้กำกับชเวจองกยู จาก The Devil Judge มานั่งแท่นกำกับอีกด้วย

ผู้กำกับชเวจองกยู: สิ่งสำคัญที่สุดคือเราสร้าง ‘กวีแม’ และวิญญาณต่างๆ โดยอิงจากตำนานที่เล่าขานกันมาของเกาหลี ซึ่งมีรากฐานของเรื่องราวเหล่านั้นอยู่ ผมอยากให้คงตำนานนั้นไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็เติมความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เข้าไปให้ผู้ชมได้เห็นด้วยครับ

แคสต์นักแสดงที่สมบูรณ์แบบที่สุด

นอกจากเรื่องราวที่ชวนให้ติดตามแล้ว แคสต์นักแสดงเองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการโคจรมาร่วมงานกันเป็นครั้งแรกของ นัมจูฮยอน และ โนยุนซอ หรือแม้แต่ โจซึงอู พระราชาผู้คาแร็กเตอร์ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างถูกต้องจนแม้แต่ผู้กำกับเองก็ยังยกให้เป็นทัพนักแสดงที่เหมาะสมราวกับถูกกำหนดเอาไว้แล้ว

ผู้กำกับชเวจองกยู: ก่อนอื่นเลย ตอนที่ผมเห็นคุณนัมจูฮยอกครั้งแรก ผมคิดว่าเขาเหมือนกูชอนมาก เขามีความตั้งใจแน่วแน่ ดูเชื่อถือได้ ถ้ามองแววตาของเขา คุณจะรู้สึกได้ว่าเหมือนมีความเหงาซ่อนอยู่ ซึ่งเหมือนตัวละครกูชอนมากๆ ส่วนตัวละครแซงกังคือตัวแทนความสง่างามของนางใน คุณโนยุนซอมีความตรงไปตรงมาและเล่นได้เป็นธรรมชาติมากๆ ซึ่งผมคิดว่าเหมาะกับการรับบทแซงกังที่สุด และเหมาะกับซีรีส์เรื่องนี้ที่สุดด้วย สำหรับโจซึงอู เขาเก่งมากอยู่แล้วครับ และก็เป็นคนมีเสน่ห์ ผมบอกคนอื่นๆ เสมอว่ารู้สึกเหมือนฝันเลยที่ได้ร่วมงานกับเขาอีก พระราชาองค์นี้กุมความลับไว้เยอะ เขารู้สิ่งที่คนอื่นๆ ไม่รู้อยู่มากมาย พอพูดคำว่า ‘ความลับ’ ผมคิดว่าคำนี้เข้ากับซึงอูนะ เพราะเป็นชื่อซีรีส์ที่ดังมากๆ ด้วย

การกลับมาของ นัมจูฮยอก และบทบาทที่ท้าทายกว่าเคย

หลังจากห่างหายกันไปสักพักเพื่อปฏิบัติภารกิจรับใช้ชาติ นัมจูฮยอก ก็ได้กลับมาสู่จอเงินอย่างยิ่งใหญ่ในบทบาท กูชอน ชายหนุ่มผู้มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับโลกแห่งวิญญาณ ซึ่งถือเป็นการจับจองบทบาทนับตั้งแต่อยู่ในกรมกันเลยทีเดียว ด้วยความท้าทายทั้งศักยภาพทางการแสดงไปจนถึงร่างกาย รวมไปถึงเสน่ห์ความเป็นหนุ่มร่างที่แม้จะยียวนปนดิสต์ไปบ้าง แต่ก็เปี่ยมความสามารถแบบที่เราไว้วางใจได้เสมอ

"A person dressed in dark clothing stands in a dimly lit, smoky environment, holding a large sword over their shoulder, with a serious and intense expression on their face."

นัมจูฮยอก: ตอนที่ได้อ่านบท ผมยังอยู่ในกรมทหารครับ ตอนรับราชการทหารก็ค่อนข้างเครียด จึงมองหาความท้าทายใหม่ๆ และอยากเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ครับ ผมอยากรู้ว่าภพของ ‘กวี’ หรือโลกของวิญญาณ จะถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพอย่างไร นอกจากนี้ เนื้อเรื่องยังมีความโดนเด่นเฉพาะตัวมาก โดยเฉพาะเรื่องราวน่าสนใจมากมายที่เกิดขึ้นภายในพระราชวัง ตอนอ่านบทเลยรู้สึกสนุกมาก และคิดว่าถ้าได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้คงดี ก็เลยอยากรับบทเป็น ‘กูชอน’ มากตั้งแต่ตอนนั้นเลยครับ

นัมจูฮยอก: ผมนึกถึงฉากที่ต้องลงไปใต้น้ำครับ ตอนถ่ายทำบางครั้งก็เป็นช่วงฤดูร้อน แต่บางครั้งก็ต้องถ่ายทำในฤดูหนาวที่หนาวมากๆ ซึ่งท้าทายมากเลยครับ แต่พอออกมาแล้วดูดีมาก ต้องขอบคุณผู้กำกับที่ทำให้ภาพออกมาสวยมากเลย และยังมีฉากแอคชั่นกับนางใน 13 คนที่อยากให้ติดตามรับชม รวมถึงฉากที่ร่างทรงทำพิธีด้วยครับ

โนยุนซอ กับครั้งแรกในซีรี่ส์ย้อนยุค และเคมีสุดลงตัว

แม้เราจะเห็นโนยุนซอโลดแล่นในวงการผ่านโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่มากมาย แต่ไม่น่าเชื่อว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นเธอสวมบทบาทในซีรี่ส์ย้อนยุค! ถ่ายทอดตัวละคร แซงกัง หญิงสาวผู้มีความสามารถในการได้ยินเสียงวิญญาณ พร้อมด้วยเบื้องหลังชีวิตที่แฝงปมที่กระทบความมั่นคงของราชวงศ์ แถมยังเป็นครั้งแรกในการประกบคู่กับ นัมจูฮยอก เสิร์ฟเคมีไม่ธรรมดาของสองตัวละครต่างคาแร็กเตอร์ แต่กลับกลายเป็นคู่หูปราบวิญญาณที่ลงตัวที่สุด

โนยุนซอ: เป็นครั้งแรกเลยเลยค่ะที่ได้ลองเล่นซีรีส์ย้อนยุค The East Palace มีทั้งความเป็นประวัติศาสตร์และความเป็นแฟนตาซี จึงอยากรู้ว่าถ้านำมาทำเป็นซีรีส์จริงๆ จะออกมาเป็นอย่างไร รวมถึงเนื้อเรื่องยังน่าสนใจด้วย ตัวละคร ‘แซงกัง’ ที่ฉันรับบทเป็นคนที่คิดอะไรก็ลงมือทำทันที เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์ จึงอยากลองรับบทนี้ค่ะ ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายสำหรับฉันมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้รับบทนำในซีรีส์ 8 ตอนที่เป็นแนวย้อนยุคแบบนี้ แม้จะกลัวนิดหน่อย แต่ก็อยากลองดูค่ะ เพราะที่แน่ใจมากก็คืออยากเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้

โนยุนซอ: ตอนที่สองตัวละครนี้เจอกันครั้งแรก พวกเขาไม่ค่อยถูกกัน เพราะมีภูมิหลังชีวิตที่แตกต่างกันมากแบบสุดขั้ว แต่พอได้มาร่วมมือกันสืบความจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็เริ่มพึ่งพาอาศัยและช่วยเหลือกัน กลายเป็นคนที่คอยปกป้องกันและกัน ฉันไม่อยากสปอยล์มาก แต่ว่าพวกเขาสองคนเริ่มมีความสำคัญในชีวิตของกันและกัน ถ้าจะให้พูดสั้นๆ ก็คือเหมือนคนหนึ่งจะคอยปกป้องอีกคนค่ะ

โปรดักชั่นตระการตา เพื่อสร้างโลกสองใบให้สมบูรณ์

สิ่งหนึ่งที่ทำให้อดทึ่งไม่ได้เมื่อรับชมซีรี่ส์ คือโปรดักชั่นที่รู้ได้ทันทีว่าทุ่มทุนสร้างเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเสกเซ็ตติ้งย้อนยุคให้ดูสมจริงสุดๆ หรือที่ยิ่งกว่านั้น คือการสร้างโลกอีกใบหนึ่งสำหรับเหล่าดวงวิญญาณ ซึ่งเป็นโลกสองใบที่มีความคล้าย แต่ในขณะเดียวกันก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สะท้อนงานศิลป์และการดีไซน์โปรดักชั่นต่างๆ ในซีรี่ส์ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

ผู้กำกับชเวจองกยู: ผมอยากให้ทั้งสองโลกดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งแสง สี และภาพที่ออกมา ผมไม่อยากพึ่งการทำงานผ่าน VFX เพียงอย่างเดียวเท่านั้น จึงอยากให้มีความแตกต่างกันตั้งแต่ช่วงที่เราออกแบบงานสร้างกันเลย จึงออกแบบสภาพอากาศคนละแบบ เพื่อให้ได้ความรู้สึกที่ต่างกัน และใช้ฉากสองแบบแยกกันสำหรับแต่ละภพ เพื่อที่ผู้ชมจะได้เห็นความแตกต่างของทั้งสองภพได้อย่างชัดเจนครับ

Courtesy of Netflix / Photographer: Go Won-tae

Latest Posts

Don't Miss