ที่นี่คือเมืองที่มีทั้งหาดทรายสีทองทอดยาวและแลนด์มาร์กระดับไอคอนอย่าง Sydney Opera House และ Harbour Bridge ที่กลายเป็นภาพจำของออสเตรเลียในสายตานักเดินทางทั่วโลก ซีดนีย์คือเมืองที่จังหวะชีวิตเคลื่อนไปพร้อมคลื่นทะเล ตอนเช้าเห็นนักเซิร์ฟแบกบอร์ดลงหาด Bondi หรือ Manly ตอนสายแวะจิบกาแฟแก้วโปรดในคาเฟ่ดีไซน์เท่ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ทั่วเมือง แอลชวนคุณใช้เวลาซึมซับไลฟ์สไตล์แบบออสซี่แท้ ตั้งแต่การเดินเล่นเลียบอ่าวชมวิวเมืองจากมุมสูง ไปจนถึงการนั่งดินเนอร์ริมทะเลที่เชฟฝีมือดีนำวัตถุดิบท้องถิ่นมารังสรรค์เป็นจานร่วมสมัย

TRENDY EATERY
10 William St

สุดชิลกับบิสโทร 2 ชั้นที่สว่างไสวด้วยแสงเทียน ภายในแขวนกระดานดำเขียนเมนูด้วยชอล์กให้บรรยากาศชนบทแสนอบอุ่น เชฟ Trisha Greentree เป็นผู้ดูแลที่นี่มา 6 ปีแล้ว และยังคงยึดมั่นกฎเหล็กเพื่อพิชิตใจนักชิมที่มาเยือนซิดนีย์ นั่นคือการคงเสน่ห์ของการเสิร์ฟเพรทเซลขณะยังอุ่น ไข่ปลาเค็มหมักเกลือหรือ Bottarga และพาสต้าซอสรากู นอกจากนี้ยังมีเมนูพิเศษหมุนเวียนมาเสมอโดยได้อิทธิพลจากการเดินทางท่องเที่ยวและเชื้อสายฟิลิปปินส์ จับคู่เข้ากับแนเชอรัลไวน์
10 William St, Paddington, 10williamst.com.au
LOCAL FOOD HOTSPOT
Margaret

Neil Perry เป็นเชฟในพื้นที่ผู้เนรมิตมื้อดินเนอร์ใต้แสงไฟ ทั้งยังได้เห็นวิวสวน Guilfoyle ด้วย ภายในตกแต่งด้วยสีโทนนิวทรัลทั้งสีบรอนซ์ เทอร์ราคอตตา และไลม์สโตน พร้อมชูความโดดเด่นของผลิตผลท้องถิ่นของออสเตรเลีย หากได้ไปเยือนต้องลองสั่งเมนูซิกเนเจอร์อย่างบรรดาอาหารทะเลย่างไฟจากถ่านไม้ซึ่งมีทั้งปลา หอยนางรมเสิร์ฟพร้อมซัลซามะนาว และล็อบสเตอร์ Eastern rock ขนาดตัวละ 1.1 กิโลกรัม
30-36 Bay St, Double Bay, themargaretfamily.com
BUZZING BAR
The Old Clare Hotel
โรงแรมแห่งนี้ให้อารมณ์วินเทจ นำอาร์ตเดโคและสไตล์เรโทรมาใส่ในส่วนของบาร์ โดยมีดีเทลอย่างการใช้กระเบื้องปูดั้งเดิม และบาร์ทรงโค้งสีเหลืองมัสตาร์ดขนาดใหญ่ ถัดเข้าไปยังมีบู๊ธบุนวมหนังสีดำที่เอาไว้ตระเตรียมค็อกเทลยามค่ำคืนโดยเฉพาะ ส่วนที่นั่งโซนเอาต์ดอร์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมบรรยากาศของถนน Broadway และขึ้นชื่อว่าเป็นบาร์แบบออสซี่ที่นี่มีช่วง Happy Hour ด้วยในทุกวัน!
1 Kensington Street, Chippendale, odehotels.com
HOTTEST NIGHT OUT
Abercrombie
คลับที่กินพื้นที่หลายชั้นแห่งนี้น่าจะถูกใจกลุ่มคนทุกประเภท ชั้น G นั้นมีทั้งไนต์คลับและลานเบียร์ ส่วนชั้นบนที่มีโซนรูฟท็อปนั้นมีเซตดีเจคอยหมุนเวียนมาตลอด โดยได้แรงบันดาลใจจาก Palazzo Chupi (อาคารที่พักอาศัยสีชมพู) ในนิวยอร์ก บางทีจะได้เห็นคนขึ้นไปเต้นกันบนโต๊ะกันเป็นประจำ ถ้าหากอยากได้ฟีลที่เป็นกันเองกว่านั้น ให้ไปที่ Lil Sis ที่เป็นบาร์รวมถึงร้านจำหน่ายไวน์ในหนึ่งเดียวโดยมีทั้งแบบแนเชอรัลและแบบปลอดสารพิษ
100 Broadway, Chippendale, abercrombie.sydney
SECRET ESCAPE
Murrays Beach

ต้องไปใช้เวลาบนหาดสวรรค์ของเซาท์บีชกันสักครั้ง หลังจากเดินป่าผ่านเส้นทาง Munyunga Waranga Dhugan Loop Walk โดยหาดของที่นี่มีทรายเนื้อเนียนที่ขาวกว่าหาดไหนๆ ตัดกับสีน้ำทะเลที่มองเลยออกไปคือเกาะ Bowen ที่นี่ยังเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของโค้งอ่าวที่ซ่อนตัวอยู่ลับๆ แอ่งน้ำพร้อมแนวหินสวย ถ้ำทะเล รวมถึงทริปดูปลาวาฬที่จะจัดกันช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม
PAMPER PLACES
Nature’s Energy

เอนจอยกับการนวดเพื่อชะลอวัย หรือพักผ่อนหย่อนใจภายในบาธเฮาส์ โดยสปาแห่งนี้เชี่ยวชาญทรีตเมนต์แสนล้ำยุค บรรเทาสภาวะจิตใจด้วยศาสตร์โบราณ ตั้งแต่การบำบัดด้วยพลังงานต้นกำเนิดอย่างเรกิ ไปจนถึงการสร้างสมดุลของจักระ ที่นี่ยังมีบริการน่าสนใจอย่างการอาบน้ำผสมเอสเซนเชียลออยล์ ต่อด้วยการลงสระน้ำแร่ เซานาทั้งแบบดั้งเดิมและอินฟราเรด การแช่ตัวในน้ำอุณหภูมิต่ำ เข้าห้องสตีม และอีกมากมาย คือการรีทรีตอันสมบูรณ์แบบภายในเมืองใหญ่อันแสนวุ่นวาย
105 Glebe Point Road, Glebe, naturesenergy.com.au
EYRE by Rory Rice
รอรี่ ไรซ์ ผู้ก่อตั้งมีประสบการณ์ด้านการสื่อสารให้กับแบรนด์หรูมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Burberry, Giorgio Armani, Jil Sander ไปจนถึง Valentino ที่นี่จึงไม่ใช่ซาลอนทั่วไปภายใน Art Wall Building ที่เอื้อให้เห็นวิวมุมกว้าง แต่ยังพรั่งพร้อมไปด้วยการบริการครบครันจากผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นการทำสีผมเพื่อสร้างมิติน่าสนใจ การปรับลุคทรงผมโดยแฮร์สไตลิสต์ ทั้งหมดก็เพื่อสร้างชีวิตชีวาและให้คุณดูเป็นคนใหม่
Suite 5 of The Art Wall Building, 13 Kirketon RD Darlinghurst, eyrebyroryrice.com
Jocelyn Petroni
โจเซอลีน เพโทรนี ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ผู้ดูแลผิวหน้าสำหรับเอลิสต์’ นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเล็บอย่างเป็นทางการให้กับ Chanel Australia อีกด้วย โดยลูกค้าของเธอมีได้แก่ Miranda Kerr, Megan Gale และ Margot Robbie ที่แฟลกชิปสโตร์ของเธอมีห้องทรีตเมนต์ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทำเป็นเหมือนห้องสปา มาพร้อมแสงธรรมชาติเพื่อสร้างความผ่อนคลาย
Level One, 80 Queen Street, Woollahra, jocelynpetroni.com
IT FASHION DESIGNER
Camilla and Marc

คามิลลาและมาร์คเป็นลูกพี่ลุกน้องที่ตั้งแบรนด์ร่วมกันตั้งแต่ปี 2003 โดยเน้นชิ้นงานมินิมัลที่ดูเรียบง่าย ไร้กาลเวลา มีทั้งแบบที่ใส่ได้ในทุกวัน เครื่องหนัง รวมถึงแอ็กเซสเซอรี่ส์ นอกจากเรื่องของความคลาสสิกยังโดดเด่นด้วยการใช้วัสดุตัดเย็บคุณภาพสูง สะท้อนความรุ่มรวยในการชีวิตของผู้หญิง โดยแต่ละคอลเล็กชั่นยังถือว่าได้บริจาคเงินส่วนหนึ่งให้กับองค์การกุศลเพื่อรณรงค์การตระหนักรู้ถึงโรคมะเร็งรังไข่อีกด้วย
124 Queen Street, Woollahra, camillaandmarc.com
STYLE HUB
David Jones
รีเทลสโตร์ระดับไอคอนที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1838 แห่งนี้ ช่วยสร้างชื่อให้กับนักออกแบบแฟชั่นมากพรสวรรค์ของออสเตรเลียมาแล้วมากมาย มีแบรนด์ท้องถิ่นอันเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นผ่านที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Anna Quan หรือ Commas ภายในยังมีแบรนด์สุดหรูอย่าง Chanel และ Chloé รวมถึงยังมีผลิตภัณฑ์ความงามและน้ำหอมจำหน่ายด้วย ห้างสรรพสินค้าที่เปิดมาต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลกแห่งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของแฟชั่นเท่านั้น ยังได้ร่วมมือกับ Thread Together และ Save The Children เพื่อช่วยสนับสนุนชุมชนผ่านการบริจาคเสื้อผ้าเหลือใช้ด้วย
86-108 Castlereagh Street, davidjones.com

