Friday, March 6, 2026

พาเยือนบ้านแห่งโรงงานการผลิตหลังใหม่ ภายใต้ชื่อ PP6 ของ Patek Philippe

แอลได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานการผลิตแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ PP6 พร้อมๆ กับค้นพบเรื่องราวการเดินทางกว่าจะมาเป็นผลงานอันซับซ้อนและสวยงามของนาฬิกา Patek Philippe ในแทบทุกขั้นตอน ทั้งยังเรียกได้ว่าแบบใกล้ชิดที่สุด จึงอยากรวมเรื่องราวเหล่านี้มาฝาก

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของ PP6 กันมาสักพักใหญ่แล้ว เพราะโรงงานแห่งใหม่ภายใต้อาคารหลังใหม่นี้เปิดตัวล่าสุดเมื่อปี 2020 หลังจากที่ Patek Philippe และครอบครัว Stern ผู้สืบทอดมรดกแห่งการประดิษฐ์สร้างสรรค์นาฬิกาของแบรนด์มาหลายเจเนอเรชันนั้นได้ตัดสินใจลงทุนอย่างมหาศาล (จากการเผยแพร่ตัวเลขที่ราว 600 ล้านสวิสฟรังก์ ซึ่งรวมตั้งแต่ตัวอาคารจนถึงเครื่องจักรและเครื่องมือช่าง) ให้กับการสร้างอาคารโรงงานแห่งใหม่อันทันสมัยนี้ พร้อมทั้งวางเป้าหมายสำหรับอนาคตของการรวบรวมแทบทุกกระบวนการผลิตและงานช่างฝีมือแขนงต่างๆ ไว้ในที่เดียวกัน

โดย PP6 ยังคงตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับอาคารหลังอื่นๆ ที่ Patek Philippe เปิดตัวก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่ปี 1996 ใน Plan-les-Quates ของเจนีวา พร้อมทั้งย้ายแผนกต่างๆ มายังสถานที่เดียวกัน เพื่อตอบสนองกับการขยายตัวและหลอมรวมกระบวนการผลิต ตลอดจนทักษะในการสร้างสรรค์นาฬิกาต่างๆ ไว้ใต้หลังคาเดียว เช่นเดียวกับภารกิจของ PP6 แห่งล่าสุด ที่ตอบสนองกับเป้าหมายของการรองรับการขยายตัวและการวางแผนสำหรับเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตนาฬิกาที่สำคัญในระยะยาว โดยยังคงเอกลักษณ์ของแต่ละอาคารไว้ด้วยการแบ่งปีก รวมถึงโซนอย่างชัดเจน แต่ละโซนก็อุทิศให้กับแผนกและการทำงานที่แตกต่างกันไป 

ย่างก้าวแรกสู่ตัวอาคารนั้น ยังคงสัมผัสได้ถึงความทุ่มเทและตั้งใจให้ PP6 มีความเพียบพร้อมในทุกมิติของการประดิษฐ์นาฬิกา รวมถึงความละเอียดอ่อนพิถีพิถันในแต่ละขั้นตอนของการผลิต ที่หลายๆ แผนกนั้น ยังคงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องจักรและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย กับงานฝีมือและความเชี่ยวชาญของช่างเทคนิคและช่างนาฬิกาที่จำเป็นต้องอาศัยทั้งสายตา สัมผัส ประสบการณ์ และทักษะเฉพาะในการตรวจเช็คความสมบูรณ์แบบของแต่ละชิ้นส่วนและองค์ประกอบของนาฬิกา นับจากชิ้นส่วนเล็กที่สุดไปจนถึงองค์ประกอบภายนอกที่เป็นความสวยงามนับตั้งแต่แรกเห็นของ Patek Philippe ทุกๆ เรือน

เราเริ่มต้นจากการชมกระบวนการผลิตเพลตแท่นเครื่อง พร้อมทั้งการตัดเจาะด้วยเครื่องจักร CNCs ตามมาตรฐานที่พบได้ในหลายๆ ขั้นตอนของกระบวนการผลิตนาฬิกาคอลเล็กชั่นคลาสสิก ตลอดจนการผลิตเฟือง สะพานจักร และชิ้นส่วนกลไกต่างๆ ไปจนถึงขั้นตอนของการตกแต่งและขัดแต่งชิ้นส่วน เช่น การขัดขอบลบมุม การตกแต่งแบบ Perlage, Geneva stripe และอื่นๆ ที่ทั้งหมดทำขึ้นด้วยมือ รวมถึงการใช้อุปกรณ์ที่ผสมผสานระหว่างเครื่องมืออันทันสมัยและตามแบบประเพณี อย่างการขัดและตกแต่งชิ้นส่วนด้วยไม้ หรือการใช้กากเพชร โดยช่างฝีมือจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนทักษะเพื่อทำหน้าที่เหล่านี้โดยเฉพาะ  

จากนั้น จึงได้ชมการทำงานของทั้งห้องปฏิบัติการ Grand Complications ที่บรรดาเครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ ได้ถูกพัฒนาและปรับขึ้นเฉพาะสำหรับการผลิตในแบบจำนวนน้อย หรือ Small serial productions รวมถึงชมขั้นตอนของเทคนิคการประดับตกแต่งนาฬิกาต่างๆ นับตั้งแต่การขัดขอบลบมุมบนชิ้นส่วนกลไกขนาดจิ๋ว ไปจนถึงสายนาฬิกา Nautilus ที่เรียกว่าเป็นสายที่มีดีไซน์เฉพาะ จำเป็นต้องอาศัยการตกแต่งอันประณีตละเอียดอ่อนพิเศษ ทั้งการตกแต่งข้อสายตลอดจนขั้นตอนการประกอบ ที่ช่างฝีมือต้องใช้เวลารวมถึง 55 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์ ขณะที่ตัวเรือนของ Nautilus เองก็มีความซับซ้อนมากที่สุดไม่แพ้กัน ด้วยเพราะมีถึง 3 ส่วนประกอบ ทั้งตัวเรือนกลาง ปะเก็น และอื่นๆ แต่ละส่วนยังผ่านกระบวนการผลิตอย่างแม่นยำและขัดตกแต่งด้วยการผสมผสานระหว่างเทคนิคการขัดแต่งเฉพาะอีกด้วย

แม้ว่า หลากหลายขั้นตอนของกระบวนการผลิตและสร้างสรรค์นาฬิกานั้นเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องจักรและคน แต่สิ่งที่ Patek Philippe ให้ความสำคัญสูงสุด คือความแม่นยำและสุนทรียะความสวยงามที่กลมกลืนลงตัวในทุกมิติของนาฬิกา นับจากหน้าปัดจดปลายสาย จากตัวเรือนจนถึงแซปไฟร์ และจากชิ้นส่วนกลไกเล็กๆ อย่าง เฟืองและสกรู จนถึงภาพรวมของเพลตแท่นเครื่องซึ่งทำหน้าที่ครองไว้ทั้งความซับซ้อนและความแม่นยำเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นความเที่ยงตรงของนาฬิกา และความสวยงามประณีตของการตกแต่งชิ้นส่วนที่รวมอยู่ด้วยกันได้อย่างวิจิตร เหมือนการรวมตัวของเหล่านักดนตรีแห่งวงออเคสตร้า ที่สมาชิกของวงแต่ละคนต่างก็มีความสามารถเฉพาะตัว และมั่นใจในความเชี่ยวชาญของตนเอง พร้อมที่จะบรรเลงเป็นจังหวะของจักรกลอันกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวและมอบสุนทรียะจากทุกสัมผัสของผู้ชม

นอกจากนี้ แอลยังมีโอกาสได้เห็นถึงการทำงานของช่างประดับอัญมณีที่นับเป็นอีกหนึ่งงานหัตถศิลป์ที่ Patek Philippe ให้สืบทอดทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะไว้ โดยช่างอัญมณีได้สาธิตถึงการประดับฝังด้วยเทคนิคต่างๆ ที่ใช้สำหรับการประดับเพชรและอัญมณีซึ่งผ่านการตัดและเจียระไนด้วยรูปทรงต่างๆ หลักๆ แล้ว คือ ทรงราวน์คัต (round cut) และบาแกตต์คัต (baguette cut) กระนั้น ก็มีรูปทรงอื่นๆ ของอัญมณีที่เข้ามาท้าทายทั้งฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของช่างอัญมณีอยู่เสมอ นอกเหนือจากประสบการณ์แล้ว สิ่งที่ช่างอัญมณีเองบอกกับเราว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำงาน ก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่ง ณ เวลาที่เห็นอัญมณีที่ได้มา พวกเขาจะต้องคิดถึงการสร้างสรรค์รูปแบบของการจัดวางอัญมณีเหล่านั้น ราวกับจิตรกรที่กำลังวาดภาพโครงร่างไว้ในหัวอย่างรอบคอบ ก่อนจะจรดปลายพู่กันลงบนผลงานชิ้นเอกของพวกเขา จากความคิดสร้างสรรค์และทักษะที่ช่างอัญมณีบรรจงใส่ไว้ในผลงานเหล่านี้ จึงกลายเป็นเสมือนผลงานศิลปะมาสเตอร์พีซที่มีเพียงหนึ่งเดียว ด้วยลวดลายและแสงสะท้อนของอัญมณีที่แตกต่างกันในนาฬิกาแต่ละเรือน

รวมถึงความพิเศษสุดของการได้มีโอกาสชมการทำงานของศิลปินช่างฝีมือด้านงานลงยาหรืออีนาเมล (enamel) และเทคนิคการสร้างสรรค์ศิลปะงานฝีมือแขนงอื่นๆ เช่น การต่อลายไม้ จนถึงการแกะสลักลวดลาย โดยในตอนท้ายของการเยี่ยมชม PP6 เรายังได้ชมกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานอีนาเมลอันซับซ้อนซึ่งสาธิตโดยช่างอีนาเมลที่ผ่านการฝึกฝนระดับมาสเตอร์ พร้อมทั้งอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างงานอีนาเมลแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น Paillonné, Cloisonné และอื่นๆ เช่นเดียวกับความยากและความท้าทายที่ต่างกัน กว่าจะได้ผลลัพธ์มาเป็นผลงานอีนาเมลอันงดงามอ่อนช้อยละเอียดอ่อน ซึ่งถ่ายทอดผ่านคอลเล็กชั่นอันโด่งดังของแบรนด์ อย่าง Rare Handcrafts ที่สร้างความประทับใจให้กับเหล่านักสะสมและผู้ที่หลงใหลงานวิจิตรศิลป์มาแล้วทุกๆ ปี 

แม้จะเรียกว่าตรงตามความคาดหมายที่เราคิดไว้ว่าจะได้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบของโรงงานการผลิตแห่งใหม่นี้ แต่สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่านั้นคือการที่ PP6 สะท้อนถึงการรวมทุกศาสตร์และศิลปะของการประดิษฐ์นาฬิกาไว้ภายใต้หลังคาเดียวกันได้อย่างกลมกลืน ทั้งยังเป็นความสอดคล้องระหว่างการทำงานร่วมกันของเครื่องจักรและคน ทีมช่างเทคนิค ช่างนาฬิกาและช่างฝีมือ ที่ทำให้ PP6 กลายเป็นบ้านใหม่ที่ใหญ่โตโอ่โถง แต่คงความอบอุ่นแบบครอบครัวและยืนยันถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการวางแผนสู่อนาคต ที่ Patek Philippe ยังคงเดินหน้าพัฒนาและสร้างสรรค์นาฬิกาบนเส้นทางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ต่อไป

Latest Posts

Don't Miss