Friday, February 23, 2024

5 ข้อที่จะทำให้คุณรู้จักกับ Loro Piana แบรนด์สิ่งทอสุดลักชัวรีสัญชาติอิตาลีที่มีมากว่า 100 ปี!

ท่ามกลางกระแสเทรนด์แฟชั่น Quiet Luxury ที่มาแรงสุดๆ ในปีนี้ น่าจะทำให้หลายคนรู้จักกับเหล่าแฟชั่นแบรนด์สุดลักชัวรีมากมายที่มีราคาสูงและคุณภาพดี และนั่นก็รวมไปถึงแบรนด์อย่าง Loro Piana แบรนด์สิ่งทอชั้นนำสัญชาติอิตาลีที่มาแรงไม่แพ้ใครด้วยเช่นกัน ครั้งนี้แอลจึงอยากจะพาคุณมาทำความรู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้นก่อนที่แบรนด์จะมาเปิดช็อปในไทยอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมนี้ผ่าน 5 เรื่องราวที่จะทำให้คุณรู้ว่าเบื้องหลังความแพงแบบไม่ตะโกนนี้มันมีที่มา!

1.Based in Italy ต้นกำเนิดจากความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของอิตาลี

แบรนด์นี้มีจุดกำเนิด ณ เมือง Trivero ทางตอนเหนือของอิตาลีในปี 1924 โดยครอบครัว Loro Piana โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งในยุคนั้น พวกเขาก็สานต่อมรดกของครอบครัวมาอย่างยาวนานกว่าชั่วหกอายุคนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในช่วงครอบครัวรุ่นที่ 6 นี้เองที่พี่น้องครอบครัวนี้อย่าง Pier Luigi และ Sergio ริเริ่มการแสวงหาวัสดุอื่นๆ พร้อมกับวิธีการใหม่ๆ มาใช้สร้างสรรค์เสื้อผ้าในช่วงยุค 70s และพัฒนามาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นแผนกสินค้าลักชัวรีในช่วงทศวรรษ 80 ในยุคนี้เองที่พวกเขาอยากสร้างสิ่งทอเพื่อตอบโจทย์เรื่องประโยชน์ใช้สอยและสร้างไลฟ์สไตล์อันสง่างาม

ทางแบรนด์ดำเนินงานด้วยแนวคิดนั้นมาตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประจวบเหมาะกับช่วงปี 2023 นี้ที่เทรนด์รวยแบบไม่ตะโกนแบบ Quiet Rich กำลังอยู่ในกระแส แบรนด์แฟชั่นรวยเงียบๆ แบรนด์นี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยนั่นเอง

2.Succession & Hyun Bin

ความนิยมของซีรี่ส์เรื่อง Succession ของสตรีมมิ่ง HBO จุดประกายให้ผู้คนรู้จักกับเทรนด์ Quiet Luxury อย่างเป็นทางการ เสื้อผ้าอันเรียบง่ายแต่ดูรวยสุดๆ ของแต่ละตัวละครทำให้ผู้คนต่างสงสัยว่ามันคือสไตล์อะไรกันแน่ นั่นจึงนำพามาสู่การค้นหาเสื้อผ้าและไอเท็มต่างๆ ของซีรี่ส์ และหลายคนก็พบว่ามาจากลักชัวรีแบรนด์ต่างๆ รวมไปถึงแบรนด์ Loro Piana ด้วย หลายคนจึงมีภาพจำไปด้วยว่าเสื้อผ้าสไตล์รวยแบบไม่ตะโกนนี้ก็จะมีชื่อของแบรนด์นี้ติดตามไปเช่นเดียวกัน

อีกหนึ่งข้อสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับแบรนด์นี้ก็คือนักแสดงหนุ่มจากเกาหลีใต้ขวัญใจสาวไทยอย่าง ‘ฮยอนบิน’ นั้นเป็นซูเปอร์สตาร์เจ้าของตำแหน่งแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ด้วย ซึ่งดูแค่ภาพโปรโมตที่ปล่อยออกมานี้ก็ต้องบอกว่าฮยอนบินหล่อเรียบหรูตามสไตล์หนุ่ม Loro Piana อย่างแท้จริง!

3.แฟชั่นยั่งยืน

นับว่าเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์คนรักษ์โลกอย่างแท้จริง เนื่องจากทางแบรนด์เลือกสนับสนุนความยั่งยืนในกระบวนการผลิตสิ่งทอจากกลุ่มคนในชุมชนแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะด้วยกระบวนการผลิตที่ดีและเป็นไปตามหลักจริยธรรมของการทำงานเพื่อให้ได้วัสดุที่มีคุณภาพดีที่สุด และชุมชนก็จะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย ส่วนการใช้วัสดุจากขนสัตว์ก็จะไม่มีการทรมานสัตว์ เพราะทางแบรนด์จะเลือกเป็นการเก็บขนสัตว์ชนิดต่างๆ ด้วยการหวีขนหรือตัดขนแกะในขณะที่สัตว์ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น

4.เสื้อผ้าขนสัตว์ แต่ไม่ทำร้ายสัตว์

ทางแบรนด์จะเน้นใช้การตัดเย็บเสื้อผ้าจากขนแคชเมียร์ เบบี้แคชเมียร์ และขนของลามะบิกุญญา ซึ่งขนสัตว์เหล่านี้จะเก็บมาในช่วงสัตว์มีชีวิตและไม่ถูกทรมานดังที่กล่าวไปในข้อก่อนหน้า โดยขนแคชเมียร์จะมาจากแพะภูเขาโตเต็มวัยที่เติบโตในทะเลทรายของจีนและมองโกเลีย โดยแพะจะผลิตขนได้แค่ 200-250 กรัมเท่านั้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่เมื่ออากาศอบอุ่นขึ้นแพะก็จะผลัดขน และช่วงเวลานี้เองที่ผู้เลี้ยงแพะจะเก็บขนด้วยการสางขนของแพะอย่างเบามือเพื่อให้ได้ขนที่นุ่มละเอียดที่สุด

ส่วนขนของเบบี้แคชเมียร์จะมีความซับซ้อนกว่านั้นเพราะนี่คือขนของลูกแพะในช่วงวัยไม่เกิน 12 เดือน แต่ละตัวจะผลิตเส้นใยได้ไม่เกิน 30 กรัม และมีแค่เพียงผู้เลี้ยงแพะเท่านั้นที่จะรู้ว่าควรเก็บขนในช่วงเวลาใด เพราะพวกเขาต้องสังเกตสัตว์และการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ซึ่งต้องอาศัยจากประสบการณ์และภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมาจากบรรพบุรุษ ขนเบบี้แคชเมียร์จึงเป็นเส้นใยที่พิเศษที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

ส่วนขนของบิกุญญาก็เป็นอีกวัสดุที่ทางแบรนด์เลือกใช้ ซึ่งสัตว์ชนิดนี้ต้องเลี้ยงอย่างอิสระ ใช้พื้นที่เป็นจำนวนมากบนเทือกเขาแอนดีสและไม่สามารถกักขังได้ ดังนั้นเมื่อเก็บขนในทุกๆ รอบสองปีแล้วก็จะปล่อยไป ฉะนั้นบิกุญญาจึงนับได้ว่าเป็นสัตว์หาได้ยาก ทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการถูกล่าและสูญพันธ์ ทางแบรนด์จึงร่วมลงนามกับประเทศเปรู อาร์เจนติน่า และโบลิเวียเพื่อร่วมอนุรักษ์และขยายพันธุ์บิกุญญาด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเก็บขนสัตว์ต่างๆ ที่ได้มายากเช่นนี้เลยทำให้เสื้อผ้าของแบรนด์มีราคาสูงแต่นั่นก็จะมากับคุณภาพที่ดีนั่นเอง

5. เส้นใยผ้าจากดอกบัว

อีกหนึ่งวัสดุสิ่งทอที่ต้องยกมาพูดถึงคือวัสดุในการทอผ้าจากธรรมชาติอย่างเส้นใยดอกบัวที่มาจากดอกบัวทะเลสาบอินเลในภาคตะวันออกของเมียนมาร์ ซึ่งกระบวนการของการเก็บเกี่ยวจะทำด้วยมือและทำภายใน 24 ชั่วโมงแรกในการเก็บดอกบัวเท่านั้น โดยก้านดอกบัวจำนวนกว่า 6,500 ก้านจะสามารถนำมาทอเป็นเส้นด้ายความยาวสำหรับทำเสื้อเบลเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นวัสดุที่แรร์ไอเท็มสุดๆ ไปเลยทีเดียวล่ะ

เกร็ดน่ารู้ทั้ง 5 ข้อนี้น่าจะช่วยให้คุณได้ทำความรู้จักกับแบรนด์อย่างคร่าวๆ ไปแล้วบ้างไม่มากก็น้อย ส่วนใครที่อ่านเรื่องราวนี้แล้วอยากลองไปสัมผัสไอเท็มต่างๆ ก็บอกเลยว่าอีกไม่นานเกินรอ เพราะทางแบรนด์กำลังจะมาเปิดบูติกในไทยครั้งแรก ณ สยามพารากอน เร็วๆ นี้แล้ว งานนี้เหล่าสายแฟเตรียมตัวเตรียมเงินกันไว้ได้เลย!

- Advertisement -

Latest Posts

Don't Miss

Stay in touch

To be updated with all the latest news, offers and special announcements.