Saturday, January 3, 2026

ELLE B-Side Story EP.9 : เบคกี้ รีเบคก้า เปิดใจเจาะลึกตัวตน ไปจนถึงการตัดสินใจครั้งใหญ่ในวัย 23

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เบคกี้-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง เธอเจียดเวลาอันแสนยุ่งเหยิงมาร่วมพูดคุยกับ ELLE ในคอลัมน์ B-Side Story ประจำเดือนธันวาคม 2025 ถึงคืนวันที่เติบโตขึ้นเกินอายุ ช่วงหล่อหลอมให้มีภูมิคุ้มกันจากเรื่องดราม่าทั้งปวง และการทลายขีดจำกัดของตัวเองด้วยมุมมองในแบบที่ว่า “ทุกสิ่งเป็นไปได้”

ON OVERNIGHT FAME

“สำหรับ Gap The Series ตอนนั้นการแสดงก็ยังไม่แข็งแรงนะคะ แต่เหมือนว่าภาษาไทยเริ่มพอได้แล้ว บทจะเป็นประมาณว่า…เคยเห็นเล็กเชอร์ไหมคะ ที่มีอะไรเขียนเยอะมาก ไฮไลต์ทั้งหน้า แต่มันจะเป็นภาษาคาราโอเกะ อาจเป็นคุณแม่หรือใครก็ตามที่ต้องอ่านให้ฟัง แล้วเราก็เขียนๆๆ แต่สิ่งที่ยากคือเราเป็นตัวหลัก ทุกอย่างมันลงที่เรา ระหว่างนั้นทำงานหนักมากแต่ก็สู้มากเหมือนกัน ตอนนั้นเจออุปสรรคหนึ่งคือกระดูกข้อเท้าหัก แต่ทุกคนน่ารักมาก พยายามช่วยกันให้ผ่านไปได้ เพราะมันมีเดดไลน์ที่ต้องถ่ายทำให้เสร็จ ไม่อย่างนั้นมันจะไปกระทบทีมงานคนอื่นๆ เลยสู้ ทำงานให้เต็มที่ แล้วจริงๆ ซีรี่ส์เรื่องนี้ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่แรกด้วยนะ เหมือนตัว pilot แรกที่ออกมาเจอกระแสลบมากๆ เหมือนกัน ทุกคนท้อเลยว่าต้องเอาอย่างไรต่อ มาคุยกันใหม่ว่าทุกคนไม่เป็นไร มาทำการบ้านกันใหม่ หาความรู้ให้กับตัวเองเพิ่ม บางทีเราไม่รู้อะไร เราเรียนรู้ได้ แล้วก็เลยเริ่มใหม่ ทำกันไปทีละขั้นตอน แฟนๆ ก็คอยให้คำแนะนำ รับฟังกัน จนมันทำให้เรื่องนี้เป็นที่รู้จัก กลายเป็นคอมฟอร์ตโซนของใครหลายๆ คน เวลาหนูเจอแฟนๆ เขาจะชอบเล่าว่าชีวิตเขาเหมือนใน Gap The Series เลย ก็เลยคิดว่า อ๋อ เรื่องนี้กลายเป็นคอมฟอร์ตโซนของเขา เลยชอบดู ยังคงรักไปตลอด ทุกวันนี้เหมือนยังเห็นคนเข้าไปดูอยู่เลยนะคะ

“จากนั้นถือว่าเปลี่ยนมากๆ เลยค่ะ ถ้านับเฉพาะตัวเลข คือไอจีพุ่งในชั่วข้ามคืนเลยค่ะ ยอดฟอลโลเวอร์เพิ่มขึ้นทีละ 60K บ้าง 70K บ้าง มีวันหนึ่งขึ้นมา 200K เบคคิดว่า เอ๊ะ ไอจีพังเปล่าเนี่ย (หัวเราะ) ต่างจากตอนรวมพลครั้งแรกมีคนมาแค่ 5-6 คน นั่งกันบนพื้นเลยค่ะ ซึ่งทุกวันนี้พวกเขาก็ยังอยู่นะ ยังเห็นเขาอยู่เลย น่ารักมาก (ลากเสียงยาว)”

ON ‘ME’ MODE

“จริงๆ ยังไม่ถึงห้อง พอเลิกงาน โบกมือบ๊ายบายทุกคน ขึ้นรถปุ๊บ หนูใส่หูฟังเลย เหมือนเข้าโหมดรีชาร์จ ‘โซเชียลแบตเตอรี่’ของตัวเอง อาจจะได้ยินหนูพูดคำนี้บ่อย มันสำคัญนะ เพราะทั้งวันเราเจอคนเยอะมาก แล้วก็หลายแบบ ไม่ได้เป็นคนเอ็กซ์โทรเวิร์ตนะ แต่ต้องดึงความเป็นเอ็กซ์โทรเวิร์ตออกมาเพื่อทำงาน เพราะบางทีมันเหนื่อยมากๆ มันเลยต้องมีเวลาของตัวเองนิดหนึ่ง ขึ้นรถ ใส่หูฟัง ไม่รับรู้อะไรแล้ว นั่นเหมือนเป็นการฟื้นฟูของตัวเอง ถ้าอยู่บ้านก็เล่นกับหมา มี 2 ตัว ชื่อบอนบอนกับโบบา แต่โบบาจะนอนตั้งแต่ 1 ทุ่ม บอนบอนจะนอนดึกหน่อย จะรอรับทุกวัน แค่นี้ก็รู้สึกฮีลใจแล้ว แค่อะไรที่เรียบง่ายมากๆ ก็ทำให้มีความสุขแล้ว

“เบคชอบเล่นกีฬาค่ะ ถึงไม่ค่อยมีเวลาแต่ชอบเล่นกีฬา อย่างต่อยมวย ต่อยมาประมาณ 4-5 ปี อาจจะไม่ได้แบบทุกวีก แต่พยายามกลับมาเล่นตลอด เหนื่อยนะ แต่มันรู้สึกรีแลกซ์ดี ได้ทั้งออกกำลังและผ่อนคลายไปด้วย แม้งานเราบางงานจะไม่ได้ใช้ร่างกายเยอะขนาดนั้น แต่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงโดยที่ต้องโฟกัสมากๆ เลยต้องพยายามบิลด์ให้แข็งแรงเท่าที่ทำได้ ตอนนี้กินวิตามินทุกวันไปด้วยเพื่อให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายดี ไม่ป่วยง่ายๆ เพราะเป็นคนที่ป่วยง่ายมาก อาจเป็นเพราะเดินทางเยอะ นอนน้อย แค่นี้ก็ป่วยแล้ว ใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อยมวยอยู่กับโค้ช หรือแค่ทำคาร์ดิโอ มันช่วยมากๆ เลยนะคะ แต่ก่อนเริ่มจะง่วงมาก จะบ่นนิดหน่อยว่าง่วง (หัวเราะ) หลังจากนั้นจะรู้สึกเฟรช พร้อมทำอะไรก็ได้ในทุกอย่างในวันนั้น ถ้าเป็นวันหยุด เราจะตื่นสาย ตื่นมาก็รู้สึกว่าไม่อยากทำอะไร อยากจะนอนชิลๆ แต่ถ้าวันไหนได้ไปออกกำลังกาย อะดรีนาลินจะทำให้เราตื่น”

ON BEING ‘BOSS B’

“กับ Becky Entertainment นั้นมาแบบเซอร์ไพรส์เลยละค่ะ คือตามชื่อเลย หมายถึงสิ่งที่อยากทำ สื่อว่าแพสชั่นของตัวเองคืออะไร เป้าหมายที่ตัวเองอยากไป เป็นเวอร์ชั่นที่เราอยากแสดงตัวตนจริงๆ ในด้านแฟชั่น ดนตรี และการแสดง อยากสำรวจทั้ง 3 ด้านนี้ให้ได้มากที่สุดว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง ว่าเราจะไปสุดที่ตรงไหน คือคิดว่ายังไปได้อีกไกลมากๆ ในด้านแฟชั่นเรายังเอนจอยมากๆ ในการได้ไปดูโชว์ ได้เรียนรู้เรื่องแบรน์อย่าง Chanel หลงรักแบรนด์มากขึ้นในทุกวัน สำหรับการแสดงก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้เป็นตัวละครใหม่ จะเป็นช่วงเวลา 6-7 เดือนที่ได้เป็นตัวเขา จะรักตัวละครนั้นทุกครั้งและไม่อยากปล่อยเขาไป สนุกมากค่ะกับการแสดง ส่วนด้านดนตรีที่เป็น ‘first love’ ก็อยากจะมีอัลบั้ม มีเพลงของตัวเอง มีเขียนเนื้อเอาไว้บ้าง แต่ยังไม่มั่นใจพอที่จะเอาออกมาใช้ (ยิ้มเขิน) คิดว่าจะเอาออกมาในปีหน้า เพลงอาจจะเศร้าๆ หน่อย (หัวเราะ) เบคชอบฟังเพลงแบบมีความหมาย เป็นเพลงช้า ฟังสบายๆ คนฟังแล้วรู้สึกเข้าถึงได้

“เบคไม่ได้คาดหวังนะ แค่ทำเต็มที่ ทำให้ดีที่สุด เอนจอยกับทุกโมเมนต์ไม่ใช่แค่สำหรับตัวเองนะ แต่เพื่อทุกคนที่อยู่รอบตัว บางทีคนบอกว่าเราฝันใหญ่ไปหรือเปล่า ได้ยินคำนี้บ่อยมาก แต่…อะไรคือฝันใหญ่ไป? เบคไม่เข้าใจ เพราะทุกสิ่งเป็นไปได้ถ้าคุณทุ่มเทใจลงไป รู้สึกว่าต้องทำให้ได้ ใหญ่แค่ไหนก็จะทำให้ได้”

ON BEING BULLIED

“เอาจริงๆ คือเมื่อปีที่แล้วเองมั้งที่ปล่อยวางได้ เราต้องยอมรับนะว่าถึงเราเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับคนที่เกลียดเขาคงไม่มารักอยู่ดี คุณไม่สามารถเปลี่ยนใจคนได้หมด โชคดีที่ผ่านจุดนั้นมาได้เพราะโดนมาเยอะมาก ประมาณ 3-4 ปีที่โดนทุกวัน ทั้งในโซเชียล ทั้ง DM ทั้งต่อหน้า มันทำให้เราต้องเป็นแบบนี้ สร้างอะไรมาก็ไม่รู้เพื่อให้เราไม่สามารถไปต่อได้ แต่เราก็ยังคงเป็นตัวของตัวเองตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้

“เรามารักความไม่เพอร์เฟ็กต์ของตัวเองดีกว่า คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนในสิ่งที่คุณเป็น นั่นคือตัวตนของคุณนี่ รักตัวเองให้มากๆ เพราะนั่นคือคนที่คุณตื่นมาเจอในทุกๆ วัน

“ตอนนี้ไม่มีอะไรทำร้ายเราได้แล้วค่ะ (หัวเราะ) ก็ยังคงเห็นอะไรไม่ดีทุกวัน แต่คิดว่า…พูดไป ไม่เป็นไร แค่ให้ผ่านๆ ไป จะไม่พยายามเปลี่ยนสิ่งที่เขาคิดด้วย เรามาถึงจุดที่รักและแคร์ตัวเองมากๆ โฟกัสแค่คนที่รักเราก็พอ”

ON BECKY HAPPY BIRTHDAY CONCERT

“มันใหม่ มันเฟรช มันโตขึ้น ตามอายุด้วยแหละ 23 แล้ว (อมยิ้ม) เคยทำคอนเสิร์ตมาแล้ว แต่ครั้งนี้ทำอะไรที่อยากทำจริงๆ ร้องเพลงที่อยากร้องจริงๆ อยากพูดเลยว่าคอนเสิร์ตนี้เกือบไม่เกิดขึ้นเพราะด้วยอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ มันหนักมากๆ แล้วเราไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม ไปต่ออย่างไร หรืออาจจะต้องไปปีหน้า แต่แฟนๆ ชอบมาก ชอบมากในการมาดูคอนเสิร์ต 1 ครั้งต่อปี บางคนไม่ได้มาเจอเลยก็ได้ทั้งปี แต่จะมาแค่คอนเสิร์ตนี้ เลยรู้สึกว่าอยากทำให้เขามากๆ อย่างน้อยสัก 1 ครั้งต่อปีที่มีความสุขสุดๆ ไปเลย ได้เอนจอย แค่อยากให้แฟนๆ เข้ามาแล้วยิ้มไปกับทุกโชว์ ร้องไห้ไปกับบางโชว์ หรือแค่มาสนุกด้วยกัน คอนเสิร์ตครั้งนี้เบ็คกี้ทำให้แฟนๆ 100%

“การที่มีพวกเขาทำให้เรายิ่งอยากเติบโต อยากเก่งขึ้น อยากทำให้ดี เขาจะได้ภูมิใจในตัวเราด้วย ถ้าไม่มีพวกเขาก็ไม่มีเบค ง่ายๆ เลย เมื่อไรที่เบคพูดขอบคุณ เราไม่ได้รับเครดิตคนเดียว คือทุกคนเลยนะ แฟนๆ ครอบครัว ทีมงานทุกคนที่อยู่เบื้องหลังก็สำคัญมากๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส มันเลยสำคัญ ขอบคุณเสมอที่เห็นอะไรในตัวเรา เชื่อในตัวเรา และคอยซัพพอร์ตเสมอค่ะ”

Interviewer: Tikumporn Chaiyakote
Text: Wanksuk Khongrasee
Photographer: Pathomporn Phueakphud
Fashion Editor: Preuksapak Chorsakul
Makeup: Nuchata Sukkang
Hair: Akkarachai Deedpin
Assistant Photographer: Kwanchai Julwaraporn, Kritsada Honglertkawin
Assistant Stylist: Tidawan Suttchai
Producer: Fahsai Santiphop

Latest Posts

Don't Miss